วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

"ธนาธร" เดือด โต้กระแสที่ว่าเขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ลั่น "ไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของประชาชน ใบอนุญาตจะให้ใครเป็นรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว"

 


"ธนาธร" เดือด โต้กระแสที่ว่าเขาไม่ยอมให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ลั่น "ไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของประชาชน ใบอนุญาตจะให้ใครเป็นรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว"


วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง และแนะนำตัวผู้สมัคร สส. จันทบุรีในนามพรรคประชาชน 3 เขต ได้แก่


เขต 1 วรายุทธ ทองสุข หมายเลข 4

เขต 2 ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ หมายเลข 4

เขต 3 ไพโรจน์ บัวเผื่อน หมายเลข 1


โดยมีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึงปัญหาเดิม ปัญหาใหม่ และปัญหาใหญ่ของชาวจังหวัดจันทบุรี


ปัญหาแรก ปัญหาที่ดิน สปก. เช่นในพื้นที่อำเภอสอยดาว โป่งน้ำร้อน ที่พี่น้องจำนวนมากถือเอกสาร สปก. ทั้งที่เมืองเจริญเติบโตขยายไปหมดแล้ว แต่ถูกจำกัดการพัฒนา ทำให้ต้องทำแต่การเกษตรเท่านั้น รวมทั้งปัญหาที่ดินสอยดาว พี่น้องหลายคนอยู่กินทำกินในที่ดินมาก่อนจะมีการขีดเส้นออกประกาศพื้นที่ป่า ทำให้ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ดินตัวเองจะมีปัญหา


นอกจากยี้ยังมีปัญหาช้างป่า พี่น้องสวนผลไม้ เช่นลำไย และทุเรียน ถูกช้างป่าเข้ามาทำลายพื้นที่เกษตร ทำลายพื้นที่บ้านเรือน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข


ส่วนปัญหาเดิมๆ ที่ทับถมกันมา ก็คือการบริการภาครัฐ ยกตัวอย่างเช่นน้ำประปา พี่น้องหลายพื้นที่ที่ตนไปเจอมาน้ำยังขุ่นข้น ไหลบ้างไม่ไหลบ้าง โรงพยาบาลแออัด บุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ก็ทำงานกันหนักมากไม่ได้หลับไม่ได้นอน ทำงานกัน 60-70 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าชีวิตหมอพยาบาลไม่ดี จะดูแลชีวิตพี่น้องประชาชนให้ดีได้อย่างไร


เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ทุกท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมการเข้าถึงบริการภาครัฐถึงแตกต่างกันขนาดนี้ ทำไมน้ำประปาเราไม่เหมือนกัน ทำไมยังมีคนอีกจำนวนมากต้องอยู่อย่างหวาดระแวงในที่ดินทำกินของตัวเอง ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่าบริการภาครัฐจะต้องเสมอภาคกัน


สำหรับปัญหาใหญ่ คือภาคการประมงล่มสลาย จากที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้สำคัญของจังหวัด แต่ พ.ร.บ. ประมงฯ ฉบับล่าสุด ทำให้พี่น้องสูญเสียรายได้ สูญเสียอาชีพ รวมทั้งตลาดค้าพลอยที่เคยเป็นเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดกลับต้องซบเซาลงเรื่อยๆ มากไปกว่านั้น หากไปดูบริเวณชายทะเล ก็เจอภัยคุกคามใหม่ที่มาถึงแล้ว นั่นคือปลาหมอคางดำ ที่เข้ามารุกรานทำลายประมงเพาะเลี้ยงและทำลายระบบนิเวศ


ปัญหาเดิม ปัญหาใหม่ ถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาใหญ่ของประเทศ นั่นคือปัญหาสังคมไทยเข้าสู่สังคมชรา ปัญหายาเสพติด ปัญหากระบวนการยุติธรรมและการคอร์รัปชัน


ทั้งหมดนี้ เราจะปล่อยสังคมไทยเป็นต่อไปแบบนี้ไม่ได้ และภารกิจของคนแต่ละรุ่น คือต้องส่งต่อสังคมที่ดีกว่าไปให้คนรุ่นถัดไป ผมจึงถามทุกท่านว่าสังคมนี้เหมาะสมดีพอที่จะให้ลูกหลานเราเติบโตขึ้นมาหรือไม่


ตั้งแต่เราเป็นพรรคอนาคตใหม่ มาจนถึงพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน เราเชื่อว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ วันนี้เราเชิญทุกท่านมาร่วมเดินทางกับพวกเรา ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาเราทำให้ทุกท่านเห็นแล้ว ว่าเราเอาจริง ท่านจึงเกิดศรัทธา สนับสนุนพวกเรา


และนี่คือเพื่อนร่วมงานที่ตนรู้สึกภาคภูมิใจ เซีย จำปาทอง ผู้ที่ผลักดันสวัสดิการให้กับพี่น้องคนทำงาน ปรับสิทธิลาคลอดจาก 90 วัน มาเป็น 120 วัน เบญจา แสงจันทร์ ผู้ที่อภิปรายสาเหตุค่าไฟแพง จนถูกทุนพลังงานฟ้องร้อง 100 ล้านบาท และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้ที่ออกมาเปิดรายละเอียดการใช้เงินภาษีประชาชนไปทำปฏิบัติการไอโอ รวมทั้งผลักดันการปฏิรูปกองทัพ


สำหรับผู้แทนราษฎรจันทบุรี บิว วรายุทธ ทองสุข เขต 1 มีบทบาทในการทวงเงินค่าตอบแทนโครงการคนละครึ่งให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็ก รวมกว่า 10 ล้านบาทใน กมธ. จนได้เงินคืนมา ส่วนเฟิร์น ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ เขต 2 ร่วมต่อสู้กับชาวบ้านที่มีปัญหาที่ดิน จนได้สิทธิ์ในการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินที่ตนเองอยู่มาก่อนมีเขตป่าไม้ และเล็ก ญาณธิชา บัวเผื่อน เขต 3 ผลักดันเงินชดเชยการเสียชีวิตตาจช้างป่า จาก 1.8 แสนบาท ไปเป็น 5 แสนบาท รวมถึงผลักดันการชดเชยความเสียหายต่อทุเรียน 10,000 บาท/ต้น จากที่ได้ไม่กี่พันบาทต่อไร่ นี่คือตัวอย่างเพื่อนร่วมงานที่ตนภูมิใจ และก็คือผู้แทนราษฎรที่ชาวจันทบุรีเลือกมา


ตลอด 8 ปีของพวกเรา เราทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้มาหลายครั้ง ตั้งแต่การตั้งพรรคและถูกปรามาสว่าเป็นพรรคใหม่ ไม่มีหัวคะแนน ไม่มีผู้มีอิทธิพล พรรคแบบนี้ได้ 5 เสียงก็เก่งแล้ว แต่เราทำให้เป็นไปได้ พรรคอนาคตใหม่ได้ 80 เสียง เป็นพรรคอันดับ 3 ของประเทศไทย


ปี 2566 เขาปรามาสป้ายสีเราต่างๆ นานา ทั้งชังชาติ ล้มเจ้า แต่เราก็ทำให้เห็นอีกครั้ง พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับ 1 ของประเทศ


“ครั้งนี้ เขาบอกว่าเราตั้งรัฐบาลไม่ได้ ผมบอกว่าไม่ใช่เรื่องของมึง เป็นเรื่องของประชาชน ใบอนุญาตจะให้ใครตั้งรัฐบาล อยู่ที่ประชาชนคนเดียว ไม่มี สว. มาขัดขวางความเจริญประเทศอีกแล้ว”


ธนาธรกล่าวต่อไปว่า ครั้งที่แล้ว 14 ล้านเสียงไม่พอตั้งรัฐบาล มาเลือกตั้งครั้งนี้ต้อง "กาส้มทั้งสองใบ" ไม่ได้เลือกนโยบายหรือผู้สมัครรายคน แต่คือการเลือกอนาคตประเทศ เลือกคนมาเป็นนายกฯ ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้เอาให้ถึง 20 ล้านเสียง ใครก็ขวางไม่ได้


ธนาธรกล่าวทิ้งท้ายว่า อย่ายอมจำนนกับปัจจุบัน ความยากลำบาก ความอยุติธรรม ถ้าท่านเชื่อเหมือนพวกเรา ขอให้ใช้เวลาไม่กี่วันที่เหลือนี้ร่วมเดินทางกับเรา เราจะทำเต็มที่ในส่วนของเรา ขอให้ท่านทำในส่วนของท่านให้เต็มที่ได้ไหมครับ


“อย่ากลัวความเปลี่ยนแปลง แต่จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต”


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน