วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569

คำแถลงของคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ในวาระครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์ เมษา-พฤษภา ปี 2553

 


คำแถลงของคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ในวาระครบรอบ 16 ปี เหตุการณ์ เมษา-พฤษภา ปี 2553


ผ่านมา 16 ปีแล้ว ที่เราได้จัดงานรำลึกทั้งที่มีเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, สี่แยกราชประสงค์ (พ.ศ. 2554-2557) จนหลังรัฐประหารปี 2557 เราต้องจัดงานรำลึกเรียบง่ายในวัดเป็นเวลายาวนาน จนกระทั่งผ่านเข้าสู่สถานการณ์การต่อสู้ของเยาวชนและประชาชนท้องถนนปี พ.ศ. 2563 เราได้มาจัด ณ สถานที่นี้บริเวณใกล้สี่แยกคอกวัว และ ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สถานที่รำลึกวีรชนประชาธิปไตย 2516 จากปี 2564 จนถึงปีนี้ 2569


ท่ามกลางความพยายามทวงความยุติธรรมให้วีรชนผู้เสียสละชีวิตโดยถูกกระสุนจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ใช้กระสุนจริงจำนวนเกือบสองแสนนัด กระสุนซุ่มยิง ทั้งสไนเปอร์ 500 นัด ปืนซุ่มยิงร่วม 5,000 นัด และการใช้แก๊สน้ำตาที่มีพิษต่อร่างกาย ทำให้เกิดการสูญเสียมากที่สุดร่วม 100 ชีวิต บาดเจ็บ 1,283 ราย เท่าที่สืบทราบได้ ยังมีผู้เสียชีวิตต่อมาอีกจำนวนหนึ่งหลังเดือนพฤษภาคม


แม้ไม่มีองค์กร นปช. แล้วก็ตาม เราจึงก่อเกิด “คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553” เพื่อทวงความยุติธรรมทั้งจากต้นทางที่ตำรวจ DSI ระหว่างทางคืออัยการ และปลายทางคือศาลยุติธรรม แม้เราจะเริ่มเดินทางยาวนานจากปี 2554 เป็นต้นมา จนได้ตัวเลขที่นำไปสู่การวินิจฉัยของศาลในการไต่สวนคดีการตายที่ผิดปกติตามมาตรา 150(3) มีคดีจำนวนหนึ่งที่ศาลวินิจฉัยว่ากระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ 17 รายก่อนรัฐประหาร และไม่ทราบว่าใครลงมือทำ 15 ราย (หลังรัฐประหาร) 


แต่ในที่สุดความหวังก็พังทลาย คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ลอยนวลพ้นผิด โดยการที่ ป.ป.ช. ไม่ยอมส่งคดีที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่ากระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ทหารต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนนายทหารชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ลอยนวลพ้นผิด โดยอัยการทหารสั่งไม่ฟ้อง


มี 62 คดี ที่ DSI ยุติการชันสูตรพลิกศพเพื่อไต่สวนตามประมวลวิอาญามาตรา 150(3) หลังจากการทำรัฐประหารเป็นต้นมา กลับไปปิดคดีโดยการชันสูตรพลิกศพตาม มาตรา 150(1) โดยถือเป็นการตายปกติ ทั้งที่ชัดเจนว่าถูกยิงจากทหาร ทั้งที่แยกคอกวัว และบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา 


และตายในเวลาเดียวกับที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการถูกยิงโดยกระสุนจากเจ้าหน้าที่ทหาร


สรุปว่า คดีที่ดำเนินการเพื่อทวงความยุติธรรม ถูกยุติตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเมื่อเกิดรัฐประหาร 2557 ซึ่งน่าจะเป็นการทำรัฐประหารเพื่อการนี้ หรือไม่??? เพื่อยุติการดำเนินคดีกับ หัวหน้า-เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และคณะทหารใน คสช.


ความพยายามของเราในการทวงความยุติธรรมในประเทศไทยแตกต่างจากพรรคเพื่อไทย ที่แกนนำมุ่งจะให้ญาติผู้สูญเสียฟ้องร้องโดยตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ซึ่งเขาได้ยกเลิกการยื่นกฎหมายเพื่อการนี้เอง เพราะอะไรไม่ทราบ!!! และบัดนี้น่าจะหมดเวลาการฟ้องร้องเช่นนั้นแล้ว


ข้อเสนอของเราตั้งแต่ พ.ศ. 2565 จึงต้องการทวงความยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางจนปลายทาง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป การยื่นข้อเรียกร้องเมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน จนเป็นรัฐบาลในยุคปี 2566 ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง และถูกขัดขวางในเมื่อเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการพัฒนาการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการการทหาร


นี่เป็นเรื่องที่ผู้รักประชาธิปไตยและคนเสื้อแดงตัดสินเองได้ว่า การทวงความยุติธรรม คดีประชาชนถูกฆ่าปี 2553 ผ่านพรรคการเมืองที่เคยเป็นมิตรร่วมต่อสู้เผด็จการทหารเพื่อมาเป็นรัฐบาลจากปี 2566 จนถึง 2568 และปัจจุบัน 2569 จะได้ผลไหม? แม้แต่การยกมือสนับสนุนในกรรมาธิการการทหาร ยังถูกขัดขวาง!!! ไม่ให้ทหารที่ทำความผิดอาญาต่อพลเรือนขึ้นศาลพลเรือนตามข้อเสนอของเรา


ขอเรียนว่า เรายังมีถนนแห่งความหวังเพื่อเดินทางในการทวงความยุติธรรม เพราะ “พรรคประชาชน” ได้นำเสนอข้อเรียกร้องเราในชุดนโยบายของพรรค ข้อเรียกร้องของเราคือ


1. ในคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่มีอายุความ 

2. ให้มีร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้คดีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

3. ให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร 2498 แก้มาตรา 14 ในคดีที่ทหารกระทำความผิดทางอาญาต่อพลเรือน ให้ขึ้นต่อศาลยุติธรรมพลเรือน


นอกจากนั้น เรียกร้องให้คดีความที่ค้างคา ไม่ดำเนินตามกฎหมายที่มี การตายผิดปกติ ได้ถูกชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิอาญา มาตรา 150(3) ไม่ใช่ยุติไปเฉย ๆ อ้างว่าชันสูตรพลิกศพแล้วแบบการตายปกติ แม้แต่ทหารที่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้รับการสืบสวนและชันสูตรพลิกศพตามมาตรา 150(3) 


สำหรับอัยการการยุติฟ้องร้องไป อ้างว่าให้สืบสวนในอายุความ และอัยการทหารก็มีคำสั่งไม่ฟ้องกรณีทหารถูกวินิจฉัยว่ายิงประชาชน บัดนี้เหลือเวลาอายุความเพียง 4 ปี เท่านั้น


เราขอเรียกร้องทวงความยุติธรรมให้ประชาชนพลเรือนที่ถูกฆ่า หลังจากมาชุมนุมโดยสันติ แล้วเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับพ้นผิดลอยนวล โดยกลไกที่ไม่ใช่นิติรัฐนิติธรรมหลังการทำรัฐประหารยึดอำนาจประชาชน


ข้อเรียกร้องของเราคำนึงถึงอนาคตที่คนไทยที่มีความเห็นต่างกันจะต้องถูกเจ้าหน้าที่รัฐปราบปรามเข่นฆ่าแล้วพ้นผิดลอยนวลอีกต่อไป


ขอให้พรรคประชาชนเร่งยื่นขอแก้ไขกฎหมายเพื่อการนี้โดยเร็ว และพรรคการเมืองอื่นใด ผู้แทนราษฎรคนใดที่มีหัวใจรักประชาชน รักประชาธิปไตย ได้สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายและดำเนินการให้ได้ผลโดยเร็วด้วย เพราะความยุติธรรมสำหรับประชาชน คือปราการด่านสุดท้ายของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย


อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ

เลขาธิการคณะกรรมการคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553

10 เมษายน 2569


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53