วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

รักชนก-สหัสวัต พร้อมแกนนำพรรคประชาชน สำรวจศูนย์อาหารกระทรวงแรงงาน เรียกร้องประกันสังคมใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมและจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด

 


รักชนก-สหัสวัต พร้อมแกนนำพรรคประชาชน สำรวจศูนย์อาหารกระทรวงแรงงาน เรียกร้องประกันสังคมใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมและจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด


วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 รักชนก ศรีนอก, สหัสวัต คุ้มคง, ธนพร วิจันทร์ และธีระชาติ ก่อตระกูล ตัวแทนจากพรรคประชาชน ได้เดินทางมาที่กระทรวงแรงงานเพื่อร้องเรียนเรื่องระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และตรวจสอบความเหมาะสมในการใช้ศูนย์อาหารของกระทรวงแรงงาน


โดยสหัสวัตกล่าวว่า จุดประสงค์ในการมาวันนี้คือมาร้องเรียนแนวทางการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และเชิญชวนให้ทุกคนได้สำรวจโรงอาหารที่ถูกสร้างด้วยเงินของกองทุนประกันสังคม ถึงแม้จะมีการกล่าวอ้างว่าโรงอาหารดังกล่าวถูกสร้างมาเพื่อรองรับการใช้บริการของผู้ประกันตน แต่ทุกคนก็เห็นได้ว่าในแต่ละวันมีประชาชนเข้ามาใช้บริการมากน้อยเพียงใด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของความเหมาะสมในการใช้เงินดังกล่าว


ด้านรักชนกกล่าวว่า เรื่องการใช้เงินกองทุนกับอะไรนั้นสามารถถกเถียงกันได้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือวิธีคิดของบางคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ ได้กล่าวในที่ประชุมว่าจุดประสงค์ในการสร้างโรงอาหารแห่งนี้เพื่อทำให้เป็นศูนย์อาหารแบบในห้างสรรพสินค้า ติดเครื่องปรับอากาศ เพราะไม่อยากให้สถานที่นี้เป็นเหมือน “โรงอาหารคนงาน” ทั้งที่ศูนย์อาหารแห่งนี้ถูกสร้างด้วยเงินของคนงาน ซึ่งถือเป็นการดูแคลนกลุ่มคนที่นำเงินของตนมาสร้างศูนย์อาหาร


ทั้งนี้ ตนขอย้ำว่า การใช้เงินจำนวน 12 ล้านบาทมาปรับปรุงศูนย์อาหารนั้น ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดี หรือถูกหรือผิด แต่คือวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณ เพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภายใต้กระทรวงแรงงาน ซึ่งควรตั้งเป็นงบประมาณแผ่นดินในการปรับปรุงจะเหมาะสมกว่าหรือไม่ ตนจึงขอถามผู้ประกันตนว่า การใช้งบประมาณจากเงินของผู้ประกันตนในการทำศูนย์อาหารแห่งนี้มีความคุ้มค่าและเหมาะสมหรือไม่


ระหว่างการสำรวจศูนย์อาหาร มีผู้ประกันตนเดินทางมาจากจังหวัดระยองเพื่อใช้บริการศูนย์อาหารกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวว่าตนเดินทางมาในฐานะผู้ที่ส่งเงินเข้ากองทุนทุกเดือน และขอตั้งคำถามว่า การจะใช้บริการจากเงินที่ตนส่งเป็นประจำทุกเดือน จำเป็นต้องขับรถมาที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ วันนี้จึงเดินทางมาเพื่อที่จะเห็นด้วยตาตนเองว่า เงินที่ถูกนำมาใช้มีความเหมาะสมหรือไม่ และในอนาคตเงินที่จะถูกหักทุกสิ้นเดือนจะถูกใช้ตามความต้องการของผู้ประกันตนมากน้อยเพียงใด


ทั้งนี้ การเบิกใช้เงินแต่ละครั้งมีเงื่อนไข แต่เงินที่ตนส่งไปกลับถูกนำมาใช้สร้างตึก ซ่อมแซมศูนย์อาหาร หรือแม้กระทั่งเพื่อการตัดสูทตามที่เป็นข่าวที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตนยังเชื่อว่าปัญหาต่าง ๆ สามารถแก้ไขได้ และอยากเห็นการเริ่มต้นในการแก้ไข


รักชนกให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวว่า ประเด็นหลักที่เดินทางมาวันนี้คือการร้องเรียนเรื่องระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งมี 3 ประเด็น ดังนี้


ประเด็นแรก คือ ผลการทำประชาพิจารณ์ระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ว่ามีสัดส่วนผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่าใด โดยเข้าใจว่าระเบียบดังกล่าวเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในการประกาศใช้ จึงอยากให้สำนักงานประกันสังคมและกระทรวงแรงงานเปิดเผยผลการประชาพิจารณ์ก่อน


ประเด็นที่สอง คือ บอร์ดประกันสังคมที่มีวาระ 2 ปี ได้หมดวาระไปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากอ้างอิงจากกฎหมายการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน แต่กรณีบอร์ดประกันสังคมยังมีช่องว่างอยู่ จึงขอให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะบอร์ดปัจจุบันแม้จะมีอำนาจตามหลักการ แต่อาจถูกอำนาจข้าราชการกดทับไว้


ประเด็นสุดท้าย คือ การเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลการประชุมทุกครั้งที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ประกันตนรับทราบว่า ในการประชุมทั้งบอร์ดใหญ่และอนุกรรมการ มีใครกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวบ้าง


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สำนักงานประกันสังคมให้เหตุผลในการเปลี่ยนระเบียบเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนจำหมายเลขผู้สมัครได้ง่าย โดยให้เลือกได้เพียงคนเดียวเหมือนการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา สหัสวัตให้ความเห็นว่า แนวทางดังกล่าวไม่เหมาะสม เพราะการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตัวแทนหนึ่งคนต่อหนึ่งเขต แต่การเลือกบอร์ดประกันสังคมต้องมีตัวแทน 7 คน ผู้ประกันตนจึงควรเลือกได้ทั้ง 7 คน เช่นเดียวกับการเลือกสมาชิกสภาเทศบาล หากในพื้นที่ต้องมีตัวแทน 4 คน ประชาชนก็ต้องเลือกได้ครบทั้ง 4 คน


หากใช้แนวคิดตามที่สำนักงานประกันสังคมเสนอ จะเป็นการลดทอนสิทธิของผู้ประกันตน และทำลายหลักการเลือกตั้งระบบตัวแทน อีกทั้งเมื่อระเบียบเลือกตั้งใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ ตามหลักการควรยึดระเบียบเดิม เพราะขณะนี้บอร์ดประกันสังคมชุดใหญ่ได้หมดวาระลงแล้ว จึงไม่มีผู้มีอำนาจในการอนุมัติระเบียบใหม่


ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่สำนักงานประกันสังคมชี้แจงต่อกรรมาธิการสมาชิกวุฒิสภาว่า ผลประชาพิจารณ์จะเปิดเผยได้ภายในเดือนมีนาคม โดยรักชนกกล่าวว่า หากเทียบกับกรณีประชาพิจารณ์สูตรบำนาญ CARE ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจเช่นกัน สามารถเปิดผลได้ภายใน 4 วัน เหตุใดประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจึงยังไม่สามารถเปิดเผยผลได้


เมื่อถามว่าหลังจากนี้พรรคประชาชนจะติดตามสถานการณ์อย่างไร รักชนกกล่าวว่า ปัจจุบันพรรคประชาชนอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน จึงต้องฝากให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ตอบสนองต่อสิ่งที่ควรดำเนินการอยู่แล้ว หากรัฐบาลดำเนินการอย่างเหมาะสม พรรคประชาชนคงไม่ต้องมายืนอยู่ ณ ที่นี้


พร้อมกันนี้ รักชนกได้ฝากคำถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรีนุช เทียนทอง ว่า ตลอด 3 เดือนหลังเข้ารับตำแหน่ง ได้ดำเนินการเรื่องใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกรณีตึก SKY9 ที่ยังไม่มีความคืบหน้า หรือสูตรบำนาญ CARE ที่ยังไม่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี และในฐานะที่เป็น สส.เขตที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จะยอมให้มีการล้มการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมหรือไม่ หรือเกรงใจข้าราชการ


ด้านสหัสวัตได้กล่าวปิดท้าย โดยยืนยันว่า ขอให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด โดยอ้างอิงหลักการเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำหนดให้จัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน และให้ใช้ระเบียบการเลือกตั้งเดิมไปก่อน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #บอร์ดประกันสังคม #กระทรวงแรงงาน