วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569

‘สส. กู๊ดดี้’ แฉขบวนการ IO ยังไม่หยุดเล่นงานสื่อ พร้อมเดินหน้าโจมตีเรื่องเก่าเรื่องเท็จ เพื่อเบี่ยงประเด็นแม่ทัพภาค 4

 


‘สส. กู๊ดดี้’ แฉขบวนการ IO ยังไม่หยุดเล่นงานสื่อ พร้อมเดินหน้าโจมตีเรื่องเก่าเรื่องเท็จ เพื่อเบี่ยงประเด็นแม่ทัพภาค 4


วันที่ 16 เมษายน 2569 ชยพล สท้อนดี สส. กรุงเทพฯ เขต 8 พรรคประชาชนให้ความเห็นกรณีขบวนการ IO ที่กำลังคุกคามสื่อมวลชนไม่หยุดหลังมีกระแสแม่ทัพภาค 4 ปิดไมค์พูดให้ความเห็นกรณีลอบสังหาร กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่กล่าวว่า “ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอด”


โดยชยพลกล่าวว่า ขบวนการ IO ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม แม้เวลาล่วงเลยผ่านไปแล้ว 1 ปี นับตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดโปงขบวนการ IO ของ ศปก.ร่วมฯ หรือ กลุ่มนายพลเกษียณ ที่ซ่อนตัวหลังฉากหน้าของกองทัพ ที่ใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญในการสร้างดีลแลกประเทศ บีบคอให้รัฐบาลต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง เพื่อเกมอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองที่ตามมา


ชยพลกล่าวว่า นับตั้งแต่การอภิปรายเมื่อวันที่ 25 มีนาคมของตนที่ได้เปิดโปงกระบวนการนี้ตั้งแต่การก่อตั้ง กลุ่มผู้ดำเนินการ ขั้นตอนวิธีการ แผนการระยะสั้นระยะยาว ผลของการดำเนินการ ฯลฯ ซึ่งถูกสงสัยว่าใช้เงินภาษีของประชาชนในการดำเนินการมากกว่าพันล้านต่อปี โดยแฝงตัวอยู่ตามงบประมาณของภารกิจปกติที่ไม่ยอมลงรายละอียด ขบวนการนี้ก็ได้ถูกตีแตกจนหายไปเกือบปี จนกระทั่งช่วงเวลาที่ผ่านมาผมได้เห็นกระแสการกลับมาของ IO อีกครั้งหนึ่ง ตนจึงอยากหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุยกันอีกครั้ง ทุกคนจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อให้ IO หลอกกันได้ง่าย ๆ 


ชยพลกล่าวถึงเป้าหมายของขบวนการ IO คือการกล่อมให้ความคิดโดยรวมของสังคมเป็นไปในทางที่เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยการปล่อยข่าวปลอม ลดทอนคุณค่ากลุ่มเป้าหมาย พูดเบี่ยงประเด็น ปลุกกระแสอื่นกลบ ลองนึกภาพเหมือนวงนินทาจะสามารถเข้าใจได้ง่ายมาก วงที่มีใครสักคนในกลุ่มจงใจปล่อยกระแสข่าวลือให้เชื่อในบางอย่าง หรือปั่นข่าวปลอมให้เกลียดคนบางคน หรือเบี่ยงประเด็นบทสนทนาของวงให้ออกจากเรื่องที่ไม่พึงประสงค์ต่อตัวเอง 


แต่วงนินทานี้ทำงานกันอย่างเป็นกระบวนการ มีการแบ่งกลุ่มบุคคลให้อยู่ในบทบาทของการเป็น Influencer ให้สร้างอิทธิพลและผู้ติดตามของตัวเอง มีการตั้งเพจและกลุ่มตามโซเชียลมีเดียเพื่อรวมกลุ่ม IO มดงานและคนที่มีความคิดใกล้เคียงกัน ทั้งอินฟลูเอนเซอร์ ทั้งเพจเฟสบุคทั้งหลายนี้จะทำหน้าที่เป็นหัวจ่ายข้อมูล คอยปล่อยภาพปล่อยบทความให้มดงานแต่ละคนสามารถนำข้อมูลไปเผยแพร่ในวงนินทาต่าง ๆ ต่อได้ เพื่อกระจายข้อมูลออกไปให้ไกลยิ่งขึ้น โดยพยายามเล่นกับอารมณ์ของผู้อ่านให้มากที่สุดแต่ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรประกอบเลย 


ชยพลยกตัวอย่างเหตุการณ์ในช่วงนี้ที่กำลังเกิดขึ้น จากการที่พี่แยม ฐาปนีย์ (สื่อมวลชนจากสำนักข่าว The Reporters) ได้ติดตามทำข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์การลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ที่มีรายละเอียดเกี่ยวข้องกับบุคลากรและทรัพยากรของกองทัพและ กอ.รมน. นอกจากนี้ยังได้มีการสัมภาษณ์ มทภ. 4 ที่หลุดปากพูดรายละเอียดน่าข้องใจหลายประเด็น ทำให้สังคมเริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้น


ลองนึกภาพว่าถ้าเป็นวงนินทาที่พี่แยมเปิดประเด็นจนคนในวงเริ่มหันมาสนใจประเด็นที่เราไม่อยากให้ใครพูดถึงเราจะทำอย่างไรดี? ก็ปั่นกระแสสาดสีใส่พี่แยมแล้วพาเบี่ยงไปประเด็นอื่น เลยเกิดเป็นกระแสพยายามโจมตีเรื่องเก่า ๆ ที่เคยใช้กันมา ทั้งเรื่อง BRN และ โรฮิงญา จนอาจทำให้คนลืมประเด็นเรื่องของรถ กอ.รมน. ที่ใช้ในการลอบยิ งสส.กมลศักดิ์ หรือคำพูดของ มทภ.4 ที่บอกว่าถ้าเป็นเขาทำ คงไม่ปล่อยให้รอดหรอก ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่เราควรให้ความสนใจมากกว่า


ชยพลย้ำว่า ในยุคของข้อมูลข่าวสาร หากเราต้องการข้อมูลอะไรมันก็สามารถค้นหาผ่านมือถือได้ในทันที แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลมันก็มีเยอะมากจนเราก็ต้องรู้ให้ทันว่าควรหยิบข้อมูลจากไหนมาเชื่อดี หลักการที่ดีเลยคือการดูว่าข้อมูลมาจากไหน จากสำนักข่าวที่เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นการเล่าข้อมูลเท็จจริงหรือการตีความผสมความคิดเห็นของผู้เขียนอีกที หรือเขียนเองใส่ไข่เองแต่ไม่ได้มีที่มาที่ไป เทียบเท่ากับวงนินทา


เรื่องที่พอถามว่าเอามาจากไหนแล้วได้คำตอบว่า “เขาเล่ามา” ก็อยากให้ทุกคนลองถามต่อดูว่า “เขาไหน?” ถ้ามันไม่มีที่มาที่ไป ก็อย่าเพิ่งรีบไปเชื่อเลย สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง สร้างนิสัยการสืบค้นต้นทางข้อมูล นอกจากจะรอดจากข่าวปลอมแล้ว ก็สามารถรอดจากแสกมเมอร์ได้ด้วยเหมือนกัน ชยพลตั้งคำถามว่า ใครที่อยู่เบื้องหลัง IO? ก็ลองตามมาดูต้นทางข้อมูลสิ

พร้อมแนบไฟล์เอกสารจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ ดังนี้ 


https://drive.google.com/drive/folders/16n2xNG_NvlcEM52vW9uPlpi7bsfVUJ5q


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #IOกองทัพ