ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ชี้ 6 ลักษณะพิเศษของการต่อสู้ของประชาชน เมษา-พฤษภา53 ย้ำเหลืออีก 4 ปี
คดีหมดอายุความ หวังพรรคประชาชนเร่งขับเคลื่อนชุดความคิด 3
ข้อ ให้สำเร็จ ขอทุกพรรคการเมืองสนับสนุน เป็นข้อเรียกร้องสำหรับประเทศเพื่ออนาคตของลูกหลาน
คำปราศรัยในงานรำลึก
#16ปีเมษาพฤษภา53 นับถอยหลัง 4 ปี
คดีหมดอายุความ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 อนุสรณ์สถาน 14ตุลาคม
สวัสดีค่ะ
ก่อนอื่นก็ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มา ณ ที่นี่ในวันนี้ ในเวลาที่ผ่านมา 16
ปีมาแล้ว เรา อ.ธิดาและคณะประชาชนต่าง ๆ
รวมทั้งญาติก็ได้ทำบุญรำลึกวีรชนตลอดมาตามสภาพที่เป็นจริง
เมื่อมีการทำรัฐประหารเราต้องไปทำอยู่ในวัด
แต่ว่าหลังจากมีการลุกขึ้นมาของเยาวชนในปี 2563 จากปี 2564 เป็นต้นมาเราจัดที่นี่ ที่อนุสรณ์สถานวีรชน 14ตุลา
เราเชื่อว่าวีรชน 14ตุลา
ก็จะยินดีในการที่เราใช้สถานที่ที่นี่
ลักษณะพิเศษของวีรชน
เมษา-พฤษภา53 มีลักษณะพิเศษอยู่ประมาณ 6 ประการ จะเป็นการพูดโดยสรุป
ประการแรก
ลักษณะพิเศษก็คือการขับเคลื่อนของประชาชน วีรชนเมษา-พฤษภา
เป็นการขับเคลื่อนเพื่อประชาธิปไตย เพราะมีการแทรกแซงของระบอบอำมาตย์ ของกองทัพ
ทำให้อำนาจอธิปไตยของประชาชนถูกผันแปร
และพรรคการเมืองสำคัญที่เป็นพรรครัฐบาลในขณะนี้คือ “พรรคสีน้ำเงิน”
ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้เกิดการชุมนุมเมื่อปี 2553
การเคลื่อนไหวครั้งนั้นเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อระบอบประชาธิปไตย
นั่นก็คือยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน เพราะระบอบอำมาตย์และพวกเสนาต่าง ๆ มันเกินไป
มันตั้งรัฐบาลแทน โดยการแปรพักตร์ของพรรคที่เป็นพรรคสีน้ำเงินปัจจุบัน ปี 2553
จึงมีลักษณะพิเศษในข้อนี้เป็นข้อที่ 1
ข้อที่
2 การเคลื่อนไหวของ เมษา-พฤษภา53 เป็นการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะชนชั้น มวลชนส่วนใหญ่เป็นมวลชนพื้นฐาน
เป็นไพร่ชนบทว่างั้นเถอะ และเป็นคนจนในเมือง
ส่วนใหญ่ของพวกที่มาขับเคลื่อนจะเป็นคนชนชั้นกลางระดับล่างไปจนถึงมวลชนพื้นฐาน
พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าเอา 100% ตั้ง 50%
ข้างล่าง นั่นแหละคือผู้เข้าร่วมการต่อสู้ของคนเสื้อแดง
เราจะมีคนชั้นกลางบนโดยเศรษฐฐานะมาร่วมจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่ไม่มี
แต่ว่าส่วนใหญ่ก็คือไพร่ชนบทและเป็นคนจนเมือง คนจนเมืองเหล่านี้มาจากไหน
ก็มาจากชนบทเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นวินมอเตอร์ไซด์
ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบที่อยู่ในเมือง เขาก็เป็นลูกหลานของพ่อแม่พี่น้องในชนบททั้งสิ้น
นี่เป็นลักษณะพิเศษประการที่ 2 ว่า
มันเป็นการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะชนชั้น
อ.ธิดา
เดินเข้าไปในโรงพยาบาล คนเปล คนกวาดพื้น ผู้ช่วยพยาบาล เสื้อแดงหมดเลย แต่ถ้าเป็นหัวหน้าพยาบาลกับหมอ
กลายเป็นเสื้อเหลือง คุณจะอธิบายว่ายังไง? ไปในโรงแรม
คนที่ออกมารับหรือพนักงานชั้นล่างก็เป็นเสื้อแดงหมด ไปทุกสถานทูต
เอกอัครราชทูตบอกเลยว่าคนที่ทำงานทุกสถานทูตเป็นคนเสื้อแดงทั้งสิ้น
นี่คือสงครามทางชนชั้นที่มันสำแดงออกที่เป็นผลลัพธ์ที่น่าภาคภูมิใจว่ามวลชนพื้นฐาน
ไม่ใช่ปัญญาชน ไม่ได้มีการศึกษาสูง แต่เขาไม่ยอมทนต่อระบอบอำมาตยาธิปไตยและเผด็จการทหารที่เข้ามาแทรกแซงอธิปไตยของประชาชน
นี่คือลักษณะพิเศษประการที่ 2
ลักษณะพิเศษประการที่
3 มันเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ 68 วัน นับจาก 12 มีนาคม – 19 พฤษภาคม 2553
68 วันของการต่อสู้ มันเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ
ไม่เคยมีการต่อสู้ครั้งไหน ไม่ว่าจะเป็น 14ตุลา16, 6ตุลา19, พฤษภาทมิฬ มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนทั้งสิ้น
ไม่ได้ต่อสู้กับระบอบอำมาตย์ ไม่มีมีลักษณะสงครามทางชนชั้นเพราะมีปัญญาชนมานำ
และไม่ได้ต่อสู้ยืดเยื้อ 3 วัน 6 วัน 7 วัน เลิก!!! แต่นี่ 68 วันบนท้องถนน
นี่เป็นลักษณะพิเศษประการที่ 3
ประการที่
4 มีจำนวนคนที่มาเข้าร่วมมากที่สุด นับจำนวนนับแสนคน
และเป็นการแสดงออกถึงความเหลื่อมล้ำและความแตกต่างระหว่างชนบทในเมือง
คุณจะเห็นภาพผ้าขาวม้า คุณจะเห็นกระติ๊บข้าวอยู่กลางราชประสงค์
ในขณะที่ราชประสงค์นั้นเต็ม่ไปด้วยแบรนด์เนม สินค้าราคาแพง โรงแรมตึกสูง
นี่มันเป็นสิ่งที่แตกต่างจนดิฉันคิดว่า ทำไมนักวิจัยและปัญญาชนไม่ลงมาถามพวกเขา
มีแต่นักวิจัยเป็นคนต่างชาติคนหนึ่งที่มาทำวิจัยเรื่องวินมอเตอร์ไซค์
(โฆษณาให้ฟ้าเดียวกัน) ที่เขาเพิ่งมาเขียนหนังสือเรื่อง “เจ้าของแผนที่” เพราะเขาไปสัมภาษณ์และคลุกคลีกับวินมอเตอร์ไซค์
แล้วหลังจากนั้นก็มีข้อสรุปออกมา มารายละเอียด แต่วินมอเตอร์ไซค์มาจากไหน ก็มาจากลูกหลานพ่อแม่พี่น้องในชนบท
และก็เป็นคนจนเมือง
เพราะฉะนั้นนี่คือองค์ประกอบ
มีเป็นจำนวนมาก และถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากที่สุดตั้งแต่มีการต่อสู้บนท้องถนนในประเทศไทย
บนท้องถนนในประเทศไทยเรานับแล้วสูงสุดก็ 70-80 แต่อันนี้ประมาณ 100
ซึ่งเป็นขั้นต่ำ
ที่เหลือนอกจากนั้นตายทีหลังเพราะแก๊สน้ำตามันรุนแรงมาก
คนหลายคนเป็นมะเร็งและมีความเจ็บป่วยทีหลัง
ประการที่
5 ก็คือ ในการต่อสู้นี้ รัฐบาลใช้เงิน ใช้กำลังพล
ใช้วิธีการต่อสู้เต็มรูปแบบ แล้วเขาขนานนามว่านี่คือการสู้รบในเมือง ไม่ใช่จลาจล
แต่เป็นการก่อการร้ายและสมควรเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศอื่นทั่วไปให้โลกรู้ไว้ว่าประเทศไทยสู้รบในเมืองกับคนเสื้อแดงจนได้รับชัยชนะ
นี่ควรจะเขียนเป็นตำราสำหรับโลกที่เขาเขียนไว้อย่างนั้นนะ ทหารไทย!!! เขาระดมเงินกว่า 3 พันล้าน
