สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ
ออกแถลงการณ์ กรณี กกต. แจ้งความดำเนินคดีทางอาญาต่อสื่อมวลชนหลายข้อหา เป็นการกระทบต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริง
ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และรายงานข่าวต่อสาธารณะ
วันที่
27 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณี กกต. มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ
กกต. เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับประชาชน 6 คน และ 1 ในนั้นคือหัวหน้าช่างภาพ spacebar
ซึ่งเป็นสื่อมวลชน โดยวันนี้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าว ความว่า
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ขอแสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อช่างภาพที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนของ SPACEBAR จากกรณีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
รวมถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง
และถูกกล่าวหาว่าพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้ใช้สิทธิ เหตุเกิดระหว่างการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ณ
หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์
2569 ที่ผ่านมา
สมาคมฯ
ตระหนักและเคารพต่อหลักเกณฑ์ของ กกต.
รวมถึงหลักการรักษาความลับในการลงคะแนนเสียงอันเป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม
การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน
โดยต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างการกระทำที่เป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง
กับการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักวิชาชีพเพื่อรายงานข้อเท็จจริงและตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง
สมาคมฯ
เห็นว่าการดำเนินคดีทางอาญาต่อสื่อมวลชนหลายข้อหา ที่มีลักษณะร้ายแรง เช่น
ความผิดฐานอั้งยี่ ซึ่งมีบทลงโทษสูง
หากมิได้พิจารณาเจตนาและบริบทของการทำหน้าที่อย่างรอบด้าน
อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน
และก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการรายงานข่าวสารสาธารณะ
อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย
เสรีภาพของสื่อมวลชนในการแสวงหาข้อเท็จจริง
ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และรายงานข่าวต่อสาธารณะ
เป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล
การบังคับใช้กฎหมายที่กระทบต่อการทำหน้าที่ดังกล่าวจึงต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังสูงสุด
และต้องไม่ถูกใช้ในลักษณะที่อาจตีความได้ว่าเป็นการจำกัดหรือกดทับการทำหน้าที่ของสื่อ
สมาคมฯ
ขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวอย่างรอบด้าน
โดยคำนึงถึงเจตนาสุจริตของผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน
ตามหลักการคุ้มครองเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนควบคู่กันไป สมาคมฯหวังว่า
กกต.จะพิจารณาทบทวนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับช่างภาพสื่อด้วยความรอบคอบโดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
27
กุมภาพันธ์ 2569
