'ณัฐพงษ์' ทวงถามรัฐบาล
มีอำนาจประกาศภัยพิบัติฝุ่นพิษภาคเหนือตั้งนานแล้ว ทำไมไม่ทำ
ตอนนี้ต้องเร่งขนทุกสรรพกำลังแก้ปัญหาแล้ว สวนทางกับค่าฝุ่นพิษไทยติดอันดับ 1
ของโลก
วันที่
1 เมษายน 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
หัวหน้าพรรคประชาชน สรุปปิดการอภิปรายญัตติด่วน PM2.5 โดยณัฐพงษ์กล่าวว่า
ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไข .
ณัฐพงษ์กล่าวว่า
ฝุ่นพิษ PM2.5
ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่เป็นปัญหาที่รัฐบาลละเลยในการแก้ปัญหา
และอาจลุกลามทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องป่วยเป็นโรคเรื้อรังได้
ปัญหาฝุ่นพิษรุนแรงขึ้นอย่างมากตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
ตนและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนได้แถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศเขตภัยพิบัติ
เพื่อระดมสรรพกำลัง และกระชับสายบัญชาการในการเข้าไปแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน
แต่รัฐบาลก็ยังล่าช้า จึงต้องเสนอเป็นญัตติด่วนในวันนี้
ณัฐพงษ์กล่าวถึงสาเหตุที่รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศเขตภัยพิบัติ
และระดมกำลังเข้าไปแก้ปัญหานี้อย่างทันการณ์ หากย้อนกลับไปประมาณ 9 วันก่อน
นั่นคือเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เช้าวันนั้นค่าเฉลี่ย
PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือของเราสูงสุดอยู่ที่ 52.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
หมายความว่ายังไม่มีจังหวัดใดในภาคเหนือที่อยู่ในระดับสีแดง
(หรือระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ) ณ วันดังกล่าว GISTDA รายงานว่า
จุดความร้อนในไทยอยู่ที่ 1,488 จุด
และที่ประเทศเพื่อนบ้านอยู่ที่ประมาณ 8,000 จุด
แต่เมื่อถึงวันที่
24 มีนาคม จุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกินระดับ 2,000 จุด
และจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านเกินกว่า 9,000 จุดไปแล้ว
ในวันนั้น เริ่มมีจังหวัดที่เข้าข่ายสีแดงหรือมีผลกระทบทางสุขภาพ 3 จังหวัด ค่าเฉลี่ย PM2.5 สูงสุดของจังหวัดในภาคเหนือในเช้าวันนั้น
เพิ่มขึ้นเป็น 81.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
หรืออยู่ในระดับสีแดงแล้ว
ณัฐพงษ์สะท้อนเหตุการณ์ย้อนหลังเพื่อยืนยันว่า
นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลต้องเข้าไปยับยั้งภัยพิบัติในทันที
แต่รัฐบาลก็ยังมิได้แสดงท่าทีตื่นตัวรับมือกับปัญหาดังกล่าว หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 วัน
นั่นคือวันที่ 26 มีนาคม ค่าเฉลี่ย PM2.5 สูงสุดของจังหวัดในภาคเหนือก็ทะลุ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
และในวันถัดไปก็ไปถึง 152.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ในวันนั้นจุดความร้อนในประเทศเพื่อนบ้านเกือบแตะ 13,000 จุด/วันแล้ว
หนึ่งในแหล่งที่มาของฝุ่นที่สำคัญ
ก็คือเรื่องไฟป่า ที่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ยังขาดกำลังคน
อุปกรณ์ และสวิสดิการที่ดีเพียงพอเป็นจำนวนมาก
ณัฐพงษ์กล่าวไว้อาลัยต่อเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า
ที่ อ.แม่ริม ซึ่งสูญเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่จากการสู้ไฟป่า
เนื่องจากพลัดหลงและมีอาการเหนื่อยล้าสะสม
เป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการสนับสนุนทั้งกำลังคน อุปกรณ์ และสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ได้ดีกว่านี้
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสียหรือไม่?
นอกจากนี้
ณัฐพงษ์ตั้งคำถามถึงมาตรการในการควบคุมฝุ่นข้ามพรมแดน
ที่ต้องใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับมาตรการทางการทูตด้วยเช่นกัน
ซึ่งมาตรการและกลไกต่าง ๆ เหล่านี้มีอยู่แล้วใน พ.ร.บ. อากาศสะอาด
ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในชุดที่ 26 ไปแล้ว
แต่ยังไม่ผ่านวุฒิสภาเนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อน
ณัฐพงษ์เรียกร้องให้รัฐบาล
ยืนยันร่าง พรบ. อากาศสะอาด ที่เคยผ่านการพิจารณาและผ่านความเห็นชอบของสภาฯ
ชุดที่แล้ว ให้นำกลับมาพิจารณาใหม่ในสภาชุดนี้โดยเร็ว
เพื่อให้ประชาชนคนไทยมีอากาศสะอาด ไม่ต้องตายผ่อนส่งแบบนี้ทุกปี
