อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ : สูตรในฝันรัฐบาล “ส้ม-แดง”
จับเข่าคุย
"ธิดา ถาวรเศรษฐ" ผ่าสูตรในฝันรัฐบาล "ส้ม-แดง"
เป็นไปได้แค่ไหน!
ในรายการ #คมชัดลึก ทาง #NationTV ช่อง 22 กับ " วราวิทย์ ฉิมมณี " เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 69
ผู้ดำเนินรายการ :
เสื้อแดงยังรักเพื่อไทยอยู่มั้ย? ถามง่าย ๆ อย่างนี้เลย
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ส่วนหนึ่งรักแบบไปไหนไปด้วยกันตลอด ส่วนหนึ่งก็มีความผูกพัน
แต่ว่าก็ไม่ได้ไปไหนไปด้วยกันตลอด แต่อีกส่วนหนึ่งไม่เอาแล้ว ไม่เลี้ยวกลับแล้ว
คือส่วนที่ยังมีความผูกพัน พวกนี้บางทีอาจจะเป็นสวิงโหวตก็ได้
ก็คือยังมีความรู้สึกว่าเคยสู้กันมานานนะ เป็นเพื่อนเก่า แล้วก็รู้จักกัน อะไรต่าง
ๆ เหล่านี้ แม้ไม่พอใจจากแผลเก่าตอนข้ามขั้ว
ซึ่งความจริงอย่างอาจารย์ก็เข้าใจได้นะ แต่ไม่เห็นด้วยที่ทำอย่างนั้น
ฉะนั้นปี
2566 ที่พรรคเพื่อไทยได้ประมาณ 10.9 ล้านเสียง
ก็จะมีเสื้อแดงที่เลือกแบบยุทธศาสตร์
ก็คือว่ามองว่าพรรคเพื่อไทยเป็นฝั่งเสรีประชาธิปไตยแบบพรรคส้ม
ดังนั้นพวกที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยบางส่วนก็จะเลือกแบบยุทธศาสตร์
ก็คือบางทีใบหนึ่งเลือกพรรคส้ม และใบหนึ่งเลือกเพื่อไทย หรือว่าเลือกเพื่อไทