วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569

ปชน.ยื่นญัตติทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ “ภคมน” ผิดหวังผ่านไป 5 เดือนยังจ่ายเยียวยาไม่ครบ บางบ้านได้แค่หลักร้อย จี้รัฐปรับเกณฑ์-จ่ายย้อนหลังให้ถึง เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ

 


ปชน.ยื่นญัตติทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ “ภคมน” ผิดหวังผ่านไป 5 เดือนยังจ่ายเยียวยาไม่ครบ บางบ้านได้แค่หลักร้อย จี้รัฐปรับเกณฑ์-จ่ายย้อนหลังให้ถึง เร่งออกมาตรการเฉพาะหน้ายิงตรงภาคธุรกิจ


วันที่ 8 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาญัตติด่วนกรณีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในหาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2568 โดย ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เป็นผู้เสนอญัตติในส่วนของพรรคประชาชน


ภคมนระบุว่าเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เราห้ามฟ้าห้ามฝนไม่ได้ แต่เราสามารถคาดหวังกับศักยภาพของรัฐบาลในการบริหารจัดการภัยพิบัติและเยียวยาประชาชนได้ คนธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำรวยเจอภัยพิบัติระดับนั้นไม่ตายก็ลุกไม่ไหว น้ำท่วมในภาคใต้ผ่านมาแล้ว 5 เดือน หากรัฐบาลมีศักยภาพจริงตนไม่ต้องมาทวงเงินเยียวยาและเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลให้ชาวหาดใหญ่แบบนี้


ตั้งแต่ช่วงแรกที่น้ำท่วม ฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ต่อเนื่องระดับน้ำสูงในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 แต่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ล่าช้าไปสี่วัน เท่ากับการออกคำสั่งรวมศูนย์อำนาจและการสั่งการย่อมล่าช้าไปด้วย ไม่มีการประกาศแผนการอพยพล่วงหน้า มาประกาศในวันที่ประชาชนออกจากบ้านไม่ได้แล้ว ไฟดับทั้งเมือง อินเทอร์เน็ตตัดขาด ของใช้อาหารไม่มี บ้านที่มีผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้เตรียมความพร้อมไว้ กระทั่งโรงพยาบาลน้ำท่วมเครื่องปั่นไฟเพราะไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ ประชาชนดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไม่รู้ว่าต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางไหน


ภคมนกล่าวต่อไปว่าแม้ต่อมารัฐบาลจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ชัดเจน วันแรกนายกรัฐมนตรีตั้ง ธรรมนัส พรหมเผ่า ทุกคนคิดว่าจะมีการตั้งศูนย์บัญชาการที่ชัดเจน แต่ช่วงบ่ายคณะรัฐมนตรีกลับมีมติให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาดูแลอีกที จนไม่รู้ว่าใครเป็นผู้บัญชาการใคร เกิดภาวะสุญญากาศ ประชาชนดิ้นรนกันเอง หน่วยงานทำงานแบบเชิงรับเพราะไม่รู้ต้องฟังคำสั่งจากใคร แทนที่รัฐมนตรีจะทุบโต๊ะ มีคำสั่งเด็ดขาด บัญชาการอย่างเป็นระบบด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรก แต่กลับไม่มีคำสั่งการจัดการรวมศูนย์ ไม่มีคนที่อยู่หน้างานจริงเพื่อสั่งการ


ระบบราชการที่ไม่ยืดหยุ่น วัฒนธรรมการเมืองที่ล้าหลัง เป็นอุปสรรคในการตัดสินใจและการสั่งการในสถานการณ์ที่เปลี่ยนทุกนาที แต่รัฐบาลตั้งวอร์รูมอยู่ที่กรุงเทพ กว่าจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ผ่านไปสี่วันแล้ว คนในรัฐบาลที่มีอำนาจแก้ปัญหาไม่มีใครอยู่ในพื้นที่เกินสามวัน สุดท้ายประชาชนถูกโดดเดี่ยวจากรัฐบาลที่ทำงานไม่ทันเหตุการณ์ สถานการณ์ลุกลามบานปลาย ระดับความรุนแรงมากขึ้น ความช่วยเหลือเกินมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครกลายเป็นที่พึ่งหลักของประชาชน


ภคมนกล่าวต่อไปว่าตนอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ทำงานร่วมกับกู้ภัยนครศรีธรรมราช ช่วยประชาชนอพยพส่งข้าวส่งของ ใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ เพราะไม่มีข้อมูลอะไร ใช้ข้อมูลจากจิตอาสาที่ทำแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ยังขาดข้อมูลที่จำเป็นในพื้นที่รายหลายครัวเรือน ซึ่งหากมีข้อมูลกลางจะช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุดกว่านี้ จัดเตรียมทรัพยากรให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี ประหยัดเวลาและทรัพยากรได้มากกว่านี้


พรรคประชาชนเสนอตั้งแต่วันนั้นให้รัฐบาลทำศูนย์ข้อมูลกลาง และเชื่อมข้อมูลกับจิสด้า ซึ่งเป็นภาพถ่ายดาวเทียมที่ระบุได้ว่าใครติดที่ไหนบ้าง เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าให้กับแนวหน้า อาสาสมัคร และหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับท้องถิ่นได้ ข้อมูลกลางนี้จะมีการระบุจีโอโลเคชั่น หรือตำแหน่งภูมิศาสตร์ และถ้ามีข้อมูลกลางนี้ รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลนั้นในการเยียวยาประชาชนได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ประชาชนถ่ายเอกสารมายืนต่อคิว และถ้ามีศูนย์ข้อมูลกลางจริง ภายใน 30 วันนับจากวันนั้น รัฐบาลสามารถจ่ายเงินเยียวยาประชาชนได้ โดยไม่ต้องให้ประชาชนมาร้องขอแบบนี้


ภคมนกล่าวต่อไปว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติที่รุนแรงอย่างกรณีโคลนถล่มที่ จ.เชียงราย รัฐบาลสามารถขยายเงินเยียวยานอกหลักเกณฑ์ได้ จ่ายเพิ่มเป็นค่าซ่อมบ้าน แต่ในเหตุน้ำท่วมหนักที่สุดในภาคใต้ ทำไมรัฐบาลถึงยังจ่ายอยู่แค่ 9,000 บาท ทำไมไม่ขยายเงินเยียวยานอกหลักเกณฑ์ นอกจากนี้รัฐบาลยังสามารถออกหลักเกณฑ์ย้อนหลังให้เงินเยียวยาค่าซ่อมบ้าน ที่รวมกับค่าแรงและค่าวัสดุ รวมถึงใช้เกณฑ์เยียวยาจำนวน 11,400 บาท ที่เป็นเงินทุนในการช่วยเหลือการประกอบอาชีพได้อีกด้วย


ในส่วนเงินเยียวยาค่าซ่อมบ้าน ขณะนี้ข้อมูลจากสำนักงานจังหวัดสงขลา มีผู้ได้รับผลกระทบ 101,000 กว่าครัวเรือน แต่มีผู้ได้รับการอนุมัติช่วยเหลือแค่ 55,000 ครัวเรือน คำถามคืออีกครึ่งหนึ่งทำไมถึงยังไม่ได้รับการอนุมัติช่วยเหลือ บางคนน้ำท่วมเป็นเมตรได้ 240 บาท คำถามคือรัฐบาลใช้เกณฑ์อะไร ลูกบิดกลอนประตูยังซื้อไม่ได้เลย


ภคมนกล่าวต่อไปว่าพรรคประชาชนเสนอให้มีการแก้ระเบียบและขยับเพดานจาก 49,500 บาทเป็น 100,000 บาท จ่ายตามจริงโดยให้รวมค่าวัสดุและค่าแรงด้วย และดูเหมือนรัฐบาลก็ฟังข้อเสนอนี้ เพราะล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 มีการแก้ระเบียบส่วนนี้ให้เกณฑ์การเยียวยาขึ้นเป็น 88,500 บาท ให้ทั้งค่าวัสดุและค่าแรงแล้ว แต่มีผลบังคับใช้สำหรับภัยที่เกิดหลัง 6 มีนาคม 2569 แปลว่าประชาชนที่นำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วจะไม่ได้รับเงินเยียวยาครอบคลุมกลับไปในส่วนที่แก้ระเบียบใหม่อยู่ดี รัฐบาลต้องทำให้ระเบียบมีมาตรฐานและพึ่งพาได้จริง ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะต้องต่อสู้ดิ้นรนกันเอง


ในกรณีผู้เสียชีวิต รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยา 2 ล้านบาท แต่ไม่มีผ่านการติดตามดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิต ไม่มีการดูแลฟื้นฟูอาชีพหรือสภาพจิตใจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการบอกว่า เสียใจด้วยนะ รัฐบาลช่วยได้แค่นี้ รัฐบาลพูดและกล่าวว่าเมื่อเทียบกับอดีตแล้วการจ่ายเงินเยียวยาครั้งนี้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่ประชาชนไม่ได้ถามหาความรวดเร็วเทียบกับในอดีต แต่ถามหามาตรฐานที่ประชาชนควรจะได้รับ


ภคมนกล่าวต่อไปว่าในด้านเศรษฐกิจ สภาพเมืองที่เจออุทกภัยยิ่งใหญ่ขนาดนั้นต้องมีการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันถ้าไปหาดใหญ่จะเห็นสภาพเมืองที่เหมือนจะกลับมาเป็นปกติ แต่นั่นไม่ได้เกิดจากการบริหารจัดการของรัฐบาล หาดใหญ่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่เชื่อมต่อจังหวัดอื่นๆ เป็นตลาดแรงงานของจังหวัดใกล้เคียงกันโดยภาคธุรกิจ หากไม่สามารถเรียกร้องความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและกระตุ้นนักท่องเที่ยว หาดใหญ่ก็ไปต่อได้ยาก จนถึงวันนี้รัฐบาลประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่ไว้หรือยังว่าเสียหายไปเท่าไหร่ และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ถึงจะสามารถชดเชยเศรษฐกิจที่เสียหายได้


การฟื้นฟูเมืองหลังเจออุทกภัยต้องมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว วันนี้พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการระยะสั้นก่อน เช่น โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยหมุนเวียนบัญชีเมืองหลวงทุก 4 เดือน ทำโปรโมชั่นร่วมกับโรงแรม ร้านอาหารในพื้นที่ อย่าหวังว่าแค่ปล่อยคนละครึ่งแล้วจะจบ ผู้ประกอบการธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ได้รับการเยียวยาอะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องไปยื่นช่องทางไหน ในส่วนสินเชื่อธนาคารที่รัฐบอกว่าจะพักหนี้ สุดท้ายก็ต้องใช้เครดิตส่วนตัวในการคุยกับธนาคาร ได้บ้างไม่ได้บ้างขึ้นอยู่กับเครดิต แต่แม่ค้าในตลาดมีทางเลือกเดียวที่มีคือดอกเบี้ยรายวัน สุดท้ายขายไม่ดี ไม่มีปัญญาจ่ายดอกเบี้ยก็ต้องปล่อยเจ๊ง ประชาชนถูกซ้ำเติมรับชะตากรรมแบบนี้ซ้ำๆ


ภคมนกล่าวต่อไปว่าอีกไม่กี่วันจะสงกรานต์แล้ว ภาคธุรกิจในหาดใหญ่มีความหวังว่าจะจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาเที่ยวในหาดใหญ่ แต่เมื่อเจอกับวิกฤตน้ำมันแบบนี้ทำท่าจะยากแล้ว บวกกับรัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นอะไรเพื่อช่วยพื้นที่เศรษฐกิจในหาดใหญ่เลย วันนี้ชาวหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงที่น้ำท่วมเจอวิกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการไม่ต่างกับประชาชน คือโรดแมปในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อความมั่นใจว่าจะสามารถลงทุนรอบใหม่ได้ ธุรกิจจะรอด


พรุ่งนี้จะมีการแถลงนโยบายต่อสภา สิ่งที่จะพอใกล้เคียงกับการบริหารจัดการน้ำและการเยียวยาภัยพิบัติ คือนโยบายกองทุนภัยพิบัติ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยาประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ แต่การเยียวยาประชาชนจากภัยพิบัติไม่เท่ากับการป้องกันประชาชนตั้งแต่แรก รัฐบาลจะต้องทำทั้งสองอย่าง แต่น่าผิดหวังที่บทเรียนความล้มเหลวจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ไม่มีค่าพอให้รัฐบาลออกเป็นแนวทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหา ทำให้ต้องมีการยื่นญัตติในวันนี้ รัฐบาลคิดแต่การเยียวยาด้วยการจ่ายแล้วจบ ชะตากรรมของประชาชนแขวนบนเส้นด้าย สิ่งที่ประชาชนอยากได้คือความปลอดภัยที่รัฐบาลต้องดูแล

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เยียวยาน้ำท่วม