เขาระดมกระสุนจริงเบิกมาประมาณ 8 แสนนัด ใช้ไปจริง ๆ หลังจากไม่นับหักหายอะไรไปประมาณ
2 แสนนัด สไนเปอร์ 500 นัด
ปืนซุ่มยิงอีก 3 พันนัด คุณจะไม่แปลกใจเลยทำไมคนตาย
ถูกยิงจากช่วงอกขึ้นไป ยิงหัว ยิงช่วงอกขึ้นไป
นี่คือฝีมือพลซุ่มยิงซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ปืนสไนเปอร์ 3
พันนัด กับสไนเปอร์อีก 500 นัด
ดีเท่าไหร่แล้วที่ตายเพียงแค่ประมาณ 100 ถ้ากระสุน 1 นัด ฆ่าคนได้ 1 คน นี่คือพลานุภาพของการใช้พลังอาวุธ
พลังงบประมาณ ในการจัดการกับการต่อสู้ เมษา-พฤษภา
ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ใช้ทรัพยากรมากที่สุด ระดมกำลังประมาณ 8
หมื่นนาย ใช้งบ 3-4 พันล้าน 2 รอบนะ
ใช้อาวุธทุกชนิด เครื่องบินก็ใช้นะ แต่ใช้เฮลิคอปเตอร์มาโปรย
เพียงแต่ไม่บอมม์เหมือนกับในอิหร่าน นี่ถ้าสมัยนั้นมี “โดรน” เรียบร้อยเลย
คนเสื้อแดงถูกโดรนพลีชีพแน่นอน แต่นั่นที่เขามี
เขาใช้พลซุ่มยิงแล้วบอกว่าเรามีกองกำลังอาวุธ 500
คนเป็นอย่างต่ำ เขาจึงต้องเด็ดหัว เสธ.แดง ในวันที่ 13 พ.ค.
เพราะเขาคิดว่า เสธ.แดง เป็นแม่ทัพใหญ่ ทั้ง ๆ ที่เรามาโดยสันติวิธี
ลักษณะพิเศษประการสุดท้าย
ข้อที่ 6 คือไม่มีการนิรโทษกรรม 14ตุลา16 นิรโทษฯ 2 ข้าง คุณเอาผิด/ทวงความยุติธรรม
ไม่ได้!!! คนฆ่า-คนผิดลอยนวล นั่น 14ตุลา16, 6ตุลา19 นิรโทษ 2
ข้าง ทั้ง 14ตุลา ที่นี่ และ 6ตุลา ที่ธรรมศาสตร์ ทำได้เพียงจัดงานรำลึก
ไม่สามารถจัดงานทวงความยุติธรรมได้ เพราะนิรโทษฯ 2 ข้าง
นิรโทษฯ ผู้ฆ่า ผู้ใช้อาวุธ และนิรโทษฯ ฝั่งประชาชนด้วย แต่เสื้อแดงมีลักษณะพิเศษ
คือไม่นิรโทษฯ 2 ข้าง เขากะว่าเอาให้ตายก็คือ
เขาเชื่อว่าเขาลอยนวลพ้นผิด เมื่อคดีความหลังปี 2556 กำลังไต่ขึ้นสูง
เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องถูกขู่ว่าไม่ให้ทำคดีต่อ ไม่งั้นโดนแน่ เพราะฉะนั้นอดีตอธิบดีดีเอสไอเข้าคุกไปแล้ว
ตอนนี้อาจจะออกมาแล้ว หลังจากทำรัฐประหาร นี่เป็นลักษณะพิเศษที่ว่า
ไม่มีการนิรโทษฯ 2 ข้าง เอาข้างเดียว จะเอาให้ตายข้างเดียว
แต่สำหรับเรามันก็มีช่องว่า เราสามารถทวงความยุติธรรมได้ เพราะไม่มีการนิรโทษฯ ผู้ฆ่า
นี่คือลักษณะพิเศษของการต่อสู้ของประชาชนปี 2553 ที่อยากแจ้งให้ทราบ
และผลจากการทำรัฐประหาร
คดีความต่าง ๆ ถูกยุติหมดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ต้นทางคืออะไร ดีเอสไอ ตำรวจ
ไม่ทำคดีตามกฎหมายที่ควรจะทำ
เพราะจะต้องชันสูตรพลิกศพเพื่อทำการไต่สวนให้ศาลวินิจฉัยในเมื่อเป็นการตายที่ผิดปกติ
แต่ปรากฏว่าได้ทำการไต่สวนชันสูตรพลิกศพไป 33 ราย 17
รายศาลมีคำสั่งวินิจฉัยหลังจากตรวจสอบหมดแล้ว รวมทั้งคดี 6 ศพวัดปทุมฯ
ด้วย รวมทั้งคดีของ “พัน คำกอง” และ “สมร ไหมทอง” ที่นั่งอยู่ที่นี่
ก็คือกระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่หลังจากนั้นอีก 15 ราย
ศาลมีคำวินิจฉัยว่ากระสุนไม่รู้มาจากไหน ทั้ง ๆ ที่ตายที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้น
หมายความว่าในระดับที่มันไต่ขึ้นไปมันถูกยุติ แล้ว 62 ศพ
ซึ่งจะต้องชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 3 ปรากฏว่าไอ้พวกนี้มันก็ไม่นำพา มันบอกเป็นการตายแบบปกติ
การตายแบบปกติก็แปลว่าชันสูตรแบบมีหมออะไรสักคนหนึ่ง ไม่มีการใช้อัยการ
ไม่มีการใช้เจ้าพนักงานของมหาดไทย ไม่มีการทำให้คดีสามารถเดินทะลุได้
ดังนั้นสรุปว่าต้นทางจนถึงปลายทาง
ปลายทางคืออะไร? คดีที่มีคำพิพากษาในคดีนายพัน คำกอง ที่ภรรยาก็คือ คุณหนูชิต
นั่งอยู่ที่นี่ และสมร ไหมทอง ศาลยุติธรรมพิพากษาให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบการเมืองไปศาลคดีอาญานักการเมือง
ซึ่งต้องไปผ่านประตู ป.ป.ช. แล้วเจ้าหน้าที่ทหารให้ไปศาลทหาร อัยการศาลทหารยกฟ้อง!!!
ป.ป.ช. ยกหมด!!! แปลว่าปลายทางไปไม่ได้ ทั้ง ๆ
ที่อธิบดีศาลอาญามาโต้แย้ง อาจารย์มีเอกสารถ้าใครอยากจะทราบก็มีหนังสือที่เราขายลดราคาอยู่ที่นี่
มีข้อมูลหมด
ดังนั้นหมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราจำเป็นที่จะต้องมีคณะประชาชนทวงความยุติธรรมขับเคลื่อน
เพราะตัวดิฉันเองทำนายไว้แล้วว่าขบวนการประชาชน หรือแกนนำสายพรรคการเมือง
ไม่สามารถทำหน้าที่ในการทวงความยุติธรรมให้ประชาชนได้
เพราะเป้าหมายของพรรคการเมืองกับเป้าหมายของประชาชนต่างกัน
เป้าหมายพรรคการเมืองอยากจะเป็นรัฐบาล เป้าหมายของประชาชนคือทวงความยุติธรรม เพื่อจะให้คนที่มีความคิดต่างกัน
ให้สิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม และอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
ซึ่งมันขัดแย้งกับคนที่ต้องการเป็นรัฐบาลในระบอบอำมาตยาธิปไตย ก็เลยเลิกเป็นไพร่
จะว่าไปก็ไม่ถูกนะ เขาไม่ได้เลิกเป็นไพร่นะ เราเป็นไพร่ที่สู้
แต่เขาเป็นไพร่ที่มีสังกัดสวามิภักด์ แล้วเวลาที่ผ่านมามันพิสูจน์ให้เราเห็น 1)
ไม่มีชายชุดดำ เขาพยายามจะเอาเรื่องให้ได้ ไม่มีชายชุดดำ “ผังล้มเจ้า”
อีตาสรรเสริญ แก้วกำเนิด “ไก่อู” ที่มันมาพูดว่ามีพวกผังล้มเจ้า
ก็ต้องยอมสารภาพว่าไม่มีจริง เขียนขึ้นลอย ๆ
แต่แจกสื่อไปทั่วว่าผู้ชุมนุมเป็นพวกล้มเจ้า เหมือนที่เยาวชนปัจจุบัน ถ้าไม่ถูกข้อหาล้มเจ้า
ก็ถูกข้อหาเซาะกร่อนบ่อนทำลาย นี่คือสิ่งที่ระบอบนี้ไม่เปลี่ยน
ดังนั้น
พิสูจน์แล้วไม่มีชายชุดดำ แล้วคดีเผาที่เซ็นทรัลเวิล์ดและตลาดหลักทรัพย์
เราได้มีการดูแลช่วยเหลือทนายได้สู้เต็มที่ ก็ปรากฏว่ามันไม่ใช่ผู้ชุมนุมในการที่จะมาทำเรื่องเผา
ล้มเจ้า ชายชุดดำ เผาตลาดหลักทรัพย์ เผาเซ็นทรัลเวิล์ด ไม่ใช่!!! ผู้ชุมนุมทั้งสิ้น
มันหลายสิบปีที่ต้องพิสูจน์ แต่พวกเขาใช้เวลาไม่กี่นาทีในการกล่าวหาและกาหัวเรา
ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่พวกเราต้องจำเป็นจัดงานเพื่อรำลึกและทางความยุติธรรมเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าการต่อสู้ของคนรุ่นก่อนที่สืบทอดมาเป็นอย่างไร
เมื่อเรายังมีสิทธิทวงความยุติธรรม
ยังเหลืออีก 4 ปี จะเป็นไปได้ไหมที่เราจะมาช่วยทำให้ 4 ปีนี้สัมฤทธิ์ผล
ซึ่งตรงนี้ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน
คณะหนึ่ง ที่คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นประธานกรรมาธิการฯ รถถูกยิง โดยรถที่ใช้ก่อเหตุก็เป็นของ
กอ.รมน. คนที่ยิงก็เป็นอดีตทหาร ก็ต้องไปสืบสาวราวเรื่องกันเอง
เราต้องขอขอบคุณที่สามารถผ่าน รับเรื่องของเราแล้วก็เอาไปดำเนินการต่อ ความจริงขบวนการประชาชนเราก็ไม่ได้บอกว่าทุกคนจะต้องคิดเหมือนกันเรื่องพรรคการเมือง
แต่ความจริงคือความจริงว่าในพรรคเพื่อไทย นอกจากไม่สนับสนุนชุดความคิดของเราที่มี 3 ข้อ
ข้อที่
1 คดีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดอาญาต่อประชาชนต้องไม่มีอายุความ
ข้อที่
2 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหลาย ถ้าทำความผิดทางอาญาต่อประชาชน ไม่อยู้ในอำนาจศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ต้องขึ้นศาลพลเรือนเหมือนประชาชนทั่วไป
ข้อที่
3 เจ้าหน้าที่ทหารที่ทำความผิดทางอยษต่อประชาชนพลเรือน
ให้ขึ้นศาลพลเรือนเหมือนประชาชนทั่วไป
เหลือ
3 ข้อเท่านี้แหละว่าเราจะทำได้ไหม
ชุดความคิดนี้ไม่เหมือนกับแกนนำในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่เขาจะเสนอแก้เฉพาะให้ญาติฟ้อง
ป.ป.ช. หมดอายุความไปแล้วค่ะ จบไปแล้ว แล้วไปดึงออกเอง แต่ในการแก้ธรรมนูญศาลทหาร
อยากให้พวกเราปรบมือให้กับ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ณ ที่นี้หน่อย
คุณวิโรจน์ได้พยายามที่จะนำข้อเสนอซึ่งเราเสนอเป็น พ.ร.บ. อีกชุดหนึ่ง
ให้ทหารที่ทำความผิดอาญาต่อประชาชนขึ้นศาลพลเรือน แต่คนในพรรคเพื่อไทยไม่โอเค
นี่คือความจริง ไม่ได้มีการทับถม เราต้องพูดความจริงและเราต้องอยู่กับความจริง
ไม่ใช่ความฝัน นี่คือความจริงที่เราต้องบอกให้รู้
เพราะฉะนั้น
ชุดความคิดนี้เราขอนำเสนอว่าขอให้พรรคประชาชนซึ่งเอาไปเป็นนโยบายแล้ว ได้กรุณาเร่งขับเคลื่อน
เรามีเวลาเหลือ 4
ปีเท่านั้น 3 ข้อนี้ขอให้ทำได้
และพรรคการเมืองอะไรก็ตามที่เคยเป็นมิตรร่วมรบ
หรือเคยเป็นคู่ต่อสู้ของประชาชนก็ตาม ถ้ามีดวงตาเห็นธรรม ก็กรุณาสนับสนุน
เพราะนี่ไม่ใช่ข้อเรียกร้องเพื่อ อ.ธิดา หรือเพื่อคนเสื้อแดง หรือเพื่อแม่น้องเกด
หรือเพื่อคุณสมร หรือเพื่อคุณหนูชิต แต่มันเป็นข้อเรียกร้องสำหรับประเทศไทย
สำหรับลูกหลานในอนาคต คนที่ฆ่าประชาชนกลางถนนมือเปล่าต้องไม่ลอยนวลพ้นผิด
มีชีวิตอย่างสูงส่งแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ พอกันที
เราก็ขอเรียกร้อง
เพราะว่าเดี๋ยวอาจารย์ก็มีคำแถลงที่แจกก็คือ
ความยุติธรรมเป็นปราการด่านสุดท้ายของประชาชนที่จะทนอยู่ในนรกแบบประเทศไทยนี้ ขอบคุณค่ะ
