วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“วีระยุทธ” ขอประชาชนกาส้มสองใบ สร้างรุ่งอรุณใหม่แห่งความหวังไปด้วยกัน ด้าน “ชัยธวัช“ ชี้กระแสการเปลี่ยนแปลงกำลังแรงขึ้นเกินต้าน “เดชรัต” ชูนโยบายสร้างเชียงรายให้กลับมายิ่งใหญ่ “ปดิพัทธ์” ซัดพรรคการเมืองที่ผ่านมาทำตามสัญญาไม่ได้


วีระยุทธ” ขอประชาชนกาส้มสองใบ สร้างรุ่งอรุณใหม่แห่งความหวังไปด้วยกัน ด้าน “ชัยธวัช“ ชี้กระแสการเปลี่ยนแปลงกำลังแรงขึ้นเกินต้าน “เดชรัต” ชูนโยบายสร้างเชียงรายให้กลับมายิ่งใหญ่ “ปดิพัทธ์” ซัดพรรคการเมืองที่ผ่านมาทำตามสัญญาไม่ได้


วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 คาราวานพรรคประชาชนสายเหนือ “กลิ่นกาสะลอง” นำโดย ชัยธวัช ตุลาธน, ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน, เดชรัต สุขกำเนิด แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน และ นิติผล ผิวเหมาะ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ได้เดินทางมาช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชน จังหวัดเชียงราย และได้มีการปราศรัยในช่วงเย็น โดยมี วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคประชาชน เข้ามาร่วมสมทบในวันนี้ด้วย


ปดิพัทธ์เชิญชวนให้ประชาชนย้อนรำลึกถึงอดีต พรรคการเมืองที่ผ่านมา ประชาชนจำได้หรือไม่ว่าแต่ละพรรคเคยสัญญาอะไรกับประชาชนไว้บ้าง แต่ละพรรคก็ไม่ได้ทำตามนโยบายที่ตนได้เสนอไว้สำเร็จ อย่างตนเข้ามาเป็นนักการเมือง ได้เป็นรองประธานสภา สามารถทำตามสิ่งที่ให้สัญญากับประชาชนได้ แต่เวลาที่อยู่ในตำแหน่งไม่เพียงพอที่จะทำ Digital Parliament หากสำเร็จ ก็จะป้องกันไม่ให้เกิดการโกงในโครงการต่าง ๆ ของสภาได้ และขอให้ประชาชนกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน


ชัยธวัชกล่าวว่า ที่ผ่านมา การเมืองไทยมักทำแค่นโยบายเป็นเรื่อง ๆ ไป เพื่อขอคะแนน แต่ไม่เคยมีพรรคที่ตั้งเป้าว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างสังคมและการเมืองอย่างจริงจัง จนสถานการณ์ประเทศวันนี้ย่ำแย่และไม่ควรถอยหลังไปกว่านี้ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เกิดพรรคอนาคตใหม่ ต่อเนื่องถึงก้าวไกลและพรรคประชาชน ซึ่งเติบโตจากความหวังของประชาชน แม้จะถูกยุบและถูกกีดกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ยิ่งสะท้อนว่าผู้มีอำนาจหวาดกลัวการเปลี่ยนแปลง การเลือกตั้งครั้งล่าสุดพิสูจน์ว่าพรรคประชาชนชนะโดยไม่ซื้อเสียง และกระแสการเปลี่ยนแปลงกำลังแรงขึ้นจนยากจะต้านทาน ตนเชื่อว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อสร้างรัฐบาลของประชาชน พร้อมขอให้ประชาชนไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่กลัวการอยู่แบบเดิม ร่วมกันเลือกพรรคก้าวไกลสองใบ เพื่อสร้างอนาคตใหม่และพาประเทศไทยก้าวไกลกว่าเดิม


ด้านเดชรัตได้เสนอถึงการทำให้เชียงรายกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยจะต้องแก้ไขปัญหา 4 ข้อด้วยกัน คือ1.เรื่องความยากจน โดยต้องทวงคืนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในเชียงรายให้กลับมา รวมถึงส่งเสริมด้านเกษตรอย่างคูปองส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกษตรกรและธุรกิจรายย่อยในการแปรรูปสินค้าเกษตร 2.ด้านการศึกษา เชียงรายกำลังมีปีการศึกษาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศและของโลก ต้องทำให้การศึกษาฟรีและเข้าถึงทุกคน 3.เรื่องของผู้สูงอายุ ที่เชียงรายมีผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งที่ต้องอยู่คนเดียว ต้องแก้ไขด้วยการมีแนวหน้าสุขภาพ ที่จะสามารถช่วยเหลือผู้สูงอายุและทำให้เกิดการจ้างงาน และ4.เรื่องภัยพิบัติ ที่เชียงรายมีภัยพิบัติเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่าภายใน 4 ปี อย่างเรื่องฝุ่น PM 2.5 หรือสารพิษในแม่น้ำกก ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องใช้กลไกระหว่างประเทศร่วมด้วย


วีระยุทธกล่าวว่า เดิมพันของการเลือกตั้งครั้งนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ การซื้อเสียงและการใช้อำนาจรัฐจึงยิ่งทวีความรุนแรง ซึ่งแปลว่าหากกลุ่มการเมืองเก่าได้เข้าไปมีอำนาจต่อย่อมจะต้องกินค่าหัวคิวและสินบนที่แพงขึ้นกว่าเดิมอีก


ความล้มเหลวรูปธรรมที่จับต้องได้ของการเมืองเก่าคือซากปรักหักพังของตึก สตง. ถนนที่พังง่ายกว่าเดิม เครนที่ถล่มเพราะความด้อยคุณภาพของการซับคอนแทรคที่มีผู้รับเหมารายใหญ่รับแล้วส่งงานต่อๆ กันไป เพราะรู้ว่า ” ทำตามระเบียบ“ และมีการเมืองหนุนหลังให้ลอยนวลพ้นผิดได้เสมอ


ส่วนหน้าตาของการเมืองเก่าคือคณะรัฐมนตรีหน้าเดิมๆ ที่หมุนเวียนกระทรวงกันไปเหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี ทำให้รัฐไทยไม่เคยใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ทั้งที่ประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนเงินหรือกำลังคน เพราะแต่ละปีก็มีงบประมาณแผ่นดินถึง 3.7 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังกำลังคนภาครัฐกว่า 3 ล้านคน แต่หลายสิบปีที่ผ่านมา โครงการพันล้านบาทกลับไม่เคยแสดงผลลัพธ์ถึงมูลค่าที่แท้จริง เพราะถูกหักหัวคิวเยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่ารัฐมนตรีจะพรรคไหนมาก็พร้อมหลับตาให้กัน เปิดทางแบ่งปันผลประโยชน์กัน


การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนสามารถตั้งคำถามง่ายๆ ได้ว่าเครือข่ายการคอร์รัปชันที่โยงใยทางราชการและการเมืองแบบที่เป็นอยู่นั้นกลัวพรรคไหนมากที่สุด และหากคนไทยไม่อยากทนกับการคอร์รัปชันอีกต่อไปก็จะได้คำตอบที่ชัดเจน แต่หากสังคมไทยไม่ได้จริงจังกับการโกงกินก็ไม่แปลกที่จะเลือกการเมืองเก่าให้ดำรงอยู่ต่อไป


วีระยุทธยังเตือนว่า อย่าเชื่อว่ากาลเวลาอยู่ข้างประชาชน เพราะไม่เป็นความจริง ทั้งเวลา ทรัพยากร และอำนาจรัฐ ไม่ได้อยู่ข้างเรา สิ่งเดียวที่ประชาชนมีตอนนี้คือหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงที่จะต้องไปใช้ในวันเลือกตั้งวันอาทิตย์นี้


ทั้งนี้ความจริงอีกประการหนึ่งของการเลือกตั้งคือ บัตรเลือกตั้งสองใบมีพลังไม่เท่ากัน บัตรบัญชีรายชื่อค้องใช้คะแนนถึง 300,000–400,000 คะแนนต่อหนึ่ง สส. ที่จะเข้าไปยกมือเลือกนายกรัฐมนตรี ขณะที่บัตร สส. เขตใช้ 30,000–40,000 คะแนนก็สามารถส่ง ส.ส. 1 คน เข้าไปโหวตเลือกณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิเป็นนายกรัฐมนตรีได้แล้ว


จึงขอให้ประชาชนตระหนักถึงพลังของบัตรเขต และช่วยกันเลือก ส.ส. พรรคประชาชนในจังหวัดเชียงรายให้ชนะอย่างถล่มทลาย เพื่อสร้างความหวังในการเปลี่ยนประเทศ คืนอำนาจให้ประชาชน และตื่นขึ้นมาในเช้าวันที่ 9 พร้อมรุ่งอรุณใหม่แห่งความหวัง

.

ความฝันของประชาชนไม่ใช่เรื่องซับซ้อนเลย เราเพียงฝันถึงประเทศไทยที่ไร้คอร์รัปชัน ธุรกิจแข่งขันอย่างเป็นธรรม คนไทยได้เติบโตตามความสามารถ และให้โอกาสคนล้มแล้วลุกได้ แต่สิ่งง่ายๆ เหล่านี้กลับกลายเป็นเรื่องยาก เพราะโครงสร้างการเมืองที่บิดเบี้ยว ประชาชนคนธรรมดาอย่างต้องออกมาแสดงพลังยืนยันว่าจะไม่ยอมจำนน เปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นชัยชนะร่วมกันของทุกคน เพื่อจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน ที่รับฟังเสียงประชาชนทุกพื้นที่ และเป็นรัฐบาลที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไปตลอดสี่ปีข้างหน้า ร่วมกันสร้างรุ่งอรุณใหม่แห่งความหวังไปด้วยกัน

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน