ธนาธร : สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง - พิธา : ส่งนายกฯ เท้งเข้าไปสร้างการเมืองดี ปากท้องดี
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาชนจัดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา ‘ประชาชนเปลี่ยนประเทศ’ ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีการจัดเตรียมที่นั่งทั้งด้านในอาคาร รองรับประมาณ 10,000 คน และภายนอกอาคาร บริเวณสนามฟุตบอลข้างสระว่ายน้ำ
[ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง ]
ด้าน ธนาธร ระบุว่าตั้งแต่วันที่เราประกาศตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อเดือนมีนาคม 2561 จนถึงวันนี้นับเป็นเวลา 8 ปีเต็ม ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่ สังคมไทยอยู่ในความมืดมิด สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกลิดรอน ผู้คนรังเกียจนักการเมือง ไม่เชื่อมั่นในรัฐสภา ตั้งคำถามกับประชาธิปไตย ในวันนั้นเราเรียกร้องให้ทุกคนหันกลับมาสนใจการเมือง เราบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ตั้งแต่คุณภาพของถนนหน้าบ้านจนถึงคุณภาพของโรงเรียนของลูก ตั้งแต่การจัดการดิน น้ำ ลม ฟ้า ป่า ว่าใครจะได้ใช้อะไร เท่าไหร่ อย่างไร จนถึงการจัดสรรงบประมาณของประเทศ ว่าจังหวัดไหนได้เท่าไหร่บ้าง ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องการเมือง พวกเราควรจะใส่ใจสนใจ ไม่ใช่ปฏิเสธมัน
ในวันนั้นเราเรียกร้องให้ยุติการสืบทอดอำนาจของกลุ่มบุคคลที่ทำรัฐประหาร 2557 เราเรียกร้องให้สร้างประชาธิปไตยให้มั่นคงแข็งแรง เราเรียกร้องให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน อีก 6 ปีจะครบ 100 ปีของการอภิวัฒน์สยาม 2475 เรามาทำภารกิจ 100 ปีให้จบในรุ่นเรา เพื่อให้ลูกหลานของเราเกิดและเติบโตโดยไม่เจอกับการทำรัฐประหารอีก วันนั้นเราบอกว่าจะสร้างสังคมใหม่ต้องใช้พรรคการเมืองที่มีวิถีการทำงานการเมืองแบบใหม่ พรรคการเมืองที่ร้อยรัดด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่ด้วยผลประโยชน์ ไม่ใช่ด้วยลาภยศ ไม่ใช่ด้วยชื่อเสียง พรรคการเมืองที่ตำแหน่งสำคัญต่างๆ ต้องมาจากความรู้ความสามารถและความเหมาะสม ไม่ใช่มาจากตัวแทนบ้านมุ้ง
ธนาธรกล่าวต่อไป ว่าวันนั้นเราบอกว่าพรรคการเมืองใหม่นี้ต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ทุจริต แต่ต้องทำงานอย่างแข็งขันบนหลักยึดของอุดมการณ์ เพื่อสร้างศรัทธาให้กับประชาชน วันนั้นเราบอกประชาชนว่าการปักธงทางความคิดสำคัญกว่าคะแนนเสียง นี่คือสงครามของการช่วงชิงคุณค่าและความหมาย มากกว่าจะเป็นการชิงคะแนนเสียงเฉพาะหน้า เราบอกว่าถ้าเราชิงชัยทางความคิดได้ เราจะได้คะแนนเสียงขึ้นมาเอง
วันนั้นเราเชิญชวนทุกคนออกมาสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับพวกเรา เราบอกทุกคนว่าภารกิจเบื้องหน้าของเราใหญ่และสำคัญเกินกว่าที่พวกเราจะทำสำเร็จได้ด้วยตัวเราเอง ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่มีทางเลือกอื่น ทุกคนต้องลงแรง วันนั้นเราบอกว่าเวลาอยู่ข้างเรา การเปลี่ยนแปลงความคิดของสังคมต้องใช้เวลา ไม่สามารถทำได้ภายในชั่วข้ามวันข้ามคืน ไม่สามารถรีบร้อนได้ เราต้องทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เราบอกว่าให้เวลาพวกเรา แล้วเราจะพิสูจน์การทำงานของเรากับประชาชน และเราบอกว่าภายใน 3 การเลือกตั้งเราจะตั้งรัฐบาลให้ได้
