พิจารณ์
เชาวพัฒนวงศ์ : ผมไม่ได้มาหาเสียง ไม่ได้มาสร้างความนิยม แต่เป็นข้อเท็จจริงที่
พรรคประชาชนได้เสนอแก้ไขกฎหมายหลายฉบับ ใช้กลไกทางสภาขับเคลื่อนให้สำเร็จใน 4
ปีที่เหลืออยู่
คำปราศรัยในงานรำลึก
#16ปีเมษาพฤษภา53 นับถอยหลัง 4 ปี
คดีหมดอายุความ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 อนุสรณ์สถาน 14ตุลาคม
กราบสวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องผู้รักในประชาธิปไตย
กราบสวัสดีญาติพี่น้องของวีรชนผู้วายชนม์จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10
เมษายน 2553 รวมถึงพฤษภาคม ต่อเนื่องกัน พี่น้องครับ ผม
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นะครับ ผมเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคประชาชน
วันนี้ขออนุญาตที่มาเป็นตัวแทนของหัวหน้าพรรค
ต้องกราบเรียนว่าวันนี้มีการประชุมที่สภา
ท่านหัวหน้าไม่สามารถที่จะเดินทางมาด้วยตัวเอง ก็ให้ทางผม
และวันนี้ไม่ได้เดินทางมาคนเดียวนะครับ วันนี้ก็ยังมีอดีตสส.วิโรจน์ นะครับมาด้วยกัน
และเมื่อสักครู่ก็ยังมีสส.เสกสิทธิ์ และสส.สหัสวัต
วันนี้ผมอยากจะกราบเรียนทุกท่านอย่างนี้ครับว่า
ในฐานะพรรคการเมือง ในฐานะพรรคประชาชน
แน่นอนว่าเราไม่ได้หลงลืมและเราก็ไม่ได้ละเลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 16
ปีที่แล้ว 16 ปี เป็นเวลาที่ยาวนานครับ ลูกชายผมเกิด 20 พฤษภาคม 2553
เขาเกิดมาในยุคที่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้บอกเล่าให้ฟังเขาก็ไม่มีทางรู้
ถ้าเขาไม่ได้สืบค้นหาข้อมูลเขาก็ไม่ทราบ ดังนั้น
กิจกรรมที่พวกเรามารวมตัวกันในวันนี้
ก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญเพื่อจะยืนยันว่าเราไม่ได้ละเลยและเราไม่ได้หลงลืม
และ 4 ปีที่เหลืออยู่
พวกเราจะพยายามที่จะทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้วายชนม์ ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ให้กับครอบครัวทุก ๆ ท่านที่ผ่านความโศกเศร้าตลอด 16
ปีที่ผ่านมา
พี่น้องครับ
เมื่อสักครู่ผมมีโอกาสได้รับฟังการปราศรัยของหลาย ๆ ท่าน ต้องขออนุญาตที่จะเอ่ยนาม
อ.ธิดา ได้กล่าวถึงบทบาทพรรคการเมือง วันนี้แม้ว่าพวกเราจะมาในนามพรรคการเมือง
แต่เรายืนยันว่าการมาร่วมอยู่ ณ ที่นี้ เราไม่ได้มาหาเสียง
เราไม่ได้มาสร้างความนิยมทางการเมือง แต่เรามาเพราะเราอยากเห็นการเมืองไทยที่ดีขึ้น
และผมอยากจะเรียนครับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน
การใช้อำนาจรัฐในการห้ำหั่นเข่นฆ่าประชาชนนั้น
ถ้าเราไม่สามารถเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ทำให้มันถูกต้อง ทำให้มันกระจ่าง
หาผู้รับผิดชอบได้ เหตุการณ์ในลักษณะนี้ก็จะวนเวียนซ้ำซากเกิดขึ้นอีกในอนาคต
และฐานะพรรคการเมืองที่ตั้งชื่อว่าพรรคประชาชนที่ยืนยันว่าอำนาจสูงสุดในประเทศนี้ต้องเป็นของประชาชน
เราจะปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ครับพี่น้อง ผมย้ำอีกครับว่าผมไม่ได้มาหาเสียง
ไม่ได้มาสร้างความนิยม แต่เป็นข้อเท็จจริงครับว่า พรรคประชาชนมีการเสนอ
เมื่อสักครูหลายท่านได้พูดแล้ว โดย สส.เอกราช และสส.วิโรจน์
ในการแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร เราพยายามผลักดันอยู่ในชั้นกรรมาธิการ
เดี๋ยวพี่วิโรจน์อาจจะมาถ่ายทอดให้ท่านได้ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น
มากไปกว่านั้น
สส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ร่วมกับคณะทำงาน ร่วมกับ สส.รอมฏอน ปันจอร์ และอีกหลายท่านร่วมกันยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในมาตรา
95 ที่จะหยุดเข็มนาฬิกาของอายุความ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งการ เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
อายุความต้องสิ้นสุดหยุดลง สส. คณะทำงานยื่นไปแล้วในสภาชุดที่ 26 แต่ยังไม่ได้ถูกพิจารณา เข้าสู่การเลือกตั้ง พรรคประชาชนประกาศชัดครับ ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของพรรคประชาชนคือ
ชุดกฎหมายในการที่จะยุติวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล ก็คือการแก้ไขตัวประมวลกฎหมายอาญา
การแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร การแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการพิจารณาความอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญครับพี่น้อง
ว่าเราต้องการคืนสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
สามารถที่จะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐ ฟ้องร้องผู้ที่มีอำนาจสั่งการ
โดยตรงไปที่ศาลอาญา ศาลยุติธรรมได้
โดยไม่ต้องไปพึ่งพาองค์กรอิสระที่มันไม่อิสระอย่างที่เราเห็นกันอยู่
เพราะฉะนั้นยืนยันครับพี่น้องว่า
ความพยายามของพรรคประชาชนเหล่านี้คือหนึ่งในจิ๊กซอว์ในภาพใหญ่ที่เราอยากจะสร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนจริง
ๆ ดังนั้นพี่น้องครับ เวลาที่เหลืออยู่ 4 ปีหลังจากนี้ พรรคประชาชนจะพยายาม
และก็อยากจะร่วมกันกับพี่น้องที่จะขับเคลื่อนทำงานทางความคิด
ใช้กลไกทางสภาร่วมกับพี่ ๆ น้อง ๆ วุฒิสมาชิก
เข้าไปแก้ไขชุดกฎหมายที่ผมได้เรียนมาแล้ว เพื่อวีรชนคนเสื้อแดง 10 เมษายน 2553 การต่อสู้ของเขาจะไม่สูญเปล่า จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชนครับพี่น้องครับ
กราบขอบพระคุณครับ
