วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569

ขนุน สิรภพ : คำปราศรัยในงานรำลึก #16ปีเมษาพฤษภา53 นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 อนุสรณ์สถาน 14ตุลาคม

 


ขนุน สิรภพ : คำปราศรัยในงานรำลึก #16ปีเมษาพฤษภา53 นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 อนุสรณ์สถาน 14ตุลาคม


สวัสดีครับทุกคน นับเป็นเวลา 7 เดือนหลังจากที่ผมไปฝึกวรยุทธที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นับเป็นช่วยเวลาถ้าจะพูดตรง ๆ เป็นช่วงเวลาที่สาหัสสากรรจ์สำหรับชีวิตคนคนหนึ่งที่สูญเสียหลายอย่าง ผมสูญเสียเวลา ผมสูญเสียชีวิต และสูญเสียความสัมพันธ์กับคนในสังคมไป แต่ผมสูญเสียแค่นี้ยังไม่เท่ากับการสูญเสียชีวิตของคนเสื้อแดง ผมสูญเสียแค่นี้ มันไม่เทียบเท่ากับชีวิตของคน 6ตุลา หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับสังคมไทย ที่เกิดขึ้นจากรัฐไทยกระทำต่อพวกเขา


เสื้อแดง สำหรับผมในช่วงเวลานั้น 16 ปีที่ผ่านมา ผมอายุแค่ 10 ขวบ 10 ปีที่แล้วผมแย่งทีวีกับที่บ้าน ที่บ้านเปิดดูข่าวแต่ข่าวช่องเสื้อแดง ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในวันที่ผมเข้าใจว่าเสื้อแดงคืออะไร คือวันที่ผมโดนครูด่าหน้าห้อง คือวันที่ครูถามคนในห้องว่าใครเป็นเสื้อแดง? ผมไม่รู้เรื่อง ผมรู้แค่ว่าที่บ้านผมดูข่าวเสื้อแดง สิ่งที่ผมทำก็คือยกมือแล้วตอบว่า ผมเสื้อแดงครับ รู้ป่าวว่าเกิดอะไรขึ้น ง่าย ๆ เลย ครูหันมามองค้อนใส่ผมคนเดียวในห้องเลยที่ยกมือ แล้วครูเขาบอกว่าเสื้อแดงมันเป็นคนเลวนะ เผาบ้านเผาเมือง เธอเป็นเสื้อแดงได้ยังไง ผมคิดว่าเผาอะไรวะ ไม่ได้ดูข่าว รู้แค่ว่าเสื้อแดงออกมาเรียกร้องความยุติธรรม ออกมาเรียกร้องชีวิตของเขา ผมจำได้แค่นี้เพราะที่บ้านผมบอกมาแบบนี้

 

แล้วครูก็พูดยาวเลย แล้วผมก็เถียงกับครูคนนั้น ครูวิชาสังคม แกสอนวิชาประวัติศาสตร์การเมืองไทย ผมก็เถียงไปเรื่อย ๆ จนเพื่อนข้าง ๆ สะกิด ไอ้หนุนพอ ยกมือเป็นเสื้อเหลืองเถอะ จะได้ไม่ต้องเถียง แล้วครูก็หันไป บอกว่าไหน ไอ้นี่เสื้อแดง แล้วใครเสื้อเหลืองบ้างยกมือหน่อย ทุกคนในห้องยกมือว่าเป็นเสื้อเหลือง ผมถาม ทำไม? เพราะครูจะได้ไม่ด่าพวกเรา นั่นคือบริบทของช่วงเวลานั้น แต่ตอนสมัยปี 2553 เรื่องมาจนถึงปี 2557 ตอน กปปส. ผมก็โดนอีกรอบหนึ่ง มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บจี๊ด แล้วตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับสังคมเรา? เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองเรา? จนผมได้ออกมาเรียกร้องเองและเข้าใจเองว่าสังคมเรามันวิปริตยังไง!!!

 

สังคมไทยเราเหนือคณานับ เรามองเห็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะพูดก็คืออย่าลืมคนที่ต่อสู้อยู่แม้ว่าเขาจะจากไปแล้วหรือยังสู้อยู่ข้างใน ทุกคนเห็นกำแพงนี้มั้ยครับ ในกำแพงที่สูงเท่านี้ ผมอยู่ร่วมชายคากับคน นักสู้ ไม่ว่าจะเป็นพี่อานนท์ พี่ก้อง พี่แม็กซ์ หลาย ๆ คนที่เป็นนักสู้ หรือแม้แต่นักสู้เสื้อแดงที่เข้าไปในช่วงเวลาที่ผมอยู่ หรือแม้แต่เพื่อนคนเวียดนามที่เพิ่งถูกส่งตัวกลับไปเวียดนามแล้วจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ คนเหล่านี้เป็นคนที่ใช้สิทธิเพื่อเสรีภาพ ชื่อในอุดมการณ์ของตัวเอง เชื่อในสิ่งที่ตัวเองสู้ และทำตามความฝันของตัวเอง แต่รัฐไทยกลับจองจำพวกเขา แต่รัฐไทยกลับจองจำผม

 

นี่คือความสูงที่ผมมองอยู่ทุกวันเพื่อให้เห็นท้องฟ้าภายใต้กำแพงสูงหนาที่ชื่อว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นี่คือวิวทุกวันที่ผมมองเห็น นี่คือสิ่งที่รัฐไทยมองให้กับคนที่คิดต่าง ในช่วงเวลาผมเขามองกำแพงให้ ในช่วงเวลาปี  2553 เขามอบกระสุนให้ อย่าลืม!!!

 

และขอบคุณที่พี่วิโรจน์ที่พูดถึงเรื่องของการที่คดีเหล่านี้จะไม่มีอายุความสำหรับข้าราชการที่กระทำความผิด ที่ใช้กระสุนปืนที่มาจากภาษีประชาชน ยิงใส่ประชาชน ห้ำหั่นประชาชน มองเขาว่าเป็นศัตรูของชาติ ขอบคุณพี่บัส ขอบคุณพี่แมวที่พูดถึงเรื่องชีวิตคนคนหนึ่งที่สูญเสียไป พูดตรง ๆ ผมไม่เคยเข้าร่วมชุมนุมเสื้อแดง ผมทันแค่การชุมนุมของพวกผม และผมทันสำหรับประวัติศาสตร์การเมืองในปัจจุบันเพียงเท่านั้น ที่ผมเข้าร่วมวันนี้เพื่อจะได้ซึมซับในสิ่งที่ขาดหายไป พีเรียดการเมืองช่วงนี้คือผมยังเด็ก และในวันนี้ผมก็ได้เข้าใจ ในวันนี้เมื่อหลายปีที่แล้วผมก็เคยมาพูด


สิ่งที่สรุปเลยก็คือ อีก 4 ปี เรามาสู้กันต่อ อีกฮึบเดียว หวังว่าคนเสื้อแดงจะได้ความยุติธรรมครับ ขอบคุณครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53 #16ปีเมษาพฤษภา53 #คนเสื้อแดง