"เอกราช" จี้รัฐบาลรับร่างปฏิรูปศาลทหาร ย้ำทหารทำผิดต่อพลเรือนควรขึ้นศาลพลเรือน แม้ถูกตีตกแต่ไม่ยอมหมดหวังและจะผลักดันต่อไป
.
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เอกราช อุดมอำนวย สส.กทม.เขต10 พรรคประชาชน ได้อภิปรายเสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เอกราช และคณะเป็นผู้เสนอ
.
เอกราชกล่าวว่า ตนอยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกให้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติที่ตนและคณะได้ร่วมกันเสนอ เนื่องจากร่างธรรมนูญศาลทหารมีการแก้ไขใน 16 หลักการ ซึ่งทั้ง 16 หลักการที่แก้ไขนั้นเป็นทำนองเดียวกันกับร่างของคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนเข้าใจว่ามีการยื่นมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว
.
ร่างธรรมนูญศาลทหารของตนและคณะ สิ่งสำคัญที่ร่างของ ครม. ไม่มี คือเรื่องของการจัดเขตอำนาจของศาลทหาร ตนไม่แน่ใจว่ารัฐบาลนี้มีความกลัวอะไร ไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้กลัวอะไร หากบอกว่าจะปฏิรูปเพื่อให้กองทัพเข้มแข็ง สิ่งแรกที่ต้องทำคือฟังเสียงพี่น้องประชาชนที่ได้สะท้อนออกมา หรือหากรัฐบาลได้ฟังข่าวที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้ว่าศาลทหารนั้นมีปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องของการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาทุจริต เราพูดกันมาเยอะแล้ว วันนี้ตนคงไม่พูดในเนื้อหาหลักทางวิชาการ แต่ตนจะพูดให้ฟังว่าพี่น้องประชาชนคาดหวังว่ากองทัพจะโปร่งใส ตรวจสอบได้
.
แต่ในขณะเดียวกัน ศาลทหารนั้นจะตัดสินพิพากษาในคดีพวกเดียวกันเอง ทำไมในสภาชุดที่ 26 ก่อนที่อนุทิน ชาญวีรกูล จะเป็นนายกรัฐมนตรี ถึงโหวตร่างนี้ผ่านไปได้ แล้วทำไมพอถึงเวลานี้ เวลาเปลี่ยนไปไม่กี่เดือน ถึงรับร่างดังกล่าวไม่ได้แล้ว
.
ดังนั้น หากจะพูดกันให้ชัด ๆ ตนขอทวงบุญคุณ ว่าท่านจะเห็นแก่พี่น้องประชาชน เห็นแก่พรรคที่ทำเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน หากท่านมีเจตจำนงในการปฏิรูปศาลทหาร ก็ขอให้ช่วยกันรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และเข้าไปแก้ไขปฏิรูปกองทัพ ซึ่งนี่คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของการแก้ไข
.
ประเด็นที่สอง คือเรื่องเขตอำนาจศาลทหารที่เราต้องการให้มีการปรับปรุง กล่าวคือ ทหารที่ทำผิดต่อพลเรือน พี่น้องประชาชนกำลังดูอยู่ สังคมทุกสังคมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี เราไม่ได้บอกว่าทหารทำผิดแล้วทหารทั้งหมดจะเป็นคนไม่ดี แต่หากทหารทำผิด ประชาชนก็จับตา หากไปขึ้นศาลทหาร เพราะประชาชนไม่ไว้วางใจ ประชาชนรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันแล้วตัดสินกัน กระบวนการพิจารณาก็มีความแตกต่างกัน ทำไมถึงไม่ไปขึ้นศาลพลเรือน เราเห็นข่าวเมื่อสองสัปดาห์หรือเดือนก่อนก็ปรากฏอยู่ หากตนพูดไปก็จะมีการกระทบกระเทือน การที่พวกตนต้องการแก้ไขเขตอำนาจศาลทหาร ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราอยากจะโจมตีกองทัพ แต่เป็นเรื่องที่จะทำให้กองทัพนั้นเข้มแข็ง เป็นเรื่องที่จริง ๆ แล้วนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมควรที่จะใส่ใจ และพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้ดี
.
เอกราชกล่าวต่อว่า จริงอยู่ที่ท่านรับหลักการในการเปิดสิทธิให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีเองได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และร่างของ ครม. ก็ดีแล้ว แต่การปฏิรูปเขตอำนาจศาลทหารก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น หากไปดูรายงานของอนุกรรมาธิการที่ได้ศึกษาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว จะเห็นว่าหลักการอื่น ๆ ที่ได้กำหนดมานั้น อีก 10 กว่ามาตรา เป็นการทำให้ศาลทหารมีกระบวนพิจารณาความที่สอดคล้องต้องกันกับศาลยุติธรรม และเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ในตอนนี้เป็นแค่การพูดด้วยวาจาและพูดกันปากเปล่าว่า ศาลทหารทำอยู่แล้ว พยายามอยู่แล้ว แต่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน เป็นเพียงการออกระเบียบ การออกกฎระดับรอง หรือประกาศต่าง ๆ แต่ไม่ได้มีหลักยึดทางกฎหมายใด ๆ
.
ตนขอยกตัวอย่าง สิทธิของจำเลยคดีอาญาในการปล่อยตัวชั่วคราว หรือแม้กระทั่งเรื่องของการกำหนดให้มีการตั้งทนายความ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการแก้ต่าง ยังไม่สามารถทำได้โดยสะดวก มีกระบวนการติดขัดมากมาย โดยต้องให้มีการเห็นชอบก่อน จะเอาทนายความข้างนอกมาไม่ได้
.
ดังนั้น ตนจึงคิดว่าในเรื่องของการแก้ไข เราจะทำให้กองทัพเข้มแข็งขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์การไต่สวนมูลฟ้อง ก็จะทำให้คดีไปไวขึ้น
ตนขอถามว่า ร่างของ ครม. ที่เปิดสิทธิให้ผู้เสียหายฟ้องคดีได้ หากมีคดีเข้ามาเป็นร้อยคดี แต่ยังใช้องค์คณะแบบเดิม หากไม่มีการไต่สวนมูลฟ้องจะทำอย่างไร ในหลักกระบวนการพิจารณา ร่างของ ครม. คิดมาไม่รอบคอบ
.
ตนจึงขอบอกว่าหากเรารับหลักการของพวกตน ซึ่งคิดมาครบถ้วนแล้ว จึงขอฝากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกว่า ร่างธรรมนูญศาลทหารที่ตนและคณะได้เสนอในนามพรรคประชาชน เป็นเนื้อหาเดียวกับที่พรรคภูมิใจไทยเคยรับไปตอนหลังเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาชุดที่ 26 ตอนนั้นก็รับหลักการกันได้ ทั้งที่มีเนื้อหาเหมือนเดิม ส่วนในรายละเอียดก็ค่อยไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการได้ หากหน่วยงานติดขัดประการใด ก็ให้ไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการได้ ซึ่ง ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ณ ขณะนั้น วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.ของพรรคประชาชน เป็นประธาน ได้ดำเนินการมาด้วยดี และใกล้จะจบแล้ว เหลือการถกเถียงอีกเพียงเล็กน้อย จะได้ไม่เสียของเดิม ตนจึงขอฝากไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งในฟากฝั่งรัฐบาลด้วย
.
ทั้งนี้ เวลา 15.30 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.พรรคประชาชน และคณะ แถลงข่าวเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 16 ในวันนี้ (27 พฤษภาคม 2569) ไม่รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่นายเอกราช อุดมอำนวย และคณะ เป็นผู้เสนอ และฉบับที่ นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ โดยรับหลักการเฉพาะฉบับที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
.
นายเอกราช อุดมอำนวย กล่าวว่า ในฐานะผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และคณะจากพรรคประชาชน กรณีที่รัฐบาลคว่ำร่างกฎหมายของพรรคประชาชน ซึ่งตนและคณะได้เสนอด้วยเจตนาดีในการปฏิรูปกองทัพ และปรับปรุงเขตอำนาจศาลทหารให้สอดรับกับมาตรฐานสากล รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน พวกเราได้ทำงานเรื่องนี้มาตั้งแต่ชั้นอนุ กมธ.จนถึงชั้น กมธ. โดยร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นร่างเดียวกับที่เคยเสนอในสภาชุดที่ผ่านมา ตนจึงตั้งคำถามว่า สภาฯ ชุดที่ผ่านมา (ชุดที่ 26) รับหลักการร่างดังกล่าวไว้ เป็นเพียงละครคุณธรรมของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ที่แสดงเสมือนให้ความร่วมมือในช่วงที่ยังมี MOA ระหว่างกัน แต่เมื่อไม่มีแล้ว กลับเปลี่ยนจุดยืน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตนได้อภิปรายในวาระแรก และได้กล่าวถึงการ “ทวงบุญคุณ” ในฐานะที่พวกเราต้องการเห็นร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกองทัพ ได้เข้าสู่การพิจารณาของสภา ทั้งที่ร่างนี้เคยผ่านการพิจารณาในชั้น กมธ.มาแล้ว และหลายประเด็นก็สามารถตกลงกันได้ด้วยดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป พรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลกลับลงมติไม่รับหลักการร่างดังกล่าว ตนจึงขอตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ การกระทำเช่นนี้สะท้อนถึงความไม่จริงใจต่อการปฏิรูปกองทัพ และสิ่งที่พรรครัฐบาลเคยแสดงไว้ในอดีตก็อาจเป็นเพียงการแสดงเพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตนเองเท่านั้น เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้อำนาจในการเปลี่ยนแปลงจริง กลับไม่ได้ลงมือทำอย่างแท้จริง
.
ดังนั้น ตนจึงขอแสดงความเสียใจโดยพวกเราทำเต็มที่แล้ว แม้ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกตีตก แต่พวกเรายังไม่หมดหวัง จะปรับปรุงเนื้อหาและยื่นเข้าสู่การพิจารณาใหม่ ตามขั้นตอนของกฎหมายที่กำหนดว่า ร่างที่ถูกตีตกไปแล้วสามารถยื่นใหม่ได้ในสมัยประชุมถัดไป และจะไม่ย่อท้อ ทั้งนี้ ยืนยันเดินหน้าผลักดันการปฏิรูปกองทัพและปฏิรูปศาลทหารต่อไป ทหารที่ทุจริตหรือกระทำความผิด ต้องขึ้นศาลพลเรือน และทหารที่กระทำความผิดอาญาต่อประชาชนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลพลเรือนเช่นเดียวกัน
.
นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชนที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวได้ และครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในความพยายามในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องทหารและสร้างความโปร่งใสให้กองทัพ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ปฏิรูปศาลทหาร





