วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

“น้ำมันแพง ค่าแรงถูก รวยไม่ไหวแล้ว!” เครือข่ายแรงงาน ชุมนุมหน้าทำเนียบฯ จี้รัฐแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน


น้ำมันแพง ค่าแรงถูก รวยไม่ไหวแล้ว!” เครือข่ายแรงงาน ชุมนุมหน้าทำเนียบฯ จี้รัฐแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน


วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 11.23 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 ถนนราชดำเนิน กลุ่มเครือข่ายแรงงาน นำโดย สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.), สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) ชุมนุมปราศรัยเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งแก้ไขสถานการณ์ปัญหาน้ำมันแพง


สืบเนื่องจากช่วงเช้าของวันนี้ เครือข่ายฯ มีการชุมนุมปราศรัยที่กระทรวงพลังงาน และยื่นหนังสือข้อเสนอ 7 ข้อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนเคลื่อนขบวนรถปราศรัยมาถึงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 11.23 น. เพื่อส่งเสียงเรียกร้องไปยังรัฐบาลและอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชนและเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง


บรรยากาศหน้าทำเนียบรัฐบาล มีการปราศรัยจากประชาชน นอกจากนั้นยังมีการแสดงละครสะท้อนสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศสืบเนื่องจากปัญหาน้ำมันแพง และมีการยื่นหนังสือข้อเสนอจำนวน 7 ข้อต่อนายกรัฐมนตรี โดยมี สมพาศ นิลพันธ์ เป็นตัวแทนรับหนังสือ และกล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากจากเหตุน้ำมันแพงเป็นลำดับแรก ๆ ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณามาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหา สำหรับหนังสือดังกล่าวจะมีการเสนอนายกฯ ต่อไป ก่อนที่การชุมนุมจะยุติลงในเวลา 12.53 น.


สาวิทย์ แก้วหวาน ประธานกลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเช้าไปที่กระทรวงพลังงานมาก่อน ตามสถานการณ์ที่ทุกคนได้ทราบดีว่ามีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน รวมถึงวันนี้ก็ขึ้นราคาด้วย ที่เรามาในวันนี้เพื่อรอรัฐบาลว่าจะมีท่าทีต่อสถานการณ์นี้อย่างไร เพราะเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา และมีการสัญญากับประชาชนถึงการอยู่ดีมีสุข ความร่ำรวยที่จะเกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้ประชาชนหลายคนส่งเสียงว่า “ไม่ไหวแล้วโว้ย”


การมาชุมนุมในวันนี้จึงเป็นไปเพื่อส่งเสียงว่ารัฐบาลจะจัดการปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนอย่างไร หรือจะเป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้างว่าไปอุ้มนายทุนมากกว่าประชาชน จึงมายื่นหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อให้รับทราบความทุกข์ยากของประชาชน


สำหรับหนังสือที่เครือข่ายฯ ส่งถึงนายกรัฐมนตรีมีข้อเรียกร้องทั้ง 7 ข้อ ดังต่อไปนี้


1. ขอให้รัฐบาลควบคุมราคาพลังงาน ลดค่าการกลั่นให้เหลือลิตรละ 2 บาท ยกเลิกการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน ในสถานการณ์เฉพาะหน้าต้องกำหนดราคาน้ำมันโดยเฉพาะดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ต้องบริหารจัดการไม่ให้น้ำมันขาดแคลน ต้องหยุดการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ เพื่อให้น้ำมันเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ และต้องเรียกเงินชดเชยจากกลุ่มทุนที่กักตุนน้ำมันที่ประชาชนเรียกกันว่า ลาภกักตุน-ลาภลอย คืนแก่ประชาชน


2. หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการเพื่อนำ ปตท. และกิจการโรงกลั่นน้ำมันกลับคืนมาเป็นของรัฐ เพื่อการบริหารจัดการน้ำมันและก๊าซอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน


3. รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลการผลิตและการกลั่นน้ำมันในประเทศและการนำเข้าจากต่างประเทศให้แก่ประชาชนได้รับทราบว่ามีจำนวนและสัดส่วนเท่าใด


4. รัฐต้องตรวจสอบเอาผิดกับโรงกลั่น บุคคล นิติบุคคล ที่มีการกักตุนน้ำมัน รวมทั้งการปรับขึ้นราคาทั้ง ๆ ที่เป็นน้ำมันสต๊อกเก่าอย่างเร่งด่วน


5. ขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อให้มีการควบคุมราคาน้ำมันอย่างจริงจังและการบริหารจัดการกิจการสาธารณะด้านพลังงาน (น้ำมัน) ของประเทศให้ประชาชนได้เข้าถึง อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม


6. รัฐต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและป้องกันการซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤต


7. ในกิจการไฟฟ้ารัฐต้องยกเลิกสัญญาทาสการซื้อไฟฟ้าที่แพงจากกลุ่มทุนเอกชน เพราะเป็นภาระให้ประชาชนจ่ายค่าไฟฟ้าในราคาที่แพง และให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกลับมาเป็นองค์กรหลักในการผลิตไฟฟ้าให้แก่ประเทศชาติและประชาชน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #วิกฤตพลังงาน #แรงงาน