ศาลอาญากรุงเทพใต้ยกคำร้อง
‘มายด์’ ภัสราวลี ขอเดินทางไปบราซิล
เพื่ออบรมโครงการด้านการสื่อสารสิทธิมนุษยชน-ประชาธิปไตย
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
รายงานว่า เมื่อวันที่ 8
เม.ย. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของ
“มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หนึ่งในจำเลยคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 หรือ
การชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาหลัก
“หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ
“ยุยงปลุกปั่นฯ” ตามมาตรา 116
กรณีดังกล่าว
สืบเนื่องจากภัสราวลีได้ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อศาล
เพื่อไปเข้าร่วมอบรมในโครงการ Digital Comms Frontlines 2026 ณ
เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ในระหว่างวันที่ 14 - 17 เม.ย. 2569
โดยในคำร้องยืนยันว่าการเดินทางดังกล่าวมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนและจะไม่กระทบต่อวันนัดสืบพยานโจทก์ที่มีกำหนดนัดในช่วงกลางเดือนมิถุนายน
2569 นี้
อย่างไรก็ตาม ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง โดยเห็นว่าเงื่อนไขในการสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลย ประกอบกับคดีนี้ค้างพิจารณาเป็นเวลานาน จึงไม่สมควรอนุญาต
คดีชุมนุม
#26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ถูกสั่งฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวันที่
22 ก.ค. 2564 และในวันเดียวกันนั้นศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวภัสราวลีในระหว่างการพิจารณาคดี
โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยกระทำความผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อีก
ให้เดินทางมาศาลตามนัดหมายทุกนัด และให้ถือปฏิบัติเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด
รวมทั้งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาตจากศาล
ภัสราวลีได้ยื่นคำร้องขอออกเดินทางนอกราชอาณาจักรต่อศาล
เนื่องจากต้องเข้าร่วมอบรมในโครงการ Digital Comms Frontlines 2026 ณ
เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ในระหว่างวันที่ 14 - 17 เม.ย. 2569
โดยคำร้องมีสาระสำคัญระบุว่า
คดีนี้ภายหลังจากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัดทุกประการ
ไม่ปรากฏพฤติการณ์หลบหนีหรือไม่มาศาล จำเลยเข้าร่วมพิจารณาคดีทุกนัด
และไม่เคยมีเหตุยื่นขอเลื่อนการพิจารณาคดี
ปัจจุบันจำเลยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รณรงค์เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ
(constitution
advocacy alliance) ซึ่งเป็นงานที่มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการสื่อสารการรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญต่อประชาชนและสังคมโดยรวม
มีการจัดกระบวนการพัฒนาศักยภาพให้แก่องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จำเลยได้สมัครเข้าร่วมอบรมในโครงการ Digital
Comms Frontlines 2026 เพื่อมุ่งหวังว่าจะได้นำองค์ความรู้มาพัฒนาศักยภาพในการทำงานต่อไป
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการจัดการอบรมเพื่อสร้างชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั่วยุโรป
ผู้เชี่ยวชาญด้านทางการเมืองระดับชั้นนำ
ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเสริมศักยภาพในการส่งเสริมประชาธิปไตยในระดับสากล
ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - ตุลาคม 2569
สำหรับวิธีการเข้าร่วมอบรมมีทั้งช่วงที่กำหนดให้เข้าร่วมผ่านช่องทางออนไลน์
และมีช่วงที่กำหนดให้เดินทางไปร่วมกระบวนการโดยตรงกับผู้จัดโครงการนอกสถานที่ในต่างประเทศ
โดยโครงการนี้มีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมอบรมเพียงจำนวน 40 คนเท่านั้นจากผู้สมัครทั่วโลก
จำเลยได้ผ่านการสัมภาษณ์คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรม
และเริ่มเข้าร่วมการอบรมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยวิธีการอบรมทางออนไลน์
แต่ในระหว่างวันที่ 14 – 17 เม.ย 2569 นี้
หลักสูตรกำหนดให้ต้องเดินทางไปเข้าร่วมกระบวนการอบรม ที่เมืองเซาเปาโล
ประเทศบราซิล
เพื่อให้ผู้จัดการอบรมและผู้เข้าร่วมจากทุกประเทศทั่วโลกมาพบปะและมีส่วนร่วมในกิจกรรมตามที่หลักสูตรกำหนดไว้
หากจำเลยไม่ได้เดินทางไปเข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จะทำให้ไม่สำเร็จการอบรมตามหลักสูตร
และพลาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพ
รวมทั้งพลาดโอกาสเสริมสร้างองค์ความรู้เพื่อต่อยอดและนำไปใช้ในการทำงาน
ด้วยเหตุดังกล่าว
จำเลยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในระหว่างวันที่ 13 - 18 เม.ย.
2569 และช่วงเวลาการเดินทางของจำเลยมิได้อยู่ในช่วงการสืบพยานของศาล
และมีกำหนดการที่ชัดเจนจึงมิได้ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดีของศาล
จึงขอศาลอนุญาตให้จำเลยซึ่งอยู่ระหว่างการใช้สิทธิต่อสู้คดีและยังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย
ได้เดินทางเข้าอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ อันเป็นโอกาสสำคัญในการประกอบอาชีพ
และเมื่อจำเลยเดินทางกลับเข้ามาในราชณาจักรแล้วจะมารายงานตัวต่อศาล
ในวันเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุเหตุผลว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าเงื่อนไขในการสั่งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการอนุญาตปล่อยชั่วคราวจำเลย เพราะเกรงว่าการปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล ซึ่งจำเลยอื่นที่ศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรนั้นก็หลบหนีมาแล้ว ประกอบกับคดีนี้ค้างพิจารณาเป็นเวลานาน ในชั้นนี้จึงไม่สมควรอนุญาต ยกคำร้อง” ลงชื่อผู้พิพากษาผู้ทำคำสั่งโดย สุวิทย์ พิพัฒนชัยพงศ์
ทั้งนี้
คดีจากการชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน เมื่อปี 2563 จัดขึ้นโดยกลุ่มราษฎร 2563 ผู้ชุมนุมได้เดินขบวนจากแยกสามย่านไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจําประเทศไทย
เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่ากษัตริย์ไทยใช้พระราชอำนาจบนดินแดนเยอรมันหรือไม่
ซึ่งขณะนั้นภัสราวลีทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำเลยอื่นไปยื่นหนังสือที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้กับเอกอัครราชทูต
ที่สถานทูตเยอรมนี และต่อมาพบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหามาตรา 112 จากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งสิ้น 13 คน
ซึ่งนับว่าคดีที่มีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีข้อหานี้มากที่สุดจากเหตุการณ์ชุมนุมในช่วงปี
2563 เป็นต้นมา
ปัจจุบัน
คดียังคงอยู่ในระหว่างการสืบพยานโจทก์ โดยศาลมีกำหนดนัดสืบพยานนัดถัดไปในวันที่ 18-19 มิ.ย.
2569 และนัดอีก 6 นัดไปจนถึงเดือนกันยายน
2569
