“โรม” ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลกล้าลุยเครือข่ายกักตุนน้ำมัน “เสี่ยตือ”
โยงไปให้ถึง “พิพัฒน์” หรือไม่ ด้าน “เอกนัฏ”
ยันพร้อมขยายผลดำเนินคดีผู้ทำผิดทั้งหมด
ชี้ไม่สนจะมาจากพรรคตนหรือพรรคใครพร้อมสุดซอยแน่นอน
วันที่
23 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร รังสิมันต์
โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อนายกรัฐมนตรี
ในกรณีเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับการกักตุนน้ำมัน
ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นผู้ตอบแทน
โดยรังสิมันต์ระบุว่าสืบเนื่องจากกรณีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน
“เสี่ยตือ” ซึ่งตนได้อภิปรายไปเมื่อครั้งการแถลงนโยบาย
บุคคลดังกล่าวนอกจากมีธุรกิจคาสิโนตามแนวชายแดนแล้ว
ยังเป็นที่ตั้งของเครือข่ายสแกมเมอร์ทั้งในฝั่งเมียนมาและกัมพูชา
แล้วยังมีบุตรชายที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีติดสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือน
ของ ไชยชนก ชิดชอบ ที่จนถึงวันนี้ยังไม่สามารถจับกุมใครได้
นอกจากนี้เครือข่ายของเสี่ยตือยังมีสถานะเป็นลูกหนี้ของรองนายกรัฐมนตรี พิพัฒน์
รัชกิจประการ กว่า 100 ล้านบาท
และยังมีสถานะเป็นผู้บริจาคให้พรรคภูมิใจไทย 1 ล้านบาทด้วย
เครือข่ายนี้เคยมีตำรวจสอบสวนกลางไปดำเนินคดี
เนื่องจากพบว่ามีการกักตุนน้ำมันที่ จ.อ่างทอง มากกว่า 3 แสนลิตร
ในวันที่มีการแถลงนโยบายตนได้ส่งข้อมูลเรื่องนี้ให้รัฐมนตรีการกระทรวงพลังงานไปแล้ว
แต่ผ่านมาแล้วหลายวันยังไม่เห็นถึงความคืบหน้าใดในการขยายผล
ตนจึงมีคำถามถึงรัฐมนตรี
ว่าตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการจัดการไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน
ไม่ทราบว่ากรณีของเสี่ยตือและเครือข่าย ได้มีการดำเนินคดีไปแล้วหรือไม่
รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่ากรณีที่หยิบยกมาข้างต้นมีข้อมูลที่ชัดเจนมาก
รัฐบาลได้มีการดำเนินคดีและมีความคืบหน้าอย่างไร มีการออกหมายจับแล้วหรือไม่
แนวทางการทำคดีจะเป็นอย่างไร และคดีนี้ถ้ามีการตั้งประเด็นให้ดี
อาจเข้าข่ายเป็นคดีมูลฐานที่จะนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินต่างๆ
ได้
เครือข่ายนี้ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา
รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร
รัฐมนตรีได้มีการหารือไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
ให้มีการยึดอายัดทรัพย์หรือไม่
เพราะหากมีเพียงการออกหมายจับก็จะเป็นเหมือนหลายกรณีก่อนหน้านี้
ที่มีการหลบหนีไปแล้วนำทรัพย์สินไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในต่างประเทศ
ทางด้านเอกนัฏ
ได้ตอบคำถามโดยระบุว่าตนจะตามจับไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้มาให้ได้
ตนเองก็เห็นข้อพิรุธและความเชื่อมโยงที่ จ.อ่างทอง
วันแรกที่ตนเข้าดำรงตำแหน่งได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานชุดปฏิบัติการตรวจสอบ
และดีเอสไอก็มีการรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ที่พบเบื้องต้นคือการปลอมปนน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน
และยังมีการตรวจสอบผู้ค้าในเรื่องอื่น ๆ เช่น การขนส่งน้ำมัน
การรายงานข้อมูลปริมาณน้ำมัน ว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ด้วย
ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและในฐานะผู้เสียหาย
จะแจ้งข้อกล่าวหาและส่งให้ดีเอสไอเพิ่มเติม รวมไปถึงการขยายผลด้วย
ซึ่งส่วนหนึ่งจากข้อมูลของรังสิมันต์ พบว่ามีความเชื่อมโยงที่คลัง จ.อ่างทอง
ไปถึงอีกหลายคลัง ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปขอให้ติดตาม จุดไหนก็ตามที่มีความเชื่อมโยงกับ
จ.อ่างทองจะมีการตรวจสอบทั้งหมด และทุกความเสียหายจะมีการตั้งคดี ส่งให้ดีเอสไอ
และติดตามคดีจากดีเอสไอจนถึงที่สุด
แล้วจะมีการตรวจสอบไปถึงกระบวนการลักลอบนำน้ำมันออกไปขายต่างประเทศด้วย
เอกนัฏกล่าวต่อไปว่าอย่างกรณีที่มีการขนส่งน้ำมันจาก
จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ไปถึงคลังน้ำมันทางใต้ที่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎรธานี และ จ.สงขลา
แม้กระทั่งใบขนทุกใบถ้าระบุข้อมูลไม่ตรงกับประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน ผิด
พ.ร.บ.การค้าฯ ผู้ค้าไม่ว่าจะรายใหญ่แค่ไหนก็มีโทษจำคุก
ขณะนี้เฉพาะที่ตรวจดูในเดือนมีนาคม 2569 พบมากกว่า 100 รายการแล้ว ซึ่งตนจะมีการเอาผิดทั้งหมด
และจะมีการตามต่อไปอีกจากคลังน้ำมัน ถ้าขนส่งผิดก็โดนอีก
และจะขยายผลไปถึงคลังน้ำมันอื่น ๆ ไม่ว่าจะมีความเชื่อมโยงกับเสี่ยตือหรือไม่ด้วย
ตนไม่สนและไม่รู้จักเสี่ยตือ
และต่อให้รู้จักก็ไม่สนใจ ตนจะจัดการอย่างเด็ดขาดถ้าทำความผิด จะตรวจสอบหมดทั้ง 92 คลังทั่วประเทศว่ามีปริมาณน้ำมันเท่าไหร่
รับน้ำมันมาเท่าไหร่ ขายเท่าไหร่ไปให้ใคร
ถ้าพบผู้มีพฤติกรรมกักตุนก็จะแจ้งความเอาผิดกับทุกคน
รวมถึงย้อนหลังไปให้ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วย
ถ้าพบการรับเข้ามามากกว่าปกติแล้วไม่ยอมขาย มีการกักตุนเก็งกำไร
ตนจะเรียกคืนทุกหยดทุกบาทแน่นอน
ด้านรังสิมันต์ได้ถามกระทู้ต่อ
โดยระบุว่าตนดีใจถ้ารัฐมนตรีจะเอาจริงเอาจังอย่างที่ว่า และยินดีให้ความร่วมมือ
แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการจัดการกับโครงสร้างของอาชญากร
ซึ่งเสี่ยตืออยู่ในโครงสร้างนั้น
รัฐมนตรีเพียงให้ตรวจสอบว่ามีใครเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นบ้างก็ทราบแล้ว
วันนี้มีการแจ้งความแล้วแต่สิ่งที่สำคัญคือการทำให้เป็นคดีมูลฐานและนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์
ถ้าเล่นงานแต่คลังน้ำมันอย่างเดียว บรรดาทรัพย์สินต่างๆ
ที่โยกย้ายถ่ายโอนไปแล้วจะไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย
ตนพยายามคำนวณตัวเลขอย่างน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
น้ำมันที่หายออกไปจากระบบ ตามการแถลงของนายกรัฐมนตรีอยู่ที่วันละ 20 ล้านลิตร
ช่วงวิกฤตน่าจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 ล้านลิตรต่อวัน
แต่วันนี้ข้อมูลของดีเอสไอที่มีการดำเนินการอยู่หาเจอแค่ 57 ล้านลิตร
ขณะที่เครือข่ายของเสี่ยตือตามข้อมูลของทางการอยู่ที่ 300,000 ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมาก คำถามต่อมาคือรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร
ไม่ใช่แค่กับเครือข่ายอาชญากร แต่รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐด้วย
รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่าจากข้อมูลที่ออกมาล่าสุด
พบว่ากลุ่มธุรกิจในเครือของบางจากได้มีการซื้อครั้งน้ำมันและท่าเรือของบริษัทในเครือข่ายของเสี่ยตือที่
จ.เพชรบุรี มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท ตั้งแต่เดือนมกราคม
ปี 2566 บริษัทที่ไปซื้ออาจจะซื้ออย่างสุจริตก็ได้
แต่ในฐานะที่ตนติดตามประเด็นเครือข่ายอาชญากรรมมาโดยตลอดก็อดกังวลไม่ได้
ก่อนหน้านี้ทุกคนรับทราบมาตลอดว่าเครือข่ายของ เบน สมิธ
เป็นเครือข่ายที่พยายามเข้ายึดบางจากมาโดยตลอด
แล้ววันนี้บางจากยังมีการซื้อธุรกิจในเครือข่ายของเสี่ยตืออีก
ทั้งเครือข่ายของเสี่ยตือและเครือข่ายของ
เบน สมิธ ล้วนมีฐานสแกมเมอร์และคาสิโนอยู่ที่กัมพูชาทั้งสิ้น เบน สมิธ
เป็นที่ปรึกษาของ ฮุน เซน ส่วนเสี่ยตือเป็นคนที่เคยไปลงทุนคาสิโนตามตะเข็บชายแดน
ซึ่งออกญาทั้งหลายต้องมีการอนุญาตหรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง รัฐมนตรีต้องตรวจสอบว่าการซื้อขายในลักษณะนี้เป็นการไซฟ่อนและฟอกเงินหรือไม่
เพราะเครือข่าย เบน สมิธ มีความพยายามในการครอบครองบางจากมานานแล้ว
ตนขอภาวนาให้เป็นเรื่องบังเอิญ
แต่ถ้ารัฐมนตรีเข้าไปตรวจสอบและแถลงรายละเอียดให้สภาได้รับทราบก็จะเป็นการดี
ว่าตกลงแล้วบริษัทน้ำมันใหญ่ของประเทศไทยมีการดำเนินการที่ผิดกฎหมายหรือไม่
ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ระบุว่าจากข้อมูลที่รังสิมันต์ส่งมาให้ตน
และจากข้อมูลที่ตนได้ตรวจสอบเฉพาะแค่ที่คลัง จ.อ่างทอง
พบว่ามีสองบริษัทอยู่ที่เดียวกันและมีความเชื่อมโยงกัน คือ เทรดดิ้ง
และทริลเลี่ยนออยล์ ตนถึงบอกว่าจะไม่ตรวจเฉพาะที่ จ.อ่างทองเท่านั้น
แต่จะตรวจไปถึง จ.เพชรบุรี และ จ.สมุทรปราการ โดยส่งเจ้าหน้าที่ “สุดซอย”
ของตนลงไปตรวจสอบเอง เพราะตนก็ไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ที่คลุกคลีอยู่ในขบวนการเช่นกัน
ว่าเมื่อไปปฎิบัติหน้าที่แล้วข้อมูลที่ถูกรายงานจะถูกต้องหรือไม่
วันนี้ตนได้รับสัญญาณจากนายกรัฐมนตรีชัดเจนแล้ว
ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดครั้งนี้จะถูกขยายผลแน่นอน
ข้อมูลทุกอย่างจะถูกส่งให้ดีเอสไอซึ่งรับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว
และตนในฐานะผู้เสียหายก็จะติดตามเรื่องอย่างแน่นอน ความผิดทั้งการปลอมปนน้ำมัน
น้ำมันไม่ได้คุณภาพ การขนส่งที่ผิด จะกี่ข้อหาก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่
และหากลามไปถึงความผิดมูลที่เกี่ยวเนื่องกับการฟอกเงิน
ก็จะมีการดำเนินการอย่างแน่นอน
เอกนัฏยังกล่าวต่อไปว่าส่วนความเชื่อมโยงกรณีบริษัทบางจาก
ตามที่ตนเข้าใจเครือข่ายที่มีปัญหาก็มีการอายัดทรัพย์และดำเนินคดีไปแล้ว
แต่ถ้าสามารถสืบท้าวความจากคลังทริลเลี่ยนออยล์ไปถึงคลังอื่น
และพบความเชื่อมโยงเป็นขบวนการเดียวกันอย่างที่รังสิมันต์ว่า ตนก็จะตามไปจับไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
และการจัดการปัญหาน้ำมันเถื่อนก็จะเป็นการช่วยจัดการกับปัญหาทุนเทาและของเถื่อนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการอื่นด้วย
จากนั้น
รังสิมันต์ได้ถามกระทู้ต่อ
โดยระบุว่าสิ่งที่ตนเป็นห่วงไม่ใช่ว่ารัฐมนตรีไม่มีความสามารถหรือไม่เอาจริง
แต่ในสภาวะแวดล้อมที่รัฐมนตรีอยู่ จะสามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้จริงหรือไม่
ตนเอาใจช่วยให้สำเร็จ และถ้ารัฐมนตรีเชิญตนให้ไปลงพื้นที่เหมือนที่ได้ประกาศในสภาแห่งนี้ตนก็พร้อมไป
แต่ประเด็นคือวันนี้ต้องคุยถึงเรื่องความเชื่อมั่น
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครือข่ายอาชญากรรมมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน
สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการเอาจริง
คนที่อยู่ในแวดวงความมั่นคงทราบดีว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางส่อเค้ามานานแล้ว
สิ่งที่ต้องทำคือการเตรียมความพร้อม
แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีการสร้างความพร้อมอย่างไรเลย
ทั้งที่ทุกคนรู้ว่าถ้ามีเหตุการณ์ในตะวันออกกลางเกิดขึ้นเมื่อไหร่จะมีการกักตุนน้ำมันแน่นอน
อีกทั้งเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาไม่นาน มีเสือหิวอยู่เต็มไปหมด
รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่าในประเทศนี้ไม่มีใครเชี่ยวชาญเรื่องการกักตุนน้ำมันไปกว่าพิพัฒน์แล้ว
เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและเข้าใจในเรื่องนี้ดี
แต่ที่ผ่านมามีการดำเนินการอะไรในการแก้ไขหรือป้องกันเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ
หรือไม่ เครือข่ายของเสี่ยตือเคยเป็นลูกน้องเก่าของเจ้าพ่อปากน้ำ
และทุกคนก็รู้ว่าพิพัฒน์มีความสัมพันธ์อย่างไรกับเจ้าพ่อปากน้ำ
การมีสัญญาเงินกู้กว่า 100
ล้านบาทโดยพิพัฒน์เป็นคนให้กู้
แล้วบรรดาเครือข่ายนี้ก็มาบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย
วันนี้สังคมกำลังสงสัยว่าไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาลแล้วรัฐมนตรีจะทำอย่างไร
จะกล้าตรวจสอบพิพัฒน์จริงหรือไม่
ตนขอให้รัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดให้ประชาชนได้รู้
ว่าตกลงแล้วรัฐบาลนี้จะกล้าจัดการกับไอ้โม่งโดยไม่สนใจว่าไอ้โม่งคนนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่
ขอให้ประกาศความชัดเจนว่าจะตรวจสอบพิพัฒน์จริงหรือไม่
ด้านเอกนัฏ
ระบุว่าตนปฏิบัติตามนโยบายของพรรคที่ได้ประกาศไปตอนเลือกตั้ง ว่าจะไม่เอาทุนเทา
สแกมเมอร์ และคาสิโน และใครที่พัวพันอยู่ในกระบวนการนี้ จะปิดชื่อและดูพฤติกรรม
ไม่ว่าจะเป็นใครแม้แต่คนในครอบครัวของตัวเอง หรือใครที่อยู่ในพรรคเดียวกัน
ใครก็ตามที่ไปอยู่ในกระบวนการทำความผิดจะต้องถูกเอาผิดทั้งหมด
วันนี้คนที่สั่งตนคือนายกรัฐมนตรี แต่นายของตนคือประชาชน ตนไม่ต้องกลัวใคร
ที่ผ่านมาการทำงานของตนก็ยึดหลักกฏหมายและประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญอยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้ทุกคนถามว่าตนจะกล้าบีบให้มีการลดราคาหน้าโรงกลั่นลงจริงหรือ
ทั้งทุนพลังงานและทุนน้ำมันเป็นสปอนเซอร์
แต่วันแรกที่ตนเป็นรัฐมนตรีตนบับให้ลดลงได้ 2 บาท
และเมื่อเช้าก็ทำให้ลดลงอีกเป็น 5 บาท
ตอนยืนยันว่าความโปร่งใสคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อะไรที่เปิดได้เปิดให้หมด
และตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมา ตนไม่เคยจับแบบลับๆ ล่อๆ
และจับมาโดยตลอด ขนาดมีการฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาทก็ไม่สนใจ
เอกนัฏกล่าวต่อไปว่าเพราะฉะนั้นขอให้รังสิมันต์ไม่ต้องห่วง
ตนสู้จริงแน่นอน ความผิดทั้งหมดไม่สามารถหนีไปได้
มีการออกประกาศมาแล้วว่าจะเรียกย้อนหลังข้อมูลทั้งหมดไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ถ้าพบความผิดที่ไหนตนไม่สนใจ
จะขยายผลต่อไปไม่ว่าจะลามไปถึงใครก็แล้วแต่ จะพรรคตนหรือพรรคไหนก็จะจับหมด
จากนั้น
รังสิมันต์ได้ฝากทิ้งท้าย ว่าตนยินดีทำงานร่วมกับรัฐมนตรี
ที่ผ่านมาเราได้พูดคุยกันมาเยอะ
และตนก็ยังคาดหวังว่าสิ่งที่รัฐมนตรีพูดมาทั้งหมดในวันนี้จะหมายความเช่นนั้นจริง
ตัวชี้วัดสำคัญคือจะ “สุดซอย” หรือไม่ก็ตาม อยู่ที่ว่าจะสุดที่ตรงไหน
ถ้าสุดท้ายไม่ได้มีดอกผลอะไรที่ออกมาอย่างชัดเจน การกระทำจะเป็นตัวพิสูจน์ทุกอย่าง
ฝากรัฐมนตรีให้เอาจริงเอาจังเรื่องนี้
ตนจะรอดูว่ารัฐบาลจะสามารถทลายเครือข่ายเสียตือได้จริงหรือไม่
