นพ.เหวง
โตจิราการ : หลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ
ฝากพรรคการเมืองประชาธิปไตย เดินเรื่องไป ICC เหตุ
กระบวนการยุติธรรมในประเทศไม่สามารถให้ความยุติธรรมกับประชาชนไทยได้
คำปราศรัยในงานรำลึก
#16ปีเมษาพฤษภา53 นับถอยหลัง 4 ปี
คดีหมดอายุความ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 อนุสรณ์สถาน 14ตุลาคม
สวัสดีครับ
พี่น้องที่เคารพรักทั้งหลายที่เวทีอนุสรณ์สถานแห่งนี้
รวมไปถึงพี่น้องที่รับชมการถ่ายทอดผ่านโซเชียลมีเดียในประเทศไทยและทั่วโลก
ท่านผู้ปราศรัยทุกท่านได้ปราศรัยเนื้อหาสาระที่ดีเยี่ยมทุกคนเลย
ปรบมือให้ทุกคนที่ปราศรัยก่อนนะครับ
ผมขออนุญาตเพิ่มเติมบางประเด็นและทำให้มันกระชับชัดเจนขึ้น
พี่น้องครับท่านอาจจะสงสัย และหลายคนก็อาจจะคิดอยู่ในใจว่านี่เป็นเพียงการรำลึก
เป็นเพียงการเช็งเม้ง ส่วนหนึ่งอาจจะใช่นะครับ เช็งเม้งไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจครับ
เช็งเม้งมันเป็นขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของคนจีนที่เขาจะรวบรวมครอบครัวไปแสดงความอาลัยถึงบรรพบุรุษที่ได้สูญเสียชีวิตไป
กระผมต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพนะครับว่า
การมาพบปะกันในวันนี้มันมากไปยิ่งกว่าเช็งเม้งนะครับ และมันมากไปยิ่งกว่าที่หลาย ๆ
ท่านพูดมา ผมเคารพอย่างที่ผมเรียนแล้ว หลายท่านพูดมา ประทับใจและเป็นสิ่งที่สำคัญ
แต่ผมอยากจะเสนอประเด็นที่ผมเป็นห่วงที่สุดเลยกับประเทศไทย
ผมเป็นห่วงในเรื่องวัฒนธรรมอันเลวทรามของประเทศไทยที่ผมจะพูดถึงมีอยู่
2 วัฒนธรรมครับ วันนี้ผมจะพูดเพียงวัฒนธรรมเดียว
แต่ผมจะกราบเรียนทิ้งท้ายไว้ หรือว่าฝากเอาไว้ในใจของพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันคิด
และผมก็พยายามที่จะช่วยกันคิดช่วยกันทำมาโดยตลอด 2 วัฒนธรรมที่เลวทรามก็คือ
1) วัฒนธรรมที่อำนาจรัฐฆ่าประชาชนแล้วลอยนวลครับ
วัฒนธรรมครับ เพราะมันเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ๆ ถ้านับจริง ๆ ในชีวิตผม ผมว่าไม่ต่ำกว่า
7 ครั้งนะครับ ผมอยากจะถามพี่น้องประชาชนนะครับว่า
เราอยากจะให้รัฐฆ่าประชาชนต่อไปอีกหรือเปล่าครับ? เราอยากจะให้รัฐฆ่าประชาชนอีกไปต่อแล้วลอยนวล
เพราะฉะนั้นพี่น้องครับ เราต้องหยุดวัฒนธรรมที่รัฐฆ่าคนแล้วลอยนวลครับ มันจะหยุดได้อย่างเดียวเท่านั้นเอง
ก็คือต้องเอารัฐที่ฆ่าประชาชนมารับโทษทางกฎหมายให้ได้ใช่มั้ยพี่น้อง นี่คือวัฒนธรรมที่
1 ที่ผมเห็นว่าเป็นวัฒนธรรมที่เลวทรามที่สุดเลยของประเทศไทย
พี่น้องเห็นด้วยกับผมหรือเปล่าครับ ทางบ้านด้วยนะครับ
เราอยากให้มันเกิดขึ้นอย่างนี้หรือ อยากให้วัฒนธรรมอย่างนี้มันสืบต่อไปชั่วกัลปาวสานหรือ
ก็คือรัฐฆ่าประชาชนตายสองมือเปล่า แล้วลอยนวล เราอยากให้มันสืบทอดต่อไปชั่วกัลปาวสานหรือเปล่าครับ
ถ้าเราไม่อยากให้มันสืบทอดไปชั่วกัลปาวสาน
เราต้องหยุดมันให้ได้ครับ เพราะฉะนั้นในชั่วชีวิตเรา ผมใช้คำว่าชั่วชีวิตเรานะ
ผมยังไม่แน่ใจว่ามันจะง่ายนะ เดี๋ยวผมจะพูดต่อไป ในชั่วชีวิตเรา
เราต้องหยุดมันให้ได้ ไม่งั้นมันก็จะฆ่าต่อไปได้เรื่อย ๆ อีก 10
ปีข้างหน้ามันก็จะฆ่าอีก อีก 20 ปีข้างหน้ามันก็จะฆ่าอีก
เพราะมันฆ่าแล้วลอยนวลไงล่ะครับ นี่คือเรื่องที่ 1 นะ
ซึ่งเดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดในเรื่องที่ 1 เล็กน้อย
ต้องขออนุญาตพูดให้ครบว่ามีวัฒนธรรม 2 อย่างที่เลวร้ายมากสำหรับประเทศไทย
แล้วเราต้องหยุดมันให้ได้ ถ้าไม่หยุดประเทศไทยไปไหนไม่ได้ครับ จะยิ่ง
(ขออนุญาตใช้ภาษาชาวบ้านครับ) ยิ่งพินาศฉิบหายมากยิ่งขึ้นครับ
วัฒนธรรมที่
2 ก็คือ ยึดอำนาจรัฐประหารเสร็จแล้วก็ลอยนวลครับ มันไม่ได้ครับ เพราะว่าการยึดอำนาจรัฐประหารมันมีมาตรา
113 เขียนไว้ชัดเจน ว่าใครใช้กำลังหรือพยายามที่จะใช้กำลังในการที่จะล้มล้างรัฐสภา
รัฐธรรมนูญ รัฐบาล มันผู้นั้นมีความผิดฐานกบฏ ซึ่งจะต้องจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต
ใช่หรือเปล่า? ผมไปอ่านกฎหมายดู มาตรา 113
ไม่ได้เขียนไว้เลยนะครับว่ายกเว้นให้กับคนที่ชนะ
แต่กลายเป็นว่าคนทำรัฐประหารที่ชนะเขาสามารถลอยนวลได้และไม่มีใครสามารถเอาพวกรัฐประหารที่ชนะมาลงโทษได้
แล้วพี่น้องจะยอมให้เกิดการรัฐประหารซ้ำซากในประเทศไทยอีกต่อไปหรือเปล่าครับ
เพราะว่ามันชนะปุ๊บมันก็กลายเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ตรงนี้ต้องแก้นะครับ
แต่สองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก
ดังนั้นผมจะพูดเรื่องแรกเท่านั้นก่อน ก็คือวัฒนธรรมที่รัฐฆ่าประชาชนสองมือเปล่าแล้วลอยนวล
ซึ่งต้องปรบมือ ผมต้องใช้คำว่า กรรมาธิการของรัฐสภา
กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรในชุดที่ผ่านมา ปรบมือให้กรรมาธิการ 2
ชุดเลยนะครับ กรรมาธิการการทหารซึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ก็คือ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
กับคุณเอกราช อุดมอำนวย ปรบมือหน่อยครับ ทำสำเร็จไปแล้วครับ
และอีกท่านหนึ่งถึงจะไม่ได้ปรากฏตัวอยู่ในที่นี้ เราก็ต้องปรบมือให้ท่าน
ก็คือคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ปรบมือให้ท่านด้วยครับ แล้วก็ ศศินันท์ ธรรมนิธินันท์
(สส.แจม) ด้วย คือนี่อยู่บนเส้นทางแล้วครับ อยู่บนเส้นทางที่จะไปสู่จุดที่เอารัฐที่ฆ่าประชาชนสองมือเปล่ามารับโทษทางกฎหมาย
ผมจะไม่พูดยาว
แต่สรุปประเด็นสั้น ๆ ก็คือว่ากรรมาธิการที่ผ่านมาเขาเสนอกฎหมายหลักใหญ่ 3
เรื่องด้วยกัน อันที่ 1 ก็คือว่ารัฐที่ฆ่าประชาชนหรือทำผิดอาญาต่อประชาชนต้องไม่มีอายุความครับ
เรื่องที่ 2 ก็คือ ทหารที่ทำผิดอาญาต่อพลเรือนต้องขึ้นศาลพลเรือนครับ
เรื่อง 3 ก็คือว่า นักการเมืองที่ทำผิดอาญาต่อพลเมืองต้องขึ้นศาลพลเรือนครับ
3 เรื่องครับ ก็เป็นที่น่าเสียดายนะครับว่าอายุของ สส.
