“ลิซ่า ภคมน” ทวงเงินซ่อมบ้านให้ชาวใต้ น้ำแห้งนานแล้ว รัฐต้องเร่งแก้ระเบียบ ระบบ เร่งอนุมัติให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ภคมน หนุนอนันต์ หรือ ลิซ่า ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ทวงเงินซ่อมบ้านให้ชาวใต้ที่ถูกน้ำท่วม โดยมีใจความว่า
สามเดือนที่คนใต้ยังไม่ได้เงินซ่อมบ้านน้ำท่วม เสนอแก้ระเบียบทั้งระบบ อย่าดีใจ กกต.อนุมัติงบถ้วนหน้าค้างท่อที่ควรจะได้มาตั้งนานแล้ว
เห็นข่าวรัฐมนตรีแบด ภราดร ปริศนานันทกุล ออกมาบอกข่าวด่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กกต.อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วมอีก 2 พันล้าน มันดีใจไม่สุด เพราะเงินนี้คือเงินเยียวยาถ้วนหน้า 9,000 บาทที่ควรได้นานแล้ว แต่ช้ามากเพราะการจัดการที่ล้มเหลว ทำให้เงินค้างท่อช่วงเลือกตั้ง
น้ำแห้งไป 3 เดือนแล้วค่ะ ชาวบ้านดิ้นรนซ่อมบ้านพัง ๆ บ้านจมน้ำ เข้าไปอยู่อาศัยกันได้นานแล้วค่ะ เรื่องใหญที่สุดคือ “เงินซ่อมบ้าน” ยังไม่ถึงมือชาวบ้านสักบาท เงิน 49,500 บาท ที่รอพิสูจน์ความเสียหาย ดิฉันทราบมาว่าตอนนี้เรื่องยังไม่ถึงกระทรวงมหาดไทยเลย เพิ่งผ่านช่วงที่ท้องถิ่นลงไปสำรวจความเสียหายเสร็จ ขอถามดัง ๆ ว่า ไปสำรวจบ้านชาวบ้านตอนนี้จะเจอความเสียหายจริงแค่ไหนเหรอคะ? ใครจะเก็บประตูหน้าต่าง ฝ้าเพดานพังๆไว้ 3 เดือน การเยียวยาที่ล่าช้าและไม่เห็นภาพความเสียหายจริง คือความอยุติธรรม
ปัญหาที่ทับซ้อนอีกชั้น คือไม่ใช่ทุกคนจะได้ 49,500 บาท แต่จะได้ไม่เท่ากันตามความเสียหายที่รัฐประเมิน ชาวบ้านจะได้แค่ค่า “วัสดุ” ไม่มีการคำนวณ “ค่าแรง” ในนั้นด้วย นี่คือระเบียบราชการ ระเบียบการจ่ายเงินเยียวยาซ่อมบ้านของกระทรวงการคลังที่ล้าหลังและต้องการการแก้ไขจากรัฐบาลที่มีเจตจำนงทันที วันนี้วัสดุก่อสร้างแพงขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีก่อนไม่รู้กี่เท่าตัว และชาวบ้านทุกคนไม่ใช่ช่าง ทุกคนไม่สามารถตัดไม้ ตอกตะปู ปีนซ่อมหลังคาเป็นนะคะ คนเขียนระเบียบเคยเข้าใจไหมว่าเขาต้องจ้างช่างที่เชี่ยวชาญมาทำ บ้านมันต้องมีช่างเป็นคนซ่อมค่ะ
ถ้าเราเป็นรัฐบาลเรามีข้อเสนอ รัฐต้องเลิกใช้ระบบคนเดินจดความเสียหาย เพราะมันช้ามาก และมันไม่ตรงความเป็นจริง ไทยเรามีดาวเทียม GISTDA ค่ะ พรรคเราเคยไปคุยกับเขาแล้ว ดาวเทียมของเรามันสามารถเห็นความเสียหาย เห็นเลยว่าบ้านเลขที่อะไรเสียหายบ้าง เราต้องใช้เทคโนโลยีมานำแล้วปรับระบบ ระเบียบให้มี “ประชาชน” เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นศูนย์กลางค่ะ เราเสนอขยายเพดานเงินซ่อมบ้านจาก 49,500 บาท เป็น 100,000 บาทต่อราย เพราะค่าวัสดุก่อสร้างปี 69 มันแพงขึ้น มันไม่เพียงพอในความเป็นจริง
ที่สำคัญที่สุดเราเสนอให้กระจายอำนาจจริง ปลดล็อกให้ท้องถิ่นมีอำนาจประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ ใช้งบที่มีในมือดูแลลูกบ้านได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดเหตุ ไม่ต้องรอโทรศัพท์สั่งการจากกรุงเทพฯเท่านั้น เอาชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง ให้ท้องถิ่นมีพลัง คิดแบบเข้าอกเข้าใจคนที่เดือดร้อนค่ะ
รัฐบาลต้องหยุดประโคมข่าว จ่ายทีดีใจทีมันไม่ใช่เรื่องน่ายินดี ส่วนเงินที่ยังไม่จ่ายก็อุบเงียบ ไม่บอกชาวบ้านว่าเขาจะได้เมื่อไร หลายคนไปกู้หนี้ยืมสิน ไปยืมญาติ มาซ่อมบ้าน เพื่อให้เขาหายใจได้ต่อ ความล่าช้าของรัฐคือทุกข์ของชาวบ้าน ดิฉันจะติดตามทวงถามเงินก้อนนี้อย่างต่อเนื่องและขอสื่อสารตรงต่อรัฐบาลให้เร่งทำงานแก้ไขปัญหา แก้ไขระเบียบกระทรวงด้วยเอเนอร์จี้เดียวกับความกระหายอำนาจ อยากได้เก้าอี้รัฐมนตรีกันด้วยค่ะ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ภคมนหนุนอนันต์




