“น้ำมันแพง ค่าแรงถูก รวยไม่ไหวแล้ว!” เครือข่ายแรงงาน ชุมนุมหน้าทำเนียบฯ
จี้รัฐแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน
วันที่
2 เมษายน 2569 เวลา 11.23 น.
ที่ทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 ถนนราชดำเนิน กลุ่มเครือข่ายแรงงาน
นำโดย สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
(สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.)
ชุมนุมปราศรัยเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งแก้ไขสถานการณ์ปัญหาน้ำมันแพง
สืบเนื่องจากช่วงเช้าของวันนี้
เครือข่ายฯ มีการชุมนุมปราศรัยที่กระทรวงพลังงาน และยื่นหนังสือข้อเสนอ 7 ข้อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ก่อนเคลื่อนขบวนรถปราศรัยมาถึงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 11.23 น. เพื่อส่งเสียงเรียกร้องไปยังรัฐบาลและอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ให้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนและเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง
บรรยากาศหน้าทำเนียบรัฐบาล
มีการปราศรัยจากประชาชน
นอกจากนั้นยังมีการแสดงละครสะท้อนสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศสืบเนื่องจากปัญหาน้ำมันแพง
และมีการยื่นหนังสือข้อเสนอจำนวน 7 ข้อต่อนายกรัฐมนตรี โดยมี สมพาศ
นิลพันธ์ เป็นตัวแทนรับหนังสือ
และกล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากจากเหตุน้ำมันแพงเป็นลำดับแรก
ๆ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหา
สำหรับหนังสือดังกล่าวจะมีการเสนอนายกฯ ต่อไป ก่อนที่การชุมนุมจะยุติลงในเวลา 12.53
น.
สาวิทย์
แก้วหวาน ประธานกลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ให้สัมภาษณ์ว่า
เมื่อเช้าไปที่กระทรวงพลังงานมาก่อน
ตามสถานการณ์ที่ทุกคนได้ทราบดีว่ามีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน
รวมถึงวันนี้ก็ขึ้นราคาด้วย
ที่เรามาในวันนี้เพื่อรอรัฐบาลว่าจะมีท่าทีต่อสถานการณ์นี้อย่างไร เพราะเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา
และมีการสัญญากับประชาชนถึงการอยู่ดีมีสุข ความร่ำรวยที่จะเกิดขึ้น
แต่ทุกวันนี้ประชาชนหลายคนส่งเสียงว่า “ไม่ไหวแล้วโว้ย”
การมาชุมนุมในวันนี้จึงเป็นไปเพื่อส่งเสียงว่ารัฐบาลจะจัดการปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนอย่างไร
หรือจะเป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้างว่าไปอุ้มนายทุนมากกว่าประชาชน
จึงมายื่นหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อให้รับทราบความทุกข์ยากของประชาชน
สำหรับหนังสือที่เครือข่ายฯ
ส่งถึงนายกรัฐมนตรีมีข้อเรียกร้องทั้ง 7 ข้อ ดังต่อไปนี้
1.
ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาพลังงาน ลดค่าการกลั่นให้เหลือลิตรละ 2
บาท ยกเลิกการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน
ในสถานการณ์เฉพาะหน้าต้องกำหนดราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ต้องบริหารจัดการไม่ให้น้ำมันขาดแคลน
ต้องหยุดการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ เพื่อให้น้ำมันเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ
และต้องเรียกเงินชดเชยจากกลุ่มทุนที่กักตุนน้ำมันที่ประชาชนเรียกกันว่า
ลาภกักตุน-ลาภลอย คืนแก่ประชาชน
2.
หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการเพื่อนำ ปตท.
และกิจการโรงกลั่นน้ำมันกลับคืนมาเป็นของรัฐ
เพื่อการบริหารจัดการน้ำมันและก๊าซอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
3.
รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการผลิตและการกลั่นน้ำมันในประเทศและการนำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ประชาชนได้รับทราบว่ามีจำนวนและสัดส่วนเท่าใด
4.
รัฐต้องตรวจสอบเอาผิดกับโรงกลั่น บุคคล นิติบุคคล
ที่มีการกักตุนน้ำมัน รวมทั้งการปรับขึ้นราคาทั้ง ๆ
ที่เป็นน้ำมันสต๊อกเก่าอย่างเร่งด่วน
5.
ขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้มีการควบคุมราคาน้ำมันอย่างจริงจังและการบริหารจัดการกิจการสาธารณะด้านพลังงาน
(น้ำมัน) ของประเทศให้ประชาชนได้เข้าถึง อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
6.
รัฐต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและป้องกันการซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤต
7.
ในกิจการไฟฟ้ารัฐต้องยกเลิกสัญญาทาสการซื้อไฟฟ้าที่แพงจากกลุ่มทุนเอกชน
เพราะเป็นภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าในราคาที่แพง
และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกลับมาเป็นองค์กรหลักในการผลิตไฟฟ้าให้แก่ประเทศชาติและประชาชน
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #วิกฤตพลังงาน #แรงงาน























