'5
พรรคการเมือง' รับข้อเสนอ 'อ.ปริญญา' แก้กฎหมายยกเลิกขังคุกแทนค่าปรับ
ดันบริการสังคมแทน - แก้กฎหมายเลือกตั้ง ใส่ชื่อผู้สมัคร ชื่อพรรคในบัตรเขต
วันที่
29 เมษายน 2569 เวลา 11.15 น.
ที่รัฐสภา ตัวแทน 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายกรวีร์
ปริศนานันกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ
พรรคประชาชน นายจตุรนต์ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายอรรถกร
ศิริลัทยากร สส.พรรคกล้าธรรม และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
รับหนังสือจากนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เรื่องขอเสนอแก้ไขกฎหมายยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับและการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง
สส.
โดยนายปริญญา
กล่าวว่า ตนเป็นตัวเป็นตัวแทนของนักศึกษาและคณาจารย์คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มายื่นหนังสือถึง 5 พรรคการเมือง 2 เรื่อง ซึ่งเรื่องแรก เป็นกรณีผู้กระทำผิดที่ถูกลงโทษเพียงค่าปรับ
แต่ไม่มีเงินจ่าย ต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ แม้จะมีการให้บริการสังคมได้
ในทางปฏิบัติมีการบริการสังคมน้อยมากไม่ถึง 10% จึงได้หารือกับ
5 พรรคการเมืองและเห็นตรงกันในหลักการที่คนจนซึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าปรับต้องมาติดคุก
เป็นปัญหาใหญ่ที่ควรแก้ไข ควรให้โอกาสในการทำงานบริการสังคมแทน
พร้อมให้โอกาสฟื้นฟูเยียวยาเพื่อไม่ให้เขากระทำผิดซ้ำ โดย 5 พรรคการเมือง
เห็นตรงกันว่าเรื่องนี้ควรมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา29 ที่กำหนดว่าใครที่ไม่มีเงินจ่ายค่าบัตร ต้องถูกจำคุกแทนค่าปรับ
เป็นให้บริการสังคมแทน ส่วนรายละเอียดและวิธีการที่เหมาะสมจะมีการหารือร่วมกันกับ 5
พรรคการเมืองต่อไป
นายปริญญา
ยังกล่าวว่า ประเด็นที่สองจากปัญหาการเลือกตั้งที่ผ่านมา
เกิดความไม่สะดวกและมีข้อสงสัย และข้อกังวลใจหลายประการ จึงอยากให้ 5 พรรค
การเมืองพิจารณาแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.
ใน 4 เรื่อง คือ ความสะดวกของประชาชน หลักความโปร่งใส
ในการนับคะแนนลงคะแนน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้ง
รวมถึงการประกาศผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและผลคะแนนรายเขต
นายปริญญา
กล่าวว่า จากการหารือมีเรื่องที่ 5 พรรคการเมือง
เห็นต้องกันในหลักการ ให้มีการแก้ไข คือ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
ซึ่งปัจจุบัน กกต. ได้จัดทำบัตรที่มีแต่หมายเลขของผู้สมัครเพียงอย่างเดียว
ไม่มีชื่อผู้สมัครไม่มีชื่อพรรคการเมืองที่สังกัด โดยที่ 400 เขตเบอร์ของผู้สมัครในพรรคการเมืองเดียวกันก็แตกต่างกันไปแต่ละเขต
ทำให้เกิดปัญหาความสับสนของประชาชน ไม่สะดวก ต้องจดจำหมายเลข
รวมถึงเกิดปัญหาเป็นช่องทางให้มีการใช้บัตรข้ามเขตเลือกตั้ง
ซึ่งกระทบต่อหลักสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง
“5
พรรค
การเมืองเห็นพ้องต้องกันว่าในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตควรมีชื่อผู้สมัครและชื่อพรรคการเมืองที่สังกัดด้วย
ส่วนในประเด็นอื่นทั้งเรื่องหลักการความโปร่งใสและและการมีส่วนร่วมของประชาชน
เป็นเรื่องที่จะพิจารณากันต่อไป ขณะที่เรื่องก่อเวลาขณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์เสนอว่าเลือกตั้งเสร็จภายใน
24 ชั่วโมงควรจะประกาศจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้
ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีการประกาศในวันรุ่งขึ้น ส่วนภายใน 48 ชั่วโมงควรประกาศผลคะแนนรายหน่วยได้
เพราะเมื่อย้อนไปในสมัยที่กระทรวงมหาดไทยการเลือกตั้งก็สามารถทำได้”นายปริญญา ระบุ