ธนาธรกล่าวต่อไปว่าผ่านมาแล้ว 8 ปี วันนี้เราทำให้คนกลับมาสนใจการเมืองได้ ทำให้คนกลับมาเชื่อมั่นในรัฐสภาได้ ทำให้คนโหยหาประชาธิปไตยได้ เราสร้างพรรคการเมืองใหม่สำเร็จแล้ว ปักธงความคิดก้าวหน้าในสังคมได้ เราเชิญประชาชนมาร่วมทางกับเราสำเร็จ และเหลืออีกเพียงสองวันจะถึงการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ของพวกเรา เราทำให้เห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง ทำให้เห็นแล้วว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงคุณภาพและในเชิงปริมาณ ในเชิงปริมาณเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พรรคอนาคตใหม่มีสมาชิกพรรค 60,000 คน พรรคก้าวไกลมีสมาชิกพรรค 100,000 คน วันนี้พรรคประชาชนมีสมาชิกพรรค 112,000 คน ในเชิงคุณภาพเราทำให้ประชาชนเชื่อใจและจ้างพวกเราทำงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ เงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง อนาคตใหม่ได้รับสูงสุด 12 ล้านบาท ก้าวไกลได้รับสูงสุด 60 ล้านบาท พรรคประชาชนในปีที่ผ่านมาได้รับ 96 ล้านบาท
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกสร้างจากการยืนหยัดเคียงข้างกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เวลาที่ค่าไฟของคุณแพง เราต่อสู้กับทุนผูกขาดให้กับคุณ เวลาที่พวกเราถูกฟ้องปิดปาก พวกคุณเซฟเรา เวลาที่สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกคุกคาม เรายืนเคียงข้างคุณ วันที่เราถูกยุบพรรค คุณยืนเคียงข้างเรา เวลาที่ลูกหลานของคุณถูกซ้อมในค่ายทหาร เราเรียกร้องความเป็นธรรมให้คุณ ตอนที่พวกเราถูกใส่ร้ายป้ายสี คุณเป็นปากเป็นเสียงให้เรา วันที่ภาษีของพวกคุณถูกคดโกง เราปกป้องเงินภาษีให้พวกคุณ วันที่พวกเราโดนตัดสิทธิคุณเสียน้ำตาให้กับพวกเรา นี่คือหน้าตาของการเปลี่ยนแปลง
พรรคการเมืองและประชาชนต่อสู้เพื่อสร้างสังคมใหม่ร่วมกัน นี่คือการเรียนรู้เติบโตร่วมกันระหว่างคุณกับพวกเรา มันสร้างขึ้นจากการผ่านความเจ็บปวดร่วมกัน จากการต่อสู้เคียงข้างกัน ใช้เวลาพิสูจน์กันและกัน และ 8 ปีที่ผ่านมามันพิสูจน์แล้วว่าความสัมพันธ์แบบนี้มันผลักดันการเปลี่ยนแปลง มันผลักดันวาระที่ก้าวหน้าของสังคมไทยได้จริงๆ
ธนาธรกล่าวต่อไปว่าการยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันแบบนี้มันทำให้ผู้คนเข้าร่วมกับพวกเรามากขึ้น เมล็ดพันธุ์กำลังงอกงามเติบโต จากสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า พวกเราคอยระวังหลังให้กันและกัน ไม่ใช่ความรู้สึกชั่วครั้งชั่วคราว มันพัฒนาขึ้นมาหนักแน่นมากขึ้น ลึกซึ้งมากขึ้น อบอุ่นมากขึ้น เชื่อใจกันและกันมากขึ้น
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ตนได้ร่วมกับขบวนคาราวานพรรคประชาชน มีประชาชนเดินเข้ามากอดตนแล้วน้ำตาคลอทุกวัน บอกพวกเราว่าฝากอนาคตของลูกหลานและของประเทศไทยไว้กับพวกเราด้วย มันทำให้ตนตระหนักว่าการเดินทางของเรามันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย ตนเห็นความศรัทธาที่ทุกท่านมอบให้กับพวกเรา และเราจะขอตอบแทนด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นธรรม ด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย ด้วยการสร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า เราจะตอบแทนทุกคนด้วยการสร้างประเทศไทยให้ดีกว่าเดิม
ธนาธรกล่าวต่อไปว่าอีก 2 วันจะถึงวันที่ปลายปากกาของทุกคนกำหนดอนาคตของประเทศไทย สัญลักษณ์ของพวกเราตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงประชาชน ไม่ว่าถูกยุบกี่ครั้งสัญลักษณ์ก็ไม่เปลี่ยน สัญลักษณ์ของพวกเราคือสามเหลี่ยมหัวกลับ ที่เป็นด้านตรงข้ามของสามเหลี่ยมธรรมดา ที่เป็นเสมือนโครงสร้างสังคมที่คนรวยและคนมีอำนาจอยู่ข้างบน ประชาชนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ข้างล่าง สามเหลี่ยมหัวกลับคือการบอกว่าผู้มีอำนาจต้องอยู่ข้างล่าง ประชาชนต้องเป็นใหญ่ เจ้านายคือประชาชน
“การเลือกตั้งครั้งนี้คือการเลือกอนาคตสองแบบ เลือกอยู่กับความกลัวหรือเลือกอยู่กับความหวัง เลือกอยู่กับอดีตหรือเลือกอยู่กับอนาคต เมล็ดพันธุ์ทางความคิดเติบโตและเบ่งบานขึ้นแล้ว เวลาที่พวกเรารอคอยใกล้มาถึงแล้ว ขอเชิญชวนทุกคน 8 กุมภาพันธ์ กาส้ม-ส้ม-เห็นชอบไปด้วยกัน” ธนาธรกล่าว
[ ส่งนายกฯ เท้งเข้าไปสร้างการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ]
ต่อมา พิธา กล่าวว่า วันนี้เวลาของความเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว หลังจากโดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง ตนได้เดินทางมาทั่วโลก และสามารถสรุปได้ว่าวันนี้โลกปรับไทยต้องเปลี่ยน และยังไม่สายเกินไปถ้าเราตั้งรัฐบาลของประชาชาชน ไม่ว่าไปที่ไหน ทุกคนพูดถึงปัญหามากกว่าศักยภาพของประเทศไทย หลายประเทศอยากจะลงทุนในประเทศไทย แต่ก็บอกว่าประเทศไทยซับซ้อนเกินไป
ประเทศไทยกำลังประสบสภาวะเงินไทยไหลออก เงินนอกไม่ไหลเข้า และเงินเทาเต็มประเทศ ต่างประเทศบอกว่าเราเป็น “คนป่วย” ของเอเชีย ในขณะที่เวียดนามโต 40% ไทยโตแค่ 5 จากเศรษฐกิจอันดับ 2 ของอาเซียน ตอนนี้โตรั้งท้าย เราจะกลายเป็นประเทศแก่ก่อนรวย และปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 75 ปีที่อัตราการเกิดของไทยน้อยลงที่สุด
แต่วันนี้ยังไม่สายเกินไป ถ้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ประชาชนเข้าคูหากาเพื่อเปลี่ยน กาเบอร์ 46 ส่งนายกเท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล และวันนี้ยังไม่สายเกินไปที่ประเทศไทยจะตั้งรัฐบาลที่คนไทยภูมิใจและโดดเด่นในเวทีโลก ในวันที่โลกไร้ระเบียบ แต่ก่อนความชอบธรรมคืออำนาจ แต่วันนี้อำนาจคือความชอบธรรม เราจึงต้องการรัฐบาลที่มีทั้งความชัดและความพร้อม เพื่อเข้าไปเปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม ให้นายกฯ เท้งเข้าไปเพื่อทำให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต
ตนขอขอบคุณเพื่อนๆ ชาวอนาคตใหม่ที่ยอมจุดไฟในสายลม และวันนี้ไฟที่ติดแล้ว ประชาชนจะไม่ยอมให้ดับ ขอบคุณพรรคก้าวไกล ทีมงาน อาสาสมัคร สมาชิก และพี่น้องประชาชน ที่สนับสนุนเราตลอดมา
พิธากล่าวปิดท้ายว่าขอสื่อสารไปยังพิพิม ลูกสาวของตน ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ตนตลอดมา ตนจะสู้เพื่อลูกและเพื่อคนรุ่นลูกทุกคนต่อไป วันนี้คือการปราศรัยครั้งสุดท้าย ตนมั่นใจว่าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เราจะได้ชัยชนะ และจะไม่เคยชนะเยอะขนาดนี้มาก่อน ขอให้พี่น้องประชาชนฉลองให้เต็มที่ จนกว่าเราจะพบกันใหม่
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #รัฐบาลประชาชน



















