พรรคเพื่อไทย ปิดทัวร์อีสาน “3 วัน 8 จังหวัด” คึกคัก ‘ยศชนัน’ ประกาศชัด พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทสไทย เพื่อเปลี่ยนความหวังเป็นความจริง
ช่วงเย็นวันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2569) พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัย 2 เวทีสุดท้าย ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้แก่ เวทีอำเภอเกษตรวิสัย ณ วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย และเวทีอำเภอสุวรรณภูมิ มีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมรับฟังร่วมหมื่นคน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและคึกคัก
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปราศรัยเปิดเวทีว่า วันนี้เส้นทางแห่งความหวังของประเทศกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ประเทศไทยมีปัญหามากมายที่ไม่อาจรอได้ พี่น้องประชาชนมีภาระและความอัดอั้นที่ต้องได้รับการแก้ไข พรรคเพื่อไทยจึงเดินทางมาที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อยืนยันความพร้อมในการเปลี่ยนความหวังและความฝันของประชาชนให้เป็นความจริง พร้อมย้ำว่า ร้อยเอ็ดเป็นจังหวัดที่มีคุณูปการกับพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน และพรรคไม่เคยลืม
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า ตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของคนร้อยเอ็ดและคนไทยทุกคน หากร้อยเอ็ดเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด จะทำให้จังหวัดมีรัฐมนตรีที่มีความสามารถกลับมาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ ได้ชูนโยบายหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ภาคการเกษตร เอสเอ็มอี และการท่องเที่ยว โดยด้านการเกษตร พรรคมีนโยบายพักหนี้เกษตรกร พักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ระยะเวลา 3 ปี วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท รวมถึงนโยบายล้างหนี้วัยเกษียณ วงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาทในธนาคารของรัฐ และจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยปิดหนี้นอกระบบ
ในด้านการท่องเที่ยว ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดและภาคอีสานมีทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ที่โดดเด่น พรรคเพื่อไทยจะผลักดันให้เป็นรายได้ใหม่ของจังหวัดและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่การกระจายอำนาจ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยจะลดอำนาจส่วนกลาง และเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการระบบคมนาคม รวมถึงแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้ด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากในจังหวัดร้อยเอ็ดอีกต่อไป
“นโยบายทั้งหมดไม่ได้คิดเลื่อนลอย แต่คิดอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนทั้งพรรค เลือกยศชนันเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวปิดท้ายในที่สุด
ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวปราศรัยที่เวทีอำเภอสุวรรณภูมิว่า การมาปราศรัยครั้งนี้อาจดูแปลกตา เพราะมีบางคนหายไป แต่เมื่อทราบว่าเลือกเดินเส้นทางอื่น ก็ไม่ควรโกรธหรือเคียดแค้น ให้ถือว่าได้ทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ “กาบัตรให้พรรคเพื่อไทย”
นายณัฐวุฒิ ระบุว่า แม้พรรคจะไม่ได้มีเงินทองไปสู้กับใคร แต่มีพรรคเพื่อไทยมีนโยบายและผู้สมัครที่แข็งแรง พร้อมย้ำว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่เสนอนโยบายชัดเจนที่สุด และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นเวทีพูดด้วยเหตุผล ไม่สร้างความขัดแย้ง
“ผมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ชาวสุวรรณภูมิและชาวร้อยเอ็ดจะตัดสินใจเข้าคูหา กาบัตรสีชมพูกาพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 และบัตรสีเขียวกาผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีชื่อ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อย่างแน่นอน” นายณัฐวุฒิ กล่าว
สำหรับผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบด้วย
เขต 1 นายสถาพร ว่องสัธนพงษ์ เบอร์ 4
เขต 2 นายฉลาด ขามช่วง เบอร์ 4
เขต 3 นายแทนรัฐ สุจารี เบอร์ 5
เขต 4 นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ เบอร์ 4
เขต 5 นางสาวจิราพร สินธุไพร เบอร์ 6
เขต 6 นายทองลี มีหินกอง เบอร์ 4
เขต 7 นางสาวนวรัตน์ พาโคกทม เบอร์ 3
เขต 8 นางสาวชญาภา สินธุไพร เบอร์ 6
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #ร้อยเอ็ด #เลือกตั้ง2569

















