“ปกรณ์วุฒิ” บุก ป.ป.ช. ขอเปิดสำนวนคดี “ศักดิ์สยาม”
จี้เปิดหลักฐานไต่สวนทั้งหมด ชี้ศาลปกครองสูงสุดเคยสั่งเปิดเผยข้อมูลแล้วคดี
“นาฬิกาเพื่อน” ไม่มีเหตุให้ต้องยื้ออีก ตั้งข้อสงสัย ป.ป.ช.
เมินหลักฐานสำคัญจนยกคำร้องหรือไม่
วันที่
8 พฤษภาคม 2569 ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อใช้สิทธิตามมาตรา 9 ของ
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร 2540 ขอเข้าตรวจดูและขอสำเนาของข้อมูลข่าวสาร
ในฐานะผู้เคยร้องเรียนในคดีที่ได้กล่าวหาต่อ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ จงใจปกปิดทรัพย์สิน
หจก.บุรีเจริญฯ ซึ่ง ป.ป.ช. ได้มีการยกคำร้องไปก่อนหน้านี้
โดยปกรณ์วุฒิระบุว่าเอกสารที่ตนขอไปนั้น
ประกอบด้วย 1)
รายงาน
การแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมดในสำนวนเรื่องร้องเรียนคดี 2)
บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ต่อเรื่องร้องเรียนคดี 3)
คำชี้แจงของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ยืนชี้แจงพอคณะกรรมการ ป.ป.ช.
เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนคดี 4) ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่
ป.ป.ช. ทุกคนที่รับผิดชอบในเรื่องร้องเรียนคดี 5) รายงานการประชุมของคณะกรรมการ
ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนคดี และ 6) คำวินิจฉัยหรือมติของคณะกรรมการ
ป.ป.ช. ต่อคดี
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการขอเอกสารในลักษณะนี้
ตั้งแต่ประมาณปี 2561
ถึง 2562 วีระ สมความคิด และสำนักข่าว The
Matter ได้เคยขอเอกสารลักษณะเดียวกันนี้กับสำนักงาน ป.ป.ช.
ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. มีคำวินิจฉัยว่าไม่เปิดเผย
และต่อมาทั้งสองท่านได้ยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ซึ่งได้มีคำวินิจฉัยที่ สค.334/2562 ใจความสำคัญระบุว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการไต่สวน
ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว
ย่อมไม่เป็นอุปสรรคต่อการไต่สวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ
ป.ป.ช. การพิจารณาวินิจฉัยความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ละคน
การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทางในชั้นการพิจารณาของเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการ ป.ป.ช.
จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ซึ่งจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ปกรณ์วุฒิกล่าวต่อไปว่าอย่างไรก็ตาม
สำนักงาน ป.ป.ช. ก็ยังไม่ยอมเปิดเผย จนสุดท้ายเรื่องไปสู่ศาลปกครอง สำนักงาน
ป.ป.ช. ก็ยังหน่วงเวลาต่อไปจนไปถึงปี 2566 กว่าที่จะมีคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
ซึ่งยืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้กับผู้ร้อง
ใจความสำคัญระบุว่าข้อมูลข่าวสารลับ ที่มีการวินิจฉัยไปแล้ว
ให้ถือว่าข้อมูลข่าวสารนั้นถูกยกเลิกชั้นความลับไปแล้ว
ดังนั้น
ตนคาดหวังว่าสำนักงาน ป.ป.ช. จะไม่กล่าวอ้างถึง พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล
พ.ร.บ.ข่าวสารทางราชการที่เป็นชั้นความลับ
หรือข้ออ้างอื่นใดก็ตามที่บอกว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการปฎิบัติงานของ ป.ป.ช.
เพราะทั้งคณะกรรมการวินิจฉัยของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ และคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด
ก็เคยมีแนวคำพิพากษาออกมาไว้แล้วว่าข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยได้
และตนคาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลเหล่านี้โดยเร็ว เพื่อความโปร่งใสของสำนักงาน ป.ป.ช.
และความยึดโยงกับประชาชนในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระต่อไป
ปกรณ์วุฒิยังกล่าวต่อไปว่าคดีนี้มีความไม่ชอบมาพากลแน่นอน
ตนเป็นหนึ่งในผู้ร้องเรียน ได้เห็นเอกสารหลักฐานในชั้นของศาลรัฐธรรมนูญมาหมดแล้ว
แม้ตนจะไม่ได้ยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก
แต่อยากทราบว่าเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่ ป.ป.ช. ใช้ในการไต่สวนคดีนี้เหมือนหรือต่างกับของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร
หากมีเอกสารหลักฐานบางรายการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ในการวินิจฉัยคดี แต่ ป.ป.ช.
ไม่ได้นำมาใช้ ก็ต้องตั้งคำถามว่าเหตุใด ป.ป.ช. ถึงไม่ใช่หลักฐานนั้น
ที่อาจเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาไต่สวนคดีนี้
เมื่อข้อกล่าวหาคือการยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือเจตนาของศักดิ์สยามเมื่อปี 2562 เมื่อได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินไปแล้ว
ว่าที่ไม่ได้ยื่นบัญชีที่เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนดังกล่าวนั้นเป็นเจตนาในการปกปิดหรือไม่
การพิสูจน์เจตนาของใครคนใดคนหนึ่ง ณ ขณะใดขณะหนึ่ง
ต้องพิสูจน์พฤติกรรมก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ หมายความว่า ป.ป.ช.
จะต้องพิสูจน์เจตนาของศักดิ์สยามที่เกิดขึ้น ณ วันที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อปี 2562
พฤติกรรมใดที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่สามารถย้อนกลับไปบอกได้ว่าเจตนาเมื่อปี
2562 ของผู้ถูกร้องเป็นอย่างไร
การยกคำร้องด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลโดยสิ้นเชิง
ปกรณ์วุฒิยังกล่าวอีกว่าสิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือความเป็นอิสระขององค์กรอิสระ
ซึ่งสังคมรับทราบถึงระบอบที่เรียกว่าระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งมีความโยงใยในหลายคดี
ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว สว. โดยที่ สว. ก็มีอำนาจในการตั้งองค์กรอิสระต่างๆ
ก็เป็นเรื่องที่ต้องย้อนกลับมาคิดว่าระบอบนี้จะเป็นการเอื้อให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งครองประเทศนี้โดยที่ไม่ได้เป็นไปตามหลักนิติรัฐหรือไม่
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ปปช






