วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“จาตุรนต์” ชี้เพื่อไทยพูดนโยบายชัดสุดทุกเวที เทียบแคนดิเดตนายกฯ หนุน “อ.เชน ยศชนัน” พร้อมทำเรื่องใหญ่ วิสัยทัศน์ชัด นำนโยบายสู่การปฏิบัติได้จริง

 


จาตุรนต์” ชี้เพื่อไทยพูดนโยบายชัดสุดทุกเวที เทียบแคนดิเดตนายกฯ หนุน “อ.เชน ยศชนัน” พร้อมทำเรื่องใหญ่ วิสัยทัศน์ชัด นำนโยบายสู่การปฏิบัติได้จริง


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทย ในชื่องาน “ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่” ณ สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพฯ  นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยย้ำว่า การตัดสินใจเลือกตั้งต้องพิจารณาจาก “การหาเสียง” ว่าแต่ละพรรคพูดถึงนโยบายอย่างไร โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่พูดเรื่องนโยบายมากที่สุด และเสนออย่างชัดเจนที่สุด


นายจาตุรนต์กล่าวว่า หลายพรรคอาจมีนโยบายอยู่ แต่ไปอยู่ในลิงก์ให้ประชาชนกดดูในอินเทอร์เน็ต ขณะที่เวลาไปปราศรัยกลับพูดน้อยกว่าเพื่อไทยมาก พร้อมยืนยันว่า “เกือบทุกเวทีของพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่พิธีกรไปจนถึงแคนดิเดตอันดับหนึ่ง พูดนโยบายกันทั้งนั้น”


พร้อมกันนี้ นายจาตุรนต์ระบุว่า จากการไปพบประชาชนในช่วงหาเสียง พบว่าประชาชนจำนวนมากยังจดจำได้และยังมีความเชื่อมั่นว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่สามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และให้ผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนได้มากที่สุด


นายจาตุรนต์ยังกล่าวถึงแนวทางการทำงานของผู้สมัครว่า การเลือกตั้งคราวนี้ พรรคเพื่อไทยย้ำชัดว่าผู้สมัครของพรรค โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ต้องใกล้ชิดประชาชน พร้อมเป็นตัวแทนของประชาชน โดยแม้จะใช้อินเทอร์เน็ตหาเสียงได้ แต่เมื่อเป็นผู้แทนแล้ว “ห้ามเป็นผู้แทนแต่ทางออนไลน์” ต้องใกล้ชิดประชาชนตลอดเวลา


จากนั้น นายจาตุรนต์ได้เปรียบเทียบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยกล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่า “ไม่ต้องพูดถึงแล้ว” พร้อมยกเหตุผลว่าไปดีเบตเมื่อวานก็พูดแต่เรื่อง “ไม่ทุจริต” ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดมาก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะไปสนับสนุนรัฐประหาร และทุกวันนี้ยังพูดอยู่จน “กลายเป็นแผ่นเสียงตกร่อง”


ในส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายจาตุรนต์ระบุว่าไม่ดีเบต เพราะรู้ว่า “ยิ่งดีเบตจะยิ่งแย่” อีกทั้งนอกจากทำให้บ้านเมืองมีปัญหาหลายเรื่องแล้ว ล่าสุดเวลาไปพบสื่อหรือไปปราศรัยที่ไหนก็มีท่าทีเกรี้ยวกราด โดยเห็นว่าคำพูดที่มีปัญหามากที่สุดคือการพูดว่า “คลั่งชาติให้บ้าไปเลย” ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ควรพูด พร้อมชี้ว่าแคนดิเดตคนอื่นพูดเรื่องรักษาอธิปไตย รักษาดินแดน โดยใช้ถ้อยคำที่มุ่ง “สร้าง” สร้างสันติภาพเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ และหามิตรในเวทีระหว่างประเทศ แต่กรณีของนายอนุทินกลับพูดในสิ่งที่นายกรัฐมนตรีของประเทศไม่สมควรพูด


นายจาตุรนต์ยังกล่าวถึง “เท้ง” นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ ว่าแบกภาระจาก MOA หนักมาก ทำให้พูดอะไรไม่ถนัด อีกทั้งผู้นำจิตวิญญาณก็ “บิดไปบิดมา” จนไม่สามารถพูดเรื่องอุดมการณ์และระบบโครงสร้างอย่างที่เคยพูดได้สมัยอนาคตใหม่ ส่งผลให้เท้งอึดอัด และเมื่อจะพูดนโยบายหรือวิสัยทัศน์ก็พูดได้ไม่เต็มที่


ขณะเดียวกัน นายจาตุรนต์กล่าวชื่นชม อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้สูง เคยทำงานและมีผลงานมา แสดงวิสัยทัศน์ชัดเจน และพูดถึงนโยบายด้วยความเข้าใจ แม้ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมมากมายก็ยังสามารถพูดเรื่องนโยบายได้อย่างมีเนื้อหา พร้อมระบุว่าอาจารย์เชนเข้าสู่การเมืองด้วยความจริงจัง ไม่ได้ขายวาทกรรม ไม่ได้ไปโต้แย้งกับใคร แต่ตั้งใจพัฒนาประเทศ


นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า อาจารย์เชนต้องการเปลี่ยนประเทศจริง ๆ ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเอไอ ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ครอบคลุมทั้งระบบ เป็นวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล อีกทั้งยังมีวุฒิภาวะ โดยเห็นได้ชัดว่าอาจารย์เชนพัฒนาแบบก้าวกระโดดในเวลาสั้น ๆ และพร้อมทำเรื่องใหญ่ให้ประเทศ


เมื่อพูดถึงประสบการณ์ด้านการบริหาร นายจาตุรนต์ย้ำว่าอาจารย์เชนมีมากกว่านายณัฐพงศ์แน่นอน และยังมี “แบ็คอัพ” คือมีนักการเมืองที่มีประสบการณ์ในพรรคมากกว่าพรรคประชาชนด้วย ส่วนกรณีนายอนุทิน แม้ต้องยอมรับว่ามีประสบการณ์มากกว่าอาจารย์เชนเยอะ แต่ประสบการณ์ของนายอนุทินในช่วงสองสามเดือนมานี้พิสูจน์แล้วว่าได้สร้างความเสียหายให้ประเทศไทย “ยับเยินที่สุด” ดังนั้น “ประสบการณ์แบบนี้” อาจารย์เชนไม่ต้องมีก็ได้


ท้ายที่สุด นายจาตุรนต์กล่าวว่า เมื่อพิจารณาแคนดิเดตของแต่ละพรรคเช่นนี้ ขอให้ประชาชนพร้อมใจกันเลือกพรรคการเมืองที่ยืนอยู่กับประชาธิปไตย เลือกพรรคการเมืองที่ทำได้ทั้ง “สร้างนโยบาย” และ “นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ” รวมถึงเลือกพรรคการเมืองที่มีแคนดิเดตที่มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจจริงที่จะแก้ปัญหาประเทศ และเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น ๆ โดยขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ “อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #เลือกตั้ง2569