“หมอเหวง”
ชี้ พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องไม่ผิดพลาดซ้ำอีก ต้องบั่นทอนความเข้มแข็งของฝ่ายขวา
เปิดโปงความทุจริตต่าง ๆ ให้ประชาชนเห็นชัดเจนจนหมดความไว้วางใจ
วันที่
2 เมษายน 2569 นพ.เหวง โตจิราการ ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัวความว่า
รัฐบาลอนุทิน
(สอง) ที่มาจากการเลือกตั้ง (ตามรัฐธรรมนูญ 60) เป็นก้าวที่สามของรัฐบาลเลือกตั้งขวาจัดหลังรัฐประหาร
57
รัฐประหาร
57 ผู้ทำการรัฐประหารประกาศหนักแน่นว่า “ต้องไม่ใช่รัฐประหารที่เสียของ”
พวกเขาจึงตั้งใจทำคลอด
รัฐธรรมนูญ 60
ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสืบทอดอำนาจของพวกเขาให้ยาวนานที่สุด ดังนั้น
องค์กรอำนาจสำคัญคือ สว. ต้องเป็นของพวกเขา เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งองค์กรที่ใช้ประหัตประหารศัตรูทางการเมืองของฝ่ายขวาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นั่นคือองค์กรอิสระทั้งหมดเป็นของฝ่ายขวา รวมไปถึงการสร้างอาวุธทรงพลังที่เรียกว่า
“จริยธรรมทางการเมือง” เอาไว้ใช้ทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างง่ายดาย
ภายหลังจากที่รัฐบาลประยุทธ์ที่มาจากการเลือกตั้งพ้นวาระไป
แทนที่ฝั่งประชาธิปไตยที่ได้ คะแนนเสียงเลือกตั้งท่วมท้น กว่า 70% จะตั้งรัฐบาลเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองรัฐไทยที่เป็นรัฐฝ่ายขวาได้สำเร็จ
กลับกลายเป็นว่า เกิดกรณี “ข้ามขั้วตระบัดสัตย์” ทำให้อนาคตของฝั่งประชาธิปไตยดับวูบไป
เนื่องจากฤทธิ์เดชของ 250 สว.แต่งตั้งของคสช.
พวกขวาตระหนักชัดถึงบทบาทชี้เป็นชี้ตายของสว.
ดังนั้นจึงเกิดกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้ง สว. ทำให้ผล สว.เลือกตั้งครั้งแรกของรัฐธรรมนูญ
60 อยู่ในแวดวงของนักการเมืองสีน้ำเงินที่เป็นฝ่ายขวาจัดทั้งสิ้น
สมมุติว่าการเลือกตั้งในปี 69 พรรคประชาธิปไตยได้รับชนะอย่างท่วมท้น ก็คงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ดังที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศตั้งความหวังไว้ เพราะจะเจอมรสุมโลหิตทางการเมืองจากสว.สีน้ำเงิน และจากองค์กรอิสระของพวกเขาทั้งหมดอย่างแน่นอน
แต่พรรคฝั่งประชาธิปไตยทำผิดพลาดทางยุทธศาสตร์อย่างร้ายแรงในเรื่อง
MOA ซึ่งเป็นการก้าวเดินผิดหนึ่งก้าว ทำให้ล้มทั้งกระดาน พวกขวาจึงได้โอกาสงดงามในการเดินกลยุทธ
การเลือกตั้งให้พวกเขา ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น
ในประเทศไทยนั้น
รัฐบาลที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองทั้งทางการเมือง ทางกฎหมาย
ทางการยุติธรรมและทางทหารเท่านั้นที่จะทำให้รัฐบาลอยู่ได้อย่างยาวนานครบเทอม และอาจจะได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาใหม่ได้
เมื่อมีการวางกลยุทธที่ชาญฉลาด
ซึ่งก็จะมีแต่รัฐบาลฝ่ายขวาเท่านั้นที่จะรับการปกป้องคุ้มครองจากองคาพยพขวาจัดทั้งหมดดังกล่าว
รัฐบาลอนุทินก็เป็นรัฐบาลที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองเช่นที่ว่ามา
รัฐบาลอนุทินมี สส. สว. รองรับจำนวนมากอยู่แล้ว เกมในสภาไม่มีทางสั่นคลอน การวิเคราะห์ว่ารัฐบาลอนุทินบริหารเศรษฐกิจไม่เก่ง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจนทนไม่ได้ แล้วจะออกมาขับไล่เป็นไปได้ยาก อนาคตค่อนข้างมืดมน
ดังนั้นพรรคประชาธิปไตยต้องดำเนินการทางการเมืองไม่ผิดพลาด ไปเปิดโอกาสให้ฝ่ายขวามีโอกาสเติบใหญ่เข้มแข็งอย่างที่ผ่านมา แต่ต้องบั่นทอนความแข็งแกร่งทางการเมืองของพวกเขา ต่อสู้ เปิดโปง การทุจริตชัดแจ้งของพวกเขาออกมาให้หมดไส้หมดพุง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เขากระโดง การฮั้วสว.การอำนวยประโยชน์ให้กับทุนผูกขาดทางพลังงาน การมีส่วนเอี่ยวกับทุนสีเทา การคอรัปชั่นโกงกินโดยพวกพรรคการเมืองฝ่ายขวา ฯลฯ จนประชาชนส่วนใหญ่ที่สุดของประเทศหมดความไว้วางใจโดยสิ้นเชิง ยกระดับเป็นความเกลียดชังทางการเมืองอย่างไม่อาจจะลืมเลือนได้ พร้อมไปกับการพยายามเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนขององค์กรอิสระที่จะต้องให้ประชาชนมีส่วนกำหนดบทบาทและตรวจสอบพวกเขาได้ ในส่วนของ สว. ที่ต้องเป็นการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั้งประเทศ หรือยกเลิกสว.ไปเลย กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดต้องให้ประชาชนมีส่วนที่จะตรวจสอบได้ ฯลฯ ต้องทำให้ฝ่ายประชาชนเข้มแข็งเติบใหญ่อย่างมีพลังรวดเร็วเท่านั้น เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างทางการเมืองให้ประชาชนเป็นเจ้าอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงได้
1
เมษายน 2569
