วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569

ปชน. จี้รัฐบาลหยุดดองร่างกฎหมายรับมือโลกร้อน ซัดวิกฤตไม่รอท่า-ไทยไร้เครื่องมือสู้ เตือนอย่าพูดแล้วไม่ทำ เพราะความล่าช้าคือต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับ

 


ปชน. จี้รัฐบาลหยุดดองร่างกฎหมายรับมือโลกร้อน ซัดวิกฤตไม่รอท่า-ไทยไร้เครื่องมือสู้ เตือนอย่าพูดแล้วไม่ทำ เพราะความล่าช้าคือต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับ


วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา สส. พรรคประชาชน นำโดย นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี เขต 6 แถลงข่าวขอให้รัฐบาลเร่งรัดพิจารณา “ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยนฤมาศกล่าวว่า พรรคประชาชนได้ยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่สภาฯ ไปเมื่อเดือน มี.ค. จนถึงวันนี้ล่วงเลยมาเดือน เม.ย. แล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้รอเรา ประเทศไทยต้องเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรงขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง ฝุ่นพิษ PM2.5 และอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กระทบต่อชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงของพี่น้องประชาชนโดยตรง คำถามสำคัญคือ รัฐบาลจะปล่อยให้สถานการณ์เดินไปโดยไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายที่ชัดเจนไปอีกนานแค่ไหน


นฤมาศกล่าวต่อไปว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่พรรคประชาชนได้เสนอไปนั้น ไม่ใช่การยื่นกฎหมายเชิงสัญลักษณ์แต่อย่างใด แต่เป็นการวางโครงสร้างหลักในการกำหนดทิศทางการเดินของประเทศในการรับมือวิกฤตอย่างเป็นระบบ อย่างจริงจัง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ประกอบไปด้วยการกำหนดเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีพันธะผูกพัน ซึ่งมาพร้อมกับแผนดำเนินงาน ตัวชี้วัด และความรับผิดชอบที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่คำประกาศเชิงนโยบาย นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้จัดตั้งกลไกในการบริหารนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อแก้ไขปัญหาความซับซ้อนของหน่วยงาน และให้การดำเนินนโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน


อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รวมถึงความเป็นธรรมในการเปลี่ยนผ่าน ผ่านมาตรการรองรับภาคแรงงานและภาคธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเป็นภาระของประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขณะเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงสามารถมีบทบาทในการกำหนดนโยบายได้อย่างแท้จริง


นฤมาศกล่าวว่า พรรคประชาชนยืนยันถึงความพร้อมในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น วันนี้ข้อเรียกร้องของพรรคประชาชนต่อรัฐบาลคือการเร่งนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ โดยเร็ว หยุดดองร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งล้วนเป็นกฎหมายที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน


ขอให้รัฐบาลแสดงจุดยืนพร้อมลงมือทำ ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ ที่บอกว่าจะให้ความสำคัญ แต่ไม่ทำอะไรเลย เพราะทุกวินาทีและทุกวันที่ล่าช้านั้นหมายถึงต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต” นฤมาศกล่าว


นฤมาศกล่าวปิดท้ายว่า การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ภารกิจของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของทั้งประเทศ อนาคตของประเทศไทยไม่ควรถูกเลื่อนออกไปเพราะความล่าช้าทางการเมือง และการตัดสินใจในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะรับมือกับวิกฤตได้ทันเวลา หรือปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินแก้


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน