วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ปชน. ปราศรัยใหญ่สุราษฎร์ ขอช่วยกันกาเพื่อเปลี่ยน กาส้มสองใบตั้งรัฐบาลประชาชน แสดงความรักชาติด้วยการทำให้เงินสกปรกที่ซื้อเสียงไม่มีค่า ซัดกลับพวกอ้างรักชาติ รักชาติแบบใดโหนคำพูดผู้นำกัมพูชาทุกเวที ลั่นรักชาติจริงต้องไม่ผูกขาดชาติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

 


ปชน. ปราศรัยใหญ่สุราษฎร์ ขอช่วยกันกาเพื่อเปลี่ยน กาส้มสองใบตั้งรัฐบาลประชาชน แสดงความรักชาติด้วยการทำให้เงินสกปรกที่ซื้อเสียงไม่มีค่า ซัดกลับพวกอ้างรักชาติ รักชาติแบบใดโหนคำพูดผู้นำกัมพูชาทุกเวที ลั่นรักชาติจริงต้องไม่ผูกขาดชาติเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สะพานนริศ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยใหญ่ มีแกนนำพรรค ผู้สมัคร สส. และผู้ช่วยหาเสียง ร่วมการปราศรัยอย่างคับคั่ง นำโดย ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน, พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค, ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรค พร้อมด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียง


[ ผู้นำกัมพูชาไม่ดีใจแน่นอน เพราะรัฐบาลประชาชนจะเอาจริงทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ ]


พริษฐ์ กล่าวว่า ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ บุคคลท่านหนึ่งพูดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้พี่น้องประชาชนเลือกระหว่าง “ฝ่ายรักชาติ” กับ “ฝ่ายไม่รักชาติ” ตนคิดว่าชาติมีหลากหลายความหมาย มิติหนึ่งคือหมายถึงแผ่นดินไทย ถ้าเรามีผู้นำจากประเทศเพื่อนบ้านที่มารุกรานประเทศเรา มาทำร้ายคนในประเทศเรา ก็จำเป็นต้องสามัคคีกันเพื่อช่วยคิดวิธีในการปกป้องอธิปไตยของชาติและปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หัวหน้าพรรคบางพรรคบางวันก็ดูเหมือนจะเข้าใจ ขึ้นเวทีก็พูดว่าถ้าเจอปัญหาแบบนี้เราต้องรักกัน แต่ผ่านไปไม่กี่นาที คนคนเดียวกันนี้ก็ไปเอาคำพูดของนักการเมืองกัมพูชามาสร้างความแตกแยก แบ่งแยกประชาชนในประเทศ เอาคำพูดของเขามาหาเสียงให้กับพรรคตัวเอง ตนคิดว่านี่ไม่ใช่การรักชาติอย่างถูกวิธี


ตนต้องยืนยันกับประชาชนว่าผู้นำกัมพูชาเขาไม่ดีใจหรอกถ้าพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล เพราะเขารู้ว่าหากเราเป็นรัฐบาล เราจะเอาจริงกับการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบอบผู้นำกัมพูชา ดังนั้นขีดเส้นใต้ร้อยครั้งว่าเขาไม่ดีใจแน่นอนหากพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล แต่ดูเหมือนจะมีบางพรรคการเมืองดีใจเหลือเกินกับการที่ผู้นำกัมพูชาพยายามจะมาแทรกการเมืองไทย ถึงได้เอาคำพูดของเขามาโหนทุกเวทีเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง แบบนี้ตนไม่เรียกว่ารักชาติ


อีกมิติหนึ่งของคำว่าชาติคือทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเรา ถ้าเรารักทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้ เราจะไม่ประกาศนโยบายแลนด์บริดจ์ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเราไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาภาคใต้ เพราะพรรคประชาชนก็มีนโยบายพัฒนาท่าเรือระนองเพื่อยกระดับขีดความสามารถ เราสนับสนุนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้พี่น้องภาคใต้มีเครื่องมือและงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาพื้นที่ แต่ถ้าเรากำลังพูดถึงโครงการแลนบริดจ์แบบที่เขาว่ากัน ที่ต้องระเบิดภูเขา ถมทะเล ทำลายป่า ตนคิดว่าโครงการแบบนี้จะได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นถ้าเรารักทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ เราจะไม่เดินหน้าโครงการที่จะทำลายทรัพยากรธรรมชาติ


ดังนั้นต้องสื่อสารกันให้ชัดว่าชาติคืออะไร ชาติคือทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องรักษาไม่ใช่ทำลาย ชาติคืองบประมาณแผ่นดินที่เราต้องปกป้องไม่ใช่ปล่อยให้ถูกกัดกิน ชาติคือสถาบันทางการเมืองของชาติที่เราต้องไม่ปล่อยให้ใครเข้ามายึดกุม ชาติคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องไม่มีใครมาผูกขาดเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง และชาติคือพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ต้องมาร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะฉะนั้น 8 กุมภาพันธ์นี้ เลือกอนาคต กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ และกาเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปิดประตูไปสู่อนาคตด้วยกัน 


[ ปลุก 8 กุมภา มาร่วมกันทำให้เงินสกปรกซื้อเสียงไม่มีค่า ]


จากนั้น ภคมน กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยเดินทางมาถึงวันที่พี่น้องต้องเลือกระหว่าง “อนาคต” กับ “อดีต” ซึ่งไม่ใช่แค่เราที่บอกว่าสังคมไทยต้องเลือก มีคนอีกกลุ่มบอกว่าสังคมไทยก็ต้องเลือกเหมือนกัน แต่เพราะเขาไม่รู้ว่าสังคมไทยวันนี้เดินไปไกลแค่ไหนแล้ว จู่ๆ จึงลุกขึ้นมาแบ่งเส้นระหว่าง “รักชาติ” กับ “ไม่รักชาติ” ซึ่งตนต้องถามกลับว่าใครบ้างไม่รักชาติ ใครบ้างไม่อยากเห็นประเทศชาติพัฒนา ไม่อยากเห็นประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น คนที่พูดแบบนี้พี่น้องต้องไม่ให้ราคาอะไรทั้งสิ้น เพราะคนแบบนี้ก็แค่ขี้ขลาด หลังชนฝา ไม่รู้จะเอาอะไรมาสู้แล้ว


วันนี้ตนไปเลือกตั้งล่วงหน้า พบปัญหามากมาย นี่คือหนึ่งในมารยาของพวกที่อ้างตนว่าเป็นคนรักชาติหรือไม่ ที่พยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนเสียเปรียบ หลายหน่วยในกรุงเทพฯ ไปสแกน QR Code ปรากฏว่าเป็นรายชื่อและเบอร์ของผู้สมัคร สส. เมื่อปี 2566 ถ้าใครไม่ได้ตรวจสอบก่อนเข้าคูหา ก็กลายเป็นคะแนนไปไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นพี่น้องต้องทำการบ้านกันให้ดี ช่วยกันตรวจสอบ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลือกตั้งเสร็จ เมื่อปิดหีบแล้วใกล้ตรงไหนไปสังเกตการณ์ที่นั่น ไม่อย่างนั้นไอ้พวกนี้มันโกงกันหมด


“รักชาติแบบไหนมีแต่ได้กับได้ รักชาติแบบไหนมีแต่พวกคุณที่ได้ คนแบบนี้ทำมาหากินอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากเอาเปรียบประชาชน” 


ภคมนกล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนต้องหนักแน่น อนาคตของประเทศนี้เป็นของเราทุกคน เรามีสิทธิ์ขีดเขียนอนาคตของเราเอง พรรคประชาชนไม่มีใครไม่รักชาติ เราต้องการให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า เป็นประเทศไทยของพี่น้องประชาชน เราเสนอปฏิรูปกฎหมาย เสนอให้มีสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีรัฐบาลประชาชน เป็นรัฐบาลที่รับใช้ประชาชน การที่เราเปิดหน้าทีมบริหาร เพื่อจะประกาศเจตจำนงกับประชาชนให้ชัดเจน ว่าประเทศนี้ต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีเจตจำนงในการเปลี่ยนแปลง เพราะเราไม่มีทางคาดหวังผลลัพธ์ใหม่ๆ จากการเลือกคนเดิมๆ ที่อย่างมากก็แค่เปลี่ยนสีเสื้อ เปลี่ยนพรรค เปลี่ยนเก้าอี้ แต่มันสมองก็เดิมๆ 


“การเดินทางของขบวนสีส้ม สิ่งที่เราพยายามมากที่สุดคือการทำให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเรา เรารู้ว่าความศรัทธาและความเชื่อใจจากประชาชนเป็นสิ่งที่ยากมาก จึงต้องทำงานทุกวัน ทำคาราวานไปทั่วประเทศ เพราะต้องการพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราพูดไว้ เราต้องการทำแบบนั้นจริงๆ”


ส่วนเรื่องการซื้อเสียง มีคนตั้งคำถามกับตนว่าคนใต้ตื่นรู้ทางการเมืองไม่ใช่หรือ ตนก็บอกว่าใช่ แต่ได้ยินมาว่ามีการซื้อเสียงถึง 5,000 บาทต่อหัว ตนไม่รู้จะอธิบายคนอื่นอย่างไร จึงขอเชิญชวนพี่น้องว่าถ้าอยากยกระดับการเมืองของประเทศนี้ เราต้องเริ่มจากการไม่รับเงิน ไม่มีใครบังคับประชาชนได้ อยู่ในคูหามีแค่ตัวท่านกับปากกา เราจะกาอะไรก็เรื่องของเรา 


ภคมนทิ้งท้ายว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องผูกมัดตัวเองไว้กับนักการเมืองคนใดคนหนึ่งเป็นสิบๆ ปี เพราะนักการเมืองกับเรานั้น สัญญากันแค่ 4 ปีเท่านั้น เลือกไปแล้วทำไม่ได้ รอบหน้าก็เปลี่ยนใหม่ นี่คือประชาธิปไตย นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของ 1 สิทธิ 1 เสียง วันนี้ถ้าพี่น้องเห็นด้วยกับเรา ขอให้ทุกคนช่วยกันออกไปทำงานทางความคิด 8 กุมภาพันธ์นี้ จำเลขเบอร์ผู้สมัคร สส.เขต จำเบอร์พรรคให้แม่น ตอบแทนประเทศนี้ แสดงออกว่าเรารักชาติ ด้วยการทำให้เงินสกปรกที่มาซื้อเสียงไม่มีค่า กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ และกาเห็นชอบเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประชาชนจะชนะไปด้วยกัน


[ ขอสุราษฎร์ฯ กาส้มสองใบ ให้ได้ทั้งคะแนนพรรคและ สส.เขต ]


ด้าน พิธา กล่าวว่า เห็นพี่น้องประชาชนมากันล้นหลามในวันนี้ รอบนี้ที่สุราษฎร์ธานีเราคงไม่พลาดแล้ว แต่ตอนนี้กลัวพลาดอย่างเดียว คือการทำงานของ กกต. ที่มีความผิดพลาด


ในการเลือกตั้งปี 2566 สุราษฎร์ธานีมอบให้คะแนนพรรคก้าวไกล 200,000 กว่าคะแนน มาเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด ถึงแม้จะยังไม่ได้ สส.เขต แม้แต่คนเดียว แต่เมื่อดูคะแนนแต่ละเขตก็มีสิทธิ์ได้ สส.เขต ดังนั้นรอบนี้ไม่ขออะไรมากมาย ขอส้มสองใบ ให้คะแนนบัญชีรายชื่อกับคะแนนเขตไม่ห่างกันเหมือนตอนก้าวไกล ผู้สมัครของเรามีทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ มีทั้งทนายความ ผู้ประกอบการ ครู ข้าราชการ เกษตรกร 


วิสัยทัศน์ของพรรคประชาชน เราเห็นว่าสุราษฎร์ธานีต้องมีการท่องเที่ยวที่สดใส และต้องใส่ใจคนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า สร้างรายได้ให้จังหวัดมากมาย แต่ต้องให้รายได้มาถึงพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีให้ลืมตาอ้าปากได้ เรามีนโยบายสิ่งแวดล้อมที่บอกว่าจะจัดการกับขยะบนเกาะ ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอสุราษฎร์ธานีกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ให้รัฐบาลประชาชนได้เข้าไปทำงาน ทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำของคนในพื้นที่ ให้ทุกคนอยู่ดีมีสุขไปด้วยกัน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน