วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569

พริษฐ์ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน รับหนังสือภาคประชาชน-ผู้เสนอร่าง ผนึกกำลังจี้ ครม. ให้มีมติให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ไปต่อ ย้ำรัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับฤดูฝุ่นล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้วิกฤตเกิดก่อนแล้วค่อยมาตามแก้ไข

 


พริษฐ์ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน รับหนังสือภาคประชาชน-ผู้เสนอร่าง ผนึกกำลังจี้ ครม. ให้มีมติให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ไปต่อ ย้ำรัฐบาลต้องเตรียมรับมือกับฤดูฝุ่นล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้วิกฤตเกิดก่อนแล้วค่อยมาตามแก้ไข


วันที่ 30 เมษายน 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ได้มารับหนังสือจากตัวแทนของภาคประชาชนเกี่ยวกับการผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด ที่ค้างจากสภาชุดที่แล้ว ซึ่งกำลังรอมติจากคณะรัฐมนตรีที่จะต้องยืนยันก่อนวันที่ 12 พฤษภาคม เพื่อให้ร่างดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาและเพื่อไม่ให้ร่างกฎหมายดังกล่าวตกไป


ตัวแทนจากภาคประชาชนกล่าวว่า วันนี้พวกตนมาแสดงความกังวลผ่านทางฝ่ายค้าน เพราะถึงแม้ว่ารัฐบาลบอกว่าจะส่งร่างอากาศสะอาดที่ค้างอยู่มาที่รัฐสภาให้ได้ไปต่อ แต่รัฐบาลยังไม่ได้มีมติดังกล่าว จึงมีความกังวลหลายเรื่อง ทั้งรัฐบาลจะส่งมาจริงหรือไม่ และถ้าส่งมาจริง รัฐสภาจะเห็นชอบหรือไม่ ซึ่งหากได้ไปต่อในชั้นกรรมาธิการของ สว. แล้ว สว. จะเปลี่ยนแปลงร่างดังกล่าวหรือไม่อย่างไร ซึ่งพวกตนเห็นถึงความสำคัญของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน วันนี้พวกตนจึงขอยื่นหนังสือ เพื่อให้ทางฝ่ายค้านสนับสนุนอย่างเต็มที่ และฝากความหวังไว้กับฝ่ายค้านด้วย


ทางด้านพริษฐ์กล่าวว่า ตนขอเป็นตัวแทนของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีความเห็นตรงกันว่า พร้อมที่จะทำเต็มที่และใช้ทุกกลไก เพื่อให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่จากสภาชุดที่แล้ว สามารถไปต่อได้และบังคับใช้ในประเทศนี้โดยเร็ว


พริษฐ์กล่าวต่อว่า ขั้นตอนในการทำให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ไปต่อนั้น มีสองขั้นตอนหลัก ๆ ขั้นตอนแรกคือ ครม. จะต้องมีมติยืนยันให้ร่างดังกล่าวได้ไปต่อก่อนวันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งนับเป็น 60 วันหลังที่มีการประชุมสภานัดแรก ทางวิปฝ่ายค้านจะติดตามและตรวจสอบมติ ครม. อย่างใกล้ชิด พวกตนมีความเข้าใจว่า ครม. จะมีมติในการตัดสินใจว่าจะให้ร่างกฎหมายฉบับใดได้ไปต่อหรือไม่ไปต่อ ในการประชุม ครม. วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ เพราะฉะนั้น ทางด้านวิปฝ่ายค้านจึงได้ออกหนังสือเชิญตัวแทนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมาร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน คู่ขนานกับการประชุม ครม. ในเช้าวันอังคาร 5 พฤษภาคม  หาก ครม. มีมติใดให้ร่างใดไปต่อ แล้วพวกตนเห็นด้วย ก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่หากมีร่างใดที่พวกตนเห็นว่าควรได้ไปต่อ (เช่น ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด) แต่หาก ครม. ไม่มีมติยืนยันออกมาในวันที่ 5 พฤษภาคม พวกตนจะได้ซักถามถึงเหตุผลจากตัวแทนคณะรัฐมนตรี และเสนอแนะกลับไปว่าให้กลับไปทบทวน เพื่อให้มีมติในการประชุม ครม. ครั้งถัดไปในวันที่ 12 พฤษภาคม ทันตามกรอบเวลาที่ยังสามารถมีมติได้


สำหรับขั้นตอนที่สอง คือหากสมมติว่า ครม. ได้มีมติยืนยันให้ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ให้ได้ไปต่อ ร่างดังกล่าวจะถูกส่งเข้ามาในที่ประชุมร่วมของรัฐสภา คือ สส. และ สว. รวมกัน ซึ่งถ้ากฎหมายจะได้ไปต่อ จะต้องมีมติเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา ตนได้คำนวณตัวเลขดูคร่าว ๆ สส. และ สว. รวมกัน 700 คน ต้องการ 350 เสียง ดังนั้นหากพรรคร่วมรัฐบาลลงมติเห็นชอบให้กฎหมายดังกล่าวไปต่อได้ เมื่อบวกตัวเลขของ สส. ในซีกฝ่ายค้านที่พร้อมจะลงมติเห็นชอบอยู่แล้ว ร่างดังกล่าวจะได้มติเห็นชอบจากรัฐสภาให้ไปต่อได้แน่นอน


พวกตนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการตัดสินใจของรัฐบาล ไม่ว่าจะในที่ประชุม ครม. ก็ดี หรือในการลงมติในรัฐสภาก็ดี จะนึกถึงสุขภาพและปอดของพี่น้องประชาชนไทยทุกคน หากการตัดสินใจใด ๆ ที่ทำให้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ทำกันมาอย่างยาวนานในสภาชุดที่แล้วไม่ได้ไปต่อ จะไม่ได้เป็นเพียงการทิ้งงานที่ได้ร่วมผลักดันกันมาหลายปี แต่จะเป็นการโยนทิ้งรายชื่อของพี่น้องประชาชน ที่ได้เข้าชื่อกันผ่านกลไกทางการของสภาประมาณ 26,500 รายชื่อ ซึ่งตนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะไม่ตัดสินใจเช่นนั้น


พริษฐ์กล่าวปิดท้ายว่า แม้ในกรณีที่ พ.ร.บ.อากาศสะอาด สามารถผ่านไปได้ และประกาศบังคับใช้ ตนก็มองว่าภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นเพียงเท่านั้น เพราะสิ่งที่พวกตนอยากเห็น คือการที่รัฐบาลใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่จะมีมากขึ้นจาก พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อนำมาเตรียมการต่อการรับมือกับฤดูฝุ่นในปีถัดไป อย่าปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วมาวัวหายล้อมคอก แต่ต้องพยายามใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีมากขึ้นในการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการจัดสรรงบประมาณ หรือการเพิ่มแรงจูงใจในการลดมลพิษหรือฝุ่น PM2.5 ที่แหล่งผลิตหรือที่ต้นตอ


ทั้งหมดนี้ก็เป็นคำสัญญาของพวกตนในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ที่จะร่วมขับเคลื่อนไปกับพี่น้องประชาชน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #พรบอากาศสะอาด