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจบไปเสียก่อน เนื่องจากความไม่เรียบร้อยทางการเมือง
ซึ่งผมจะไม่ลงไปวิเคราะห์นะครับ เอาเป็นว่าน่าเสียดายนะครับ
แล้วก็ต้องเรียนด้วยความเคารพนะพี่น้องครับ
ผมอายุป่านนี้แล้ว เกินเลข 7 แล้ว กำลังสู่เลข 8 ผมกราบเรียนหลักการข้อหนึ่ง
พี่น้องอาจจะไม่เห็นด้วยกับผมก็ได้นะครับ แต่ว่าผมเห็นว่าเป็นหลักการที่ถูกต้อง
พี่น้องครับ การพิจารณาคนก็ดี นักการเมืองก็ดี พี่น้องอาจจะฟังเขาพูดได้
แต่พี่น้องจะเชื่อที่เขาพูดไม่ได้เป็นอันขาด ต้องดูจากที่เขากระทำครับ
นักการเมืองก็ดี ประชาชนก็ดี หรือคน
คุณฟังจากที่เขาพูดไม่ได้เพราะทุกคนพูดไพเราะทั้งสิ้น ทุกคนจะพูดยกย่องตัวเองทั้งสิ้น
ทุกคนจะพูดถึงอุดมการณ์ที่สูงส่งทั้งสิ้น แต่เวลากระทำคนละเรื่องเลย ทรยศหักหลังอุดมการณ์
เพราะฉะนั้นจะมีพรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง
ปากพูดว่าต้องการทวงความยุติธรรมให้กับวีรชน เมษา-พฤษภา ปี 53 แต่การกระทำของเขาทรยศหักหลังโดยสิ้นเชิง ท่านคงจะรู้อยู่ ผมไม่ลงสู่รายละเอียด
ผมจะไม่เอ่ยชื่อ พี่น้องครับ ผมจึงฝากไว้นะครับว่า คนก็ดี นักการเมืองก็ดี
พรรคการเมืองก็ดี พี่น้องต้องตัดสินจากการกระทำของเขาครับ
ผมเองสามารถพูดได้เพราะครั้งที่แล้วผมได้เข้าไปคลุกคลีกับกรรมาธิการอย่างน้องก็ 2 ชุดนะครับ คือกรรมาธิการการทหาร และกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม
และสิทธิมนุษยชน ผมก็เลยมองเห็นว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคปากมันพูดดีมากเลย
พูดสวยมากเลย พูดชื่นชมตัวเองมากเลย รักประชาชนมากเลย แต่เวลาโหวตเอาทหารที่ฆ่าประชาชนขึ้นศาลพลเรือน
มันโหวตสวน เอานักการเมืองที่ฆ่าประชาชนขึ้นศาลพลเรือน มันโหวตสวน
อย่างนี้พี่น้องคิดว่ามันหักหลังประชาชนหรือเปล่าครับ? เพราะฉะนั้น
พี่น้องพิจารณาประชาชนก็ดี นักการเมืองก็ดี ให้พิจารณาจากการกระทำนะครับ
ไม่ใช่พิจารณาจากสิ่งที่เขาพูด เพราะว่าธรรมชาติสร้างให้สมองของมนุษย์เลิศลอยครับ
และบางคนได้รับการฝึกฝนในการพูดมาเยอะแยะ เขาก็สามารถที่จะเนรมิตสิ่งดีงามผ่านปากก็ได้
แต่การกระทำครับเป็นตัวชี้ขาดว่าเขาจะทำหรือไม่ทำ
เอาล่ะ
สส.ยุบสภาไป ดังนั้นกฎหมายโดยหลักแล้วเป็นอันสิ้นสุดลง
ยกเว้นว่าในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะหยิบยก พ.ร.บ. ขึ้นมาพิจารณาใหม่
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งนะครับว่าพรรคประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของสำคัญของ พ.ร.บ. ทั้ง 3 ฉบับ
ต้องหยิบยกเรื่องนี้แล้วผลักดันเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ผมหวังว่าจะชนะ ตอนแรกนี่ผมฝันหวานนะพี่น้อง ผมมีสิทธิฝันหวานได้
ผมฝันหวานเหมือนกับพี่น้องจำนวนไม่น้อย
ฝันหวานว่าพรรคประชาชนจะได้รับการเลือกตั้งเกินกว่า 250
คะแนน ผมก็นอนตีพุงที่บ้านเลย ถ้าได้เกิน 250 พ.ร.บ. 3 ฉบับนี้ผ่านแน่นอน อย่างนั้นความยุติธรรมของคนเสื้อแดงได้รับการสนองตอบย่างแน่นอน
ไป ๆ มา ๆ ด้วยเกมการเมือง ผมไม่วิเคราะห์นะครับ
เกมการเมืองของพรรคประชาชนที่สู้อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้
ก็เลยทำให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคประชาชนกลายเป็นเสียงข้างน้อย
คุณวิโรจน์ก็ได้บอกแล้วนะครับว่ามันอาจจะเป็นไปได้
แต่มันยากมาก ผมก็เห็นด้วยครับมันยาก อย่างไรก็ดีต้องเดินหน้าต่อนะครับ
ไม่ใช่ทิ้งไป เมื่อเป็นอย่างนี้บนเส้นทางที่เดินไปที่ยากมาก ผมก็อยากจะคิดในด้านที่เป็นไปได้นะพี่น้อง
เพราะผมเป็นคนที่ต้องการคิดในทางที่เป็นไปได้ในทุกเรื่อง ผมจึงอยากจะคิด
อยากจะฝันว่า เป็นไปได้มั้ยทางที่จะเสนอไป
ผมอยากจะบอกไปยังรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีพรรคของอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐบาลอนุทินครับ
พรรคการเมืองของอนุทินครับ ขณะนี้พี่น้องประชาชนเขาครหานะครับ ผมใช้คำว่าครหานะ
ไม่ได้แปลว่าฟันธงนะ เขาครหาเรื่องพวกคุณกลิ่นเหม็นทั้งนั้นเลย
กลิ่นที่เขาครหาพวกคุณนี่เหม็นทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขากระโดง
เรื่องสว.สีน้ำเงิน และเรื่องทุนเทา เขาครหาคุณมากเลย
ดังนั้นถ้ารัฐบาลอนุทินตั้งใจที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ประเทศจริง
ๆ คุณต้องยุติ/หยุดวัฒนธรรมฆ่าคนแล้วลอยนวล ต้องยุติเลย
ผมถามคุณอนุทินในฐานะที่คุณเป็นนายกรัฐมนตรี คุณตอบผมหน่อยว่ามีประเทศชาติไหนในโลกนี้บ้างเขาต้อนรับประเทศที่รัฐใช้อาวุธฆ่าประชาชนสองมือเปล่าแล้วลอยนวล
มีมั้ยครับคุณอนุทิน ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าคุณอนุทิน ชาญวีรกูล
อยากจะประสบผลสำเร็จในการบริหารประเทศ คุณอนุทินครับ คุณกรุณามาถือธงผืนนี้เลย ผมเสนอให้กับคุณอนุทิน
ชี้ทางสวรรค์ให้กับอนุทิน ชาญวีรกูล นะครับ
ส่วนคุณจะเลือกเดินทางสวรรค์หรือเปล่าไม่รู้
หรือจะเลือกเดินทางตรงกันข้ามผมไม่ทราบ คุณตัดสินใจเอาเอง คุณจับธงอันนี้ขึ้นมาเลย
คุณเป็นคนทำเองเลย ก็คือพรรคภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงิน
เพราะผมเชื่อมั่นว่าคุณไปคุยกับสว.สีน้ำเงินได้
เพราะเขาอยู่ข้างคุณว่าช่วยผ่านกฎหมาย 3 ฉบับนี้เลย ก็คือ 1) รัฐที่ทำผิดอาญาต่อพลเรือนไม่มีอายุความ 2) รัฐบาล/นักการเมืองที่ทำผิดอาญาต่อประชาชนต้องขึ้นศาลพลเรือน 3) ทหารที่ทำผิดอาญาต่อพลเรือนต้องขึ้นศาลพลเรือน ถ้าคุณตัดสินใจทำนะ
ภาพลักษณ์ของคุณเปลี่ยนหมดเลย ประชาชนเขามองคุณในแง่บวกแน่นอน ส่วนอีก 3 เรื่องคุณต้องไปแก้ไขนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีเรื่องเขากระโดง
รวมทั้งสว.สีน้ำเงินด้วย แล้วขณะนี้คุณยังถูกครหานะครับในเรื่องผลการเลือกตั้ง
ในวันนี้ยังเดินหน้าอยู่ ผมไม่ทราบว่าจะจบยังไง ก็คือที่มีบาร์โค้ดกับคิวอาร์โค้ด
คนเขายังข้องใจอยู่ในครับว่าการชนะเลือกตั้งใสสะอาดหรือเปล่า คุณจะต้องสะสางนะครับ
นี่ผมชี้ทางสวรรค์ให้กับรัฐบาลอนุทินไปแล้ว ส่วนเขาจะทำ/ไม่ทำ
ไม่ทราบ
ผมกลับมากราบเรียนพี่น้องประชาชนนะครับว่าผมหวังว่า
4 ปี น่าจะพอนะ แหมแต่มันเหี่ยวแห้งเหลือเกิน ดูไปข้างหน้ามีแต่ทะเลทราย
มีแต่โขดหิน ไม่อยากใช้คำว่ามีหุบเขานรกขวางอยู่ข้างหน้าเลย ยากเหลือเกิน
เมื่อเป็นอย่างนี้นะพี่น้องครับ ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่ง
พรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ในวันนี้ที่ผมเห็นอยู่นะครับ
ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไหน
และผมก็ไม่ได้ไปสนทนาทางการเมืองกับพรรคการเมืองไหนทั้งสิ้น
ที่พบปะกันก็คือพบปะในที่สาธารณะเท่านั้นเอง
ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งพรรคการเมืองฝ่ายประชาชนจะชนะอย่างท่วมท้น แล้วถึงวันนั้นถ้ามีการยุบสภาก่อน
4 ปี พรรคการเมืองฝ่ายประชาชนกรุณาเดินหน้าทันทีเลยครับ
แล้วผมก็อยากจะเชียร์ให้พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศเลือกพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริงทั้งการพูดและการกระทำครับ อย่าเลือกพวกที่พูดเก่งนะครับ คุณจะเห็นพวกที่พูดเก่งพูดแล้วมีคนล้าน ๆ คนฟังเขา แต่เขาทำหรือเปล่าครับ ตัดสินที่การกระทำนะครับ พรรคการเมืองที่พูดแล้วมีคนฟังสักหมื่นหรือแสนคน อาจจะมีคนฟังไม่มาก อาจจะพูดไม่ไพเราะแต่พูดความจริง ผมว่าเราเลือกพรรคการเมืองนั้นดีกว่า ผมเรียนว่าถ้าเราได้พรรคการเมืองของประชาชนก่อนหน้า 4 ปี เราก็มีโอกาสดำเนินคดีกับทหาร ผู้นำทหาร ผู้บังคับบัญชาทหารที่ยิงประชาชน รวมทั้งนักการเมืองที่สั่งทหารยิงประชาชนสองมือเปล่า ในวันนี้ศาลฎีกาท่านได้พิพากษาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ว่าชายชุดดำที่ไปยิงร่มเกล้า ไม่มีจริง ซึ่งทางฝ่ายรัฐมุ่งหมายว่าชายชุดดำที่ยิงร่มเกล้าเป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังอาวุธชายชุดดำ ท่านยกฟ้องครับ แปลว่าเรื่องชายชุดดำเป็นเรื่องโกหกโดยสิ้นเขิงครับ
แต่ว่า
ป.ป.ช. แปลก นี่เป็นข้อมูลใหม่ที่ ป.ป.ช. ไม่เคยรับทราบมาก่อนเลย แล้วมันก็ปรากฏต่อที่สาธารณะ
ผมเชื่อว่า ป.ป.ช. ก็รู้ เมื่อมีข้อมูลใหม่แล้ว ทำไม ป.ป.ช.
ไม่ทบทวนข้อกล่าวหาที่พี่น้องประชาชนกล่าวหารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ
เทือกสุบรรณ นี่ ป.ป.ช. ตั้งอยู่บนรากฐานของนิติรัฐนิติธรรมหรือเปล่า
เมื่อไปเปรียบเทียบกับที่ ป.ป.ช. เร่งในการที่จะเล่นงาน สส.
ที่ทำหน้าที่นิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ
คุณไปเร่งรัดเลยว่าพวกนี้จะโค่นล้มสถาบัน ซึ่งมันยังฟังยากนะครับ เพราะว่า สส. เขาทำหน้าที่ของเขา
แล้วทำไม ป.ป.ช. ไม่เร่งรัดในการที่จะทบทวนคดีที่มีต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
และศอฉ. เพราะฉะนั้น ผมข้องใจ ป.ป.ช. มาก และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั่วประเทศข้องใจ
ป.ป.ช. มาก
ผมอยากจะฝากประเด็นเดียว
ผมหวังว่า 4
ปีนี้จะสำเร็จ แต่ผมคิดว่าไม่สำเร็จหรอก ถ้ารัฐบาลอนุทินเชื่อผมนี่จะสำเร็จ
แต่คุณคิดว่าเขาจะเชื่อผมมั้ยครับ ผมให้ 10%
ถ้าท่านอนุทินฟังอยู่นะ ดูซิว่าท่านจะนึกหรือเปล่าว่าวัฒนธรรมที่รัฐฆ่าประชาชนสองมือเปล่าแล้วลอยนวล
เป็นวัฒนธรรมที่เลวทรามสำหรับการเมืองประเทศไทยต่อไปชั่วกัลปาวสานเลย
ถ้าท่านรับทราบและตระหนักรู้ ท่านเกิดดวงตาเห็นธรรมขึ้นมา กลายเป็นโสดาบันขึ้นมา
โอ้โหผมจะกราบอย่างยิ่งเลย ก็คือเอานักการเมือง/ทหารที่ฆ่าประชาชนในปี
2553 มารับโทษตามกฎหมายให้ได้ แต่ผมดูแล้วอย่างที่ผมเรียน ถึงเปอร์เซ็นหรือเปล่าไม่รู้
เมื่อกี้ผมให้ 10% อาจจะมากไปนะ แต่ผมก็ยังต้องพูด ผมพูดในทางที่เป็นไปได้
คราวนี้เกิด
4 ปี สิ้นหวัง!!! สมมุตินะ ผมฝากไว้นะในนี้นักการเมืองหลายท่าน
มีพรรคประชาชนนั่งอยู่ตรงนี้ ผมฝากว่าอีก 4 ปีข้างหน้า
ถ้าเลือกตั้งเร็ว ก็พยายามให้ชนะให้ได้ และเมื่อชนะ
ผมฝากพรรคการเมืองประชาชนหรือพรรคการเมืองประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้น
ผมเชื่อนะว่าพรรคประชาชนจะไม่ทรยศหักหลังประชาชน นี่คือความเชื่อผม แต่ไม่แน่
เราต้องดูต่อไปยาว ๆ เพราะบางพรรคก็พิสูจน์แล้วนะครับ เดินมาสักพักหนึ่งก็ไปเลย
ข้ามขั้วตระบัดสัตย์ไปเลย ก็ฝากความหวังไว้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว
4 ปี ถ้าทำได้ วิเศษ!!! ถ้า 4 ปี
ทำไม่ได้ ผมฝากไว้ครับ ถ้าสมมุติพรรคประชาชนยังอยู่ สมมุติ
พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้า
พรรคประชาชนหรือพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งที่เป็นฝ่ายประชาธิปไตย
นำเรื่องนี้ไปสู่ ICC ครับ เพราะเรื่องนี้ อ.ธิดา
เขาได้ไปยื่นเรื่องต่อ ICC แล้ว แล้วตอนนั้น นางฟาตู เบนซูดา
อัยการ ICC อ.ธิดาเชิญอัยการ ICC เขาก็ยินดีมา
เขามาเพื่ออธิบายให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยในสมัยนั้นเข้าใจนะครับว่า
การรับรองเขตอำนาจศาล ICC เฉพาะกรณีนะครับ ไม่ใช่ให้สัตยาบันนะครับ
กรุณาแยกให้ชัด ๆ ถ้าคุณไปไขว้เขว ผิดเลย แล้วจะเสียหายหมด อย่าไขว้เขวนะ
ไม่ใช่การให้สัตยาบัน แต่เป็นการรับรองเขตอำนาจศาล เฉพาะกรณี เมษา-พฤษภา ปี 2553 ICC เข้ามาเลยครับ เพราะ 4 ปีผ่านไป มันเท่ากับหมดอายุความแล้ว เพราะกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยไม่อาจจะให้ความยุติธรรมกับประชาชนไทยได้
ดังนั้น ICC ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่เลย
ฝากไว้นะครับ
ถ้าพวกท่านชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นเกินกว่า 250 เกิน 4 ปี กรุณาเอาเรื่องนี้ไป ICC รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพียงท่านเดียว
แถลงในประเทศไทยก็ได้ แถลงต่อสื่อ บอกว่าประเทศไทยยินดีรับเขตอำนาจศาล เฉพาะกรณี
เมษา-พฤษภา ปี 2553 ตูม!!! เขามาเลยครับ ฉะนั้นไอ้พวกนี้โดนหมด อาจจะไม่เร็ว แต่มันโดนแน่นอน
เพราะอำนาจศาล ICC ไม่มีอายุความครับ
และแฟ้มของเขาเรียบร้อยแล้วเพราะ อ.ธิดา ไปคุย เขาต้อนรับ อ.ธิดา ตั้ง 3 ชั่วโมงนั่งคุยกัน และคณะที่ไปตอนนั้นมุ่งหวังจะฟ้องเฉพาะอภิสิทธิ์ฯ คนเดียว
เพราะอภิสิทธิ์มีสัญชาติอังกฤษ สามารถฟ้องได้เลย แต่ ICC บอกว่าเรื่องนี้มันต้องทำเป็นคณะใหญ่
คนเดียวทำไม่ได้ ต้องให้รัฐบาลประเทศไทยรับรองเขตอำนาจศาล เฉพาะกรณี เมษา-พฤษภา ปี 2553 อ.ธิดาก็เลยเชิญเขามา แต่มาแล้ว คุยกับ
ฯพณฯ ท่าน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ คุยกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สุรพงษ์
โตวิจักษณ์ชัยกุล ท่านปฏิเสธไม่ยอมเซ็น ไม่ทราบว่าจากอะไร
เพราะฉะนั้นฝากไว้นะครับว่า
4 ปี หมดอายุความ เราต้องไป ICC ครับ
เราจะปล่อยให้เรื่องนี่ลอยนวลต่อไปอีกไม่ได้ ผมขอใช้เวลาเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ
