ปชน.ยื่นญัตติทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่
“ภคมน” ผิดหวังผ่านไป 5
เดือนยังจ่ายเยียวยาไม่ครบ บางบ้านได้แค่หลักร้อย
จี้รัฐปรับเกณฑ์-จ่ายย้อนหลังให้ถึง เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ
วันที่
8 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
มีการพิจารณาญัตติด่วนกรณีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในหาดใหญ่
จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2568 โดย ภคมน หนุนอนันต์
สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เป็นผู้เสนอญัตติในส่วนของพรรคประชาชน
ภคมนระบุว่าเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
เกิดอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เราห้ามฟ้าห้ามฝนไม่ได้
แต่เราสามารถคาดหวังกับศักยภาพของรัฐบาลในการบริหารจัดการภัยพิบัติและเยียวยาประชาชนได้
คนธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำรวยเจอภัยพิบัติระดับนั้นไม่ตายก็ลุกไม่ไหว
น้ำท่วมในภาคใต้ผ่านมาแล้ว 5 เดือน
หากรัฐบาลมีศักยภาพจริงตนไม่ต้องมาทวงเงินเยียวยาและเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลให้ชาวหาดใหญ่แบบนี้
ตั้งแต่ช่วงแรกที่น้ำท่วม
ฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 21
พฤศจิกายน 2568 ต่อเนื่องระดับน้ำสูงในวันที่ 23
พฤศจิกายน 2568 แต่รัฐบาลประกาศ
พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ล่าช้าไปสี่วัน
เท่ากับการออกคำสั่งรวมศูนย์อำนาจและการสั่งการย่อมล่าช้าไปด้วย
ไม่มีการประกาศแผนการอพยพล่วงหน้า มาประกาศในวันที่ประชาชนออกจากบ้านไม่ได้แล้ว
ไฟดับทั้งเมือง อินเทอร์เน็ตตัดขาด ของใช้อาหารไม่มี
บ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้เตรียมความพร้อมไว้ กระทั่งโรงพยาบาลน้ำท่วมเครื่องปั่นไฟเพราะไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ
ประชาชนดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไม่รู้ว่าต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางไหน
ภคมนกล่าวต่อไปว่าแม้ต่อมารัฐบาลจะประกาศ
พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ชัดเจน
วันแรกนายกรัฐมนตรีตั้ง ธรรมนัส พรหมเผ่า
ทุกคนคิดว่าจะมีการตั้งศูนย์บัญชาการที่ชัดเจน
แต่ช่วงบ่ายคณะรัฐมนตรีกลับมีมติให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาดูแลอีกที
จนไม่รู้ว่าใครเป็นผู้บัญชาการใคร เกิดภาวะสุญญากาศ ประชาชนดิ้นรนกันเอง
หน่วยงานทำงานแบบเชิงรับเพราะไม่รู้ต้องฟังคำสั่งจากใคร แทนที่รัฐมนตรีจะทุบโต๊ะ
มีคำสั่งเด็ดขาด บัญชาการอย่างเป็นระบบด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก
แต่กลับไม่มีคำสั่งการจัดการรวมศูนย์ ไม่มีคนที่อยู่หน้างานจริงเพื่อสั่งการ
ระบบราชการที่ไม่ยืดหยุ่น
วัฒนธรรมการเมืองที่ล้าหลัง
เป็นอุปสรรคในการตัดสินใจและการสั่งการในสถานการณ์ที่เปลี่ยนทุกนาที
แต่รัฐบาลตั้งวอร์รูมอยู่ที่กรุงเทพ กว่าจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ก็ผ่านไปสี่วันแล้ว คนในรัฐบาลที่มีอำนาจแก้ปัญหาไม่มีใครอยู่ในพื้นที่เกินสามวัน
สุดท้ายประชาชนถูกโดดเดี่ยวจากรัฐบาลที่ทำงานไม่ทันเหตุการณ์
สถานการณ์ลุกลามบานปลาย ระดับความรุนแรงมากขึ้น
ความช่วยเหลือเกินมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อาสาสมัครกลายเป็นที่พึ่งหลักของประชาชน
ภคมนกล่าวต่อไปว่าตนอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันที่
23 พฤศจิกายน 2568 ทำงานร่วมกับกู้ภัยนครศรีธรรมราช
ช่วยประชาชนอพยพส่งข้าวส่งของ ใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ เพราะไม่มีข้อมูลอะไร
ใช้ข้อมูลจากจิตอาสาที่ทำแพลตฟอร์มออนไลน์
แต่ยังขาดข้อมูลที่จำเป็นในพื้นที่รายหลายครัวเรือน
ซึ่งหากมีข้อมูลกลางจะช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดกว่านี้
จัดเตรียมทรัพยากรให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี ประหยัดเวลาและทรัพยากรได้มากกว่านี้
พรรคประชาชนเสนอตั้งแต่วันนั้นให้รัฐบาลทำศูนย์ข้อมูลกลาง
และเชื่อมข้อมูลกับจิสด้า ซึ่งเป็นภาพถ่ายดาวเทียมที่ระบุได้ว่าใครติดที่ไหนบ้าง
เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าให้กับแนวหน้า อาสาสมัคร
และหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้ ข้อมูลกลางนี้จะมีการระบุจีโอโลเคชั่น
หรือตำแหน่งภูมิศาสตร์ และถ้ามีข้อมูลกลางนี้
รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลนั้นในการเยียวยาประชาชนได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ประชาชนถ่ายเอกสารมายืนต่อคิว
และถ้ามีศูนย์ข้อมูลกลางจริง ภายใน 30 วันนับจากวันนั้น
รัฐบาลสามารถจ่ายเงินเยียวยาประชาชนได้ โดยไม่ต้องให้ประชาชนมาร้องขอแบบนี้
ภคมนกล่าวต่อไปว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติที่รุนแรงอย่างกรณีโคลนถล่มที่
จ.เชียงราย รัฐบาลสามารถขยายเงินเยียวยานอกหลักเกณฑ์ได้ จ่ายเพิ่มเป็นค่าซ่อมบ้าน
แต่ในเหตุน้ำท่วมหนักที่สุดในภาคใต้ ทำไมรัฐบาลถึงยังจ่ายอยู่แค่ 9,000 บาท
ทำไมไม่ขยายเงินเยียวยานอกหลักเกณฑ์
นอกจากนี้รัฐบาลยังสามารถออกหลักเกณฑ์ย้อนหลังให้เงินเยียวยาค่าซ่อมบ้าน
ที่รวมกับค่าแรงและค่าวัสดุ รวมถึงใช้เกณฑ์เยียวยาจำนวน 11,400 บาท ที่เป็นเงินทุนในการช่วยเหลือการประกอบอาชีพได้อีกด้วย
ในส่วนเงินเยียวยาค่าซ่อมบ้าน
ขณะนี้ข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดสงขลา มีผู้ได้รับผลกระทบ 101,000 กว่าครัวเรือน
แต่มีผู้ได้รับการอนุมัติช่วยเหลือแค่ 55,000 ครัวเรือน
คำถามคืออีกครึ่งหนึ่งทำไมถึงยังไม่ได้รับการอนุมัติช่วยเหลือ
บางคนน้ำท่วมเป็นเมตรได้ 240 บาท คำถามคือรัฐบาลใช้เกณฑ์อะไร
ลูกบิดกลอนประตูยังซื้อไม่ได้เลย
ภคมนกล่าวต่อไปว่าพรรคประชาชนเสนอให้มีการแก้ระเบียบและขยับเพดานจาก
49,500 บาทเป็น 100,000 บาท
จ่ายตามจริงโดยให้รวมค่าวัสดุและค่าแรงด้วย และดูเหมือนรัฐบาลก็ฟังข้อเสนอนี้
เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 มีการแก้ระเบียบส่วนนี้ให้เกณฑ์การเยียวยาขึ้นเป็น
88,500 บาท ให้ทั้งค่าวัสดุและค่าแรงแล้ว
แต่มีผลบังคับใช้สำหรับภัยที่เกิดหลัง 6 มีนาคม 2569 แปลว่าประชาชนที่นำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วจะไม่ได้รับเงินเยียวยาครอบคลุมกลับไปในส่วนที่แก้ระเบียบใหม่อยู่ดี
รัฐบาลต้องทำให้ระเบียบมีมาตรฐานและพึ่งพาได้จริง
ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะต้องต่อสู้ดิ้นรนกันเอง
ในกรณีผู้เสียชีวิต
รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยา 2
ล้านบาท แต่ไม่มีผ่านการติดตามดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต
ไม่มีการดูแลฟื้นฟูอาชีพหรือสภาพจิตใจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า เสียใจด้วยนะ
รัฐบาลช่วยได้แค่นี้
รัฐบาลพูดและกล่าวว่าเมื่อเทียบกับอดีตแล้วการจ่ายเงินเยียวยาครั้งนี้ค่อนข้างรวดเร็ว
แต่ประชาชนไม่ได้ถามหาความรวดเร็วเทียบกับในอดีต
แต่ถามหามาตรฐานที่ประชาชนควรจะได้รับ
ภคมนกล่าวต่อไปว่าในด้านเศรษฐกิจ
สภาพเมืองที่เจออุทกภัยยิ่งใหญ่ขนาดนั้นต้องมีการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันถ้าไปหาดใหญ่จะเห็นสภาพเมืองที่เหมือนจะกลับมาเป็นปกติ
แต่นั่นไม่ได้เกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาล
หาดใหญ่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่เชื่อมต่อจังหวัดอื่นๆ
เป็นตลาดแรงงานของจังหวัดใกล้เคียงกันโดยภาคธุรกิจ
หากไม่สามารถเรียกร้องความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและกระตุ้นนักท่องเที่ยว
หาดใหญ่ก็ไปต่อได้ยาก
จนถึงวันนี้รัฐบาลประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่ไว้หรือยังว่าเสียหายไปเท่าไหร่
และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ถึงจะสามารถชดเชยเศรษฐกิจที่เสียหายได้
การฟื้นฟูเมืองหลังเจออุทกภัยต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว
วันนี้พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการระยะสั้นก่อน เช่น
โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยหมุนเวียนบัญชีเมืองหลวงทุก 4 เดือน
ทำโปรโมชั่นร่วมกับโรงแรม ร้านอาหารในพื้นที่
อย่าหวังว่าแค่ปล่อยคนละครึ่งแล้วจะจบ
ผู้ประกอบการธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้รับการเยียวยาอะไรเลย
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องไปยื่นช่องทางไหน ในส่วนสินเชื่อธนาคารที่รัฐบอกว่าจะพักหนี้
สุดท้ายก็ต้องใช้เครดิตส่วนตัวในการคุยกับธนาคาร
ได้บ้างไม่ได้บ้างขึ้นอยู่กับเครดิต
แต่แม่ค้าในตลาดมีทางเลือกเดียวที่มีคือดอกเบี้ยรายวัน สุดท้ายขายไม่ดี
ไม่มีปัญญาจ่ายดอกเบี้ยก็ต้องปล่อยเจ๊ง ประชาชนถูกซ้ำเติมรับชะตากรรมแบบนี้ซ้ำๆ
ภคมนกล่าวต่อไปว่าอีกไม่กี่วันจะสงกรานต์แล้ว
ภาคธุรกิจในหาดใหญ่มีความหวังว่าจะจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในหาดใหญ่
แต่เมื่อเจอกับวิกฤตน้ำมันแบบนี้ทำท่าจะยากแล้ว
บวกกับรัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นอะไรเพื่อช่วยพื้นที่เศรษฐกิจในหาดใหญ่เลย
วันนี้ชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงที่น้ำท่วมเจอวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการไม่ต่างกับประชาชน
คือโรดแมปในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
เพื่อความมั่นใจว่าจะสามารถลงทุนรอบใหม่ได้ ธุรกิจจะรอด
พรุ่งนี้จะมีการแถลงนโยบายต่อสภา
สิ่งที่จะพอใกล้เคียงกับการบริหารจัดการน้ำและการเยียวยาภัยพิบัติ
คือนโยบายกองทุนภัยพิบัติ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ
แต่การเยียวยาประชาชนจากภัยพิบัติไม่เท่ากับการป้องกันประชาชนตั้งแต่แรก รัฐบาลจะต้องทำทั้งสองอย่าง
แต่น่าผิดหวังที่บทเรียนความล้มเหลวจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้
ไม่มีค่าพอให้รัฐบาลออกเป็นแนวทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหา
ทำให้ต้องมีการยื่นญัตติในวันนี้ รัฐบาลคิดแต่การเยียวยาด้วยการจ่ายแล้วจบ
ชะตากรรมของประชาชนแขวนบนเส้นด้าย สิ่งที่ประชาชนอยากได้คือความปลอดภัยที่รัฐบาลต้องดูแล
