วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ : ผมไม่ได้มาหาเสียง ไม่ได้มาสร้างความนิยม แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ พรรคประชาชนได้เสนอแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ ใช้กลไกทางสภาขับเคลื่อนให้สำเร็จใน 4 ปีที่เหลืออยู่

 


พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ : ผมไม่ได้มาหาเสียง ไม่ได้มาสร้างความนิยม แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ พรรคประชาชนได้เสนอแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ ใช้กลไกทางสภาขับเคลื่อนให้สำเร็จใน 4 ปีที่เหลืออยู่


คำปราศรัยในงานรำลึก #16ปีเมษาพฤษภา53 นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 อนุสรณ์สถาน 14ตุลาคม


กราบสวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องผู้รักในประชาธิปไตย กราบสวัสดีญาติพี่น้องของวีรชนผู้วายชนม์จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 รวมถึงพฤษภาคม ต่อเนื่องกัน พี่น้องครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นะครับ ผมเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตที่มาเป็นตัวแทนของหัวหน้าพรรค ต้องกราบเรียนว่าวันนี้มีการประชุมที่สภา ท่านหัวหน้าไม่สามารถที่จะเดินทางมาด้วยตัวเอง ก็ให้ทางผม และวันนี้ไม่ได้เดินทางมาคนเดียวนะครับ วันนี้ก็ยังมีอดีตสส.วิโรจน์ นะครับมาด้วยกัน และเมื่อสักครู่ก็ยังมีสส.เสกสิทธิ์ และสส.สหัสวัต


วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนทุกท่านอย่างนี้ครับว่า ในฐานะพรรคการเมือง ในฐานะพรรคประชาชน แน่นอนว่าเราไม่ได้หลงลืมและเราก็ไม่ได้ละเลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้ว 16 ปี เป็นเวลาที่ยาวนานครับ ลูกชายผมเกิด 20 พฤษภาคม 2553 เขาเกิดมาในยุคที่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้บอกเล่าให้ฟังเขาก็ไม่มีทางรู้ ถ้าเขาไม่ได้สืบค้นหาข้อมูลเขาก็ไม่ทราบ ดังนั้น กิจกรรมที่พวกเรามารวมตัวกันในวันนี้ ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญเพื่อจะยืนยันว่าเราไม่ได้ละเลยและเราไม่ได้หลงลืม และ 4 ปีที่เหลืออยู่ พวกเราจะพยายามที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้วายชนม์ ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้กับครอบครัวทุก ๆ ท่านที่ผ่านความโศกเศร้าตลอด 16 ปีที่ผ่านมา


พี่น้องครับ เมื่อสักครู่ผมมีโอกาสได้รับฟังการปราศรัยของหลาย ๆ ท่าน ต้องขออนุญาตที่จะเอ่ยนาม อ.ธิดา ได้กล่าวถึงบทบาทพรรคการเมือง วันนี้แม้ว่าพวกเราจะมาในนามพรรคการเมือง แต่เรายืนยันว่าการมาร่วมอยู่ ณ ที่นี้ เราไม่ได้มาหาเสียง เราไม่ได้มาสร้างความนิยมทางการเมือง แต่เรามาเพราะเราอยากเห็นการเมืองไทยที่ดีขึ้น และผมอยากจะเรียนครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน การใช้อำนาจรัฐในการห้ำหั่นเข่นฆ่าประชาชนนั้น ถ้าเราไม่สามารถเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้มันถูกต้อง ทำให้มันกระจ่าง หาผู้รับผิดชอบได้ เหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็จะวนเวียนซ้ำซากเกิดขึ้นอีกในอนาคต

 

และฐานะพรรคการเมืองที่ตั้งชื่อว่าพรรคประชาชนที่ยืนยันว่าอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ต้องเป็นของประชาชน เราจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ครับพี่น้อง ผมย้ำอีกครับว่าผมไม่ได้มาหาเสียง ไม่ได้มาสร้างความนิยม แต่เป็นข้อเท็จจริงครับว่า พรรคประชาชนมีการเสนอ เมื่อสักครูหลายท่านได้พูดแล้ว โดย สส.เอกราช และสส.วิโรจน์ ในการแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร เราพยายามผลักดันอยู่ในชั้นกรรมาธิการ เดี๋ยวพี่วิโรจน์อาจจะมาถ่ายทอดให้ท่านได้ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

มากไปกว่านั้น สส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ร่วมกับคณะทำงาน ร่วมกับ สส.รอมฏอน ปันจอร์ และอีกหลายท่านร่วมกันยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในมาตรา 95 ที่จะหยุดเข็มนาฬิกาของอายุความ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งการ เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อายุความต้องสิ้นสุดหยุดลง สส. คณะทำงานยื่นไปแล้วในสภาชุดที่ 26 แต่ยังไม่ได้ถูกพิจารณา เข้าสู่การเลือกตั้ง พรรคประชาชนประกาศชัดครับ ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของพรรคประชาชนคือ ชุดกฎหมายในการที่จะยุติวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล ก็คือการแก้ไขตัวประมวลกฎหมายอาญา การแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร การแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการพิจารณาความอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญครับพี่น้อง ว่าเราต้องการคืนสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สามารถที่จะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐ ฟ้องร้องผู้ที่มีอำนาจสั่งการ โดยตรงไปที่ศาลอาญา ศาลยุติธรรมได้ โดยไม่ต้องไปพึ่งพาองค์กรอิสระที่มันไม่อิสระอย่างที่เราเห็นกันอยู่

 

เพราะฉะนั้นยืนยันครับพี่น้องว่า ความพยายามของพรรคประชาชนเหล่านี้คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ในภาพใหญ่ที่เราอยากจะสร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนจริง ๆ ดังนั้นพี่น้องครับ เวลาที่เหลืออยู่ 4 ปีหลังจากนี้ พรรคประชาชนจะพยายาม และก็อยากจะร่วมกันกับพี่น้องที่จะขับเคลื่อนทำงานทางความคิด ใช้กลไกทางสภาร่วมกับพี่ ๆ น้อง ๆ วุฒิสมาชิก เข้าไปแก้ไขชุดกฎหมายที่ผมได้เรียนมาแล้ว เพื่อวีรชนคนเสื้อแดง 10 เมษายน 2553 การต่อสู้ของเขาจะไม่สูญเปล่า จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชนครับพี่น้องครับ กราบขอบพระคุณครับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คปช53 #16ปีเมษาพฤษภา53 #คนเสื้อแดง