วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ณัฐพงษ์ ปลุกอยุธยา ขอให้เป็นสีส้มทั้งจังหวัด การทำงานที่ผิดพลาดอย่างหนักของ กกต. ไม่สามารถให้อภัยได้ ขอประชาชนอย่าประมาท กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้ได้บริหารประเทศอย่างตรงไปตรงมา เที่ยงธรรม ปฏิรูปองค์กรอิสระได้ ไม่ควรมีเหตุตึก สตง. ถล่มแบบไม่มีใครรับผิดชอบเกิดขึ้นอีก

 


ณัฐพงษ์ ปลุกอยุธยา ขอให้เป็นสีส้มทั้งจังหวัด การทำงานที่ผิดพลาดอย่างหนักของ กกต. ไม่สามารถให้อภัยได้ ขอประชาชนอย่าประมาท กาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ ให้ได้บริหารประเทศอย่างตรงไปตรงมา เที่ยงธรรม ปฏิรูปองค์กรอิสระได้ ไม่ควรมีเหตุตึก สตง. ถล่มแบบไม่มีใครรับผิดชอบเกิดขึ้นอีก


วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครจังหวัดอยุธยาหาเสียง เมื่อเวลา 16.00 น. ณ ลานบึงพระราม (ตรงข้ามโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย) โดยอยุธยามีทั้งหมด 5 เขต พรรคประชาชนส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ดังนี้ ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ เขต 1 (เบอร์ 3), ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง เขต 2 (เบอร์ 3), วีระยุทธ ใยวังหน้า เขต 3 (เบอร์ 4), เพ็ญศิริรักษ์ ปลื้มสุข เขต 4 (เบอร์ 2) และภิญญาพัชญ์ ภิญเดช เสน่ห์สังคม เขต 5 (เบอร์ 4)


บรรยากาศที่อยุธยาเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และผู้สมัคร สส. จังหวัดกันหนาแน่น ณัฐพงษ์กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาเป็นกำลังใจให้ การเดินทางของพวกเรากำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นทุกวัน การสร้างการเมืองของประชาชน ตั้งแต่สมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน วันนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดเพราะไม่มีเสียง ส.ว. มาโหวตนายกรัฐมนตรี นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสและทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทำหน้าที่ได้ดีกว่านี้ เอาระบบการเลือกตั้งแบบกลโกงออกไป และเอาระบบการใช้งบประมาณที่โปร่งใสเข้ามาแทน เช่น กรณีตึก สตง. ถล่ม ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในประเทศนี้


การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ต้องขอขอบคุณชาวอยุธยาทุกคนได้ตัดสินใจแล้วว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนอย่างแรกคือมอบความไว้วางใจให้พวกเราทั้ง 2 เขต แม้เราจะยังไม่สามารถเปลี่ยนส้มได้ยกจังหวัด แต่เราก็ไม่เคยถอยและจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเราสามารถเอาชนะคะแนนบัญชีรายชื่อได้เป็นลำดับที่หนึ่ง ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนอยากให้พ่อแม่พี่น้องตัดสินใจอีกครั้ง เพื่อเปลี่ยนการเมืองแบบเดิมให้เป็นการเมืองแบบใหม่ ร่วมกันตั้งรัฐบาลประชาชนให้เข้ามาบริหารประเทศ


ขอให้กาให้ ส.ส.พรรคประชาชนทั้งสองใบ เพื่อให้พรรคประชาชนได้ สส.เขต ยกทั้งจังหวัดเพื่อไปโหวตตนเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ขอให้ทุกท่านอย่าประมาท เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ที่ผ่านมา เห็นแล้วว่าการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเป็นอย่างไร มีข้อผิดพลาดมากมายเพียงใด ทั้งแผ่นพับแนะนำเบอร์ผู้สมัครของพรรคประชาชนที่หายไปในหลายพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ กกต. บอกว่าผู้สมัครของเราถูกตัดสิทธิแล้วทั้งที่ความจริงยังมีสิทธิอยู่ วันนี้เรายังมีอีก 399 เขต ที่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง 


สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า กลุ่มอำนาจเดิมกำลังกลัวการเปลี่ยนแปลง พวกเรายืนยันว่าไม่ต้องการถอนรากถอนโคนสิ่งดีงามของประเทศนี้ แต่สิ่งที่พวกเรายืนอยู่ตรงข้ามคือการเมืองสีเทา นักการเมืองที่ทุจริต และองค์กรอิสระที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องเข้าไปแก้ไขให้ดีขึ้น ส่วนสิ่งใดที่ดีงามในประเทศนี้ เรายืนยันว่าจะเก็บรักษาไว้ 


ความรักชาติ วัดได้จากว่าเรารักประชาชนมากน้อยแค่ไหน


คนที่อ้างว่ารักชาติ แต่การกระทำยังตรงกันข้าม ยังโกงกินประเทศไทยอยู่ อย่างนี้เรียกว่ารักชาติได้อย่างไร มาร่วมกันพิสูจน์ความรักชาติของพวกเรา ด้วยการลงคะแนนเสียงให้กับพรรคประชาชนทั้งสองใบ พวกเราต้องการอยุธยาทั้ง 5 เขต เพื่อให้เสียงจากอยุธยาไปขานชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย ครั้งนี้เราต้องช่วยกันบอกต่อ ให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไปด้วยกัน


 ประเทศไทยต้องดีกว่าเดิม ประเทศไทยต้องไม่เทา ประเทศไทยต้องเท่าเทียม ประเทศไทยต้องเท่าทันโลก 


และตนจะกลับมาพัฒนาจังหวัดอยุธยาให้ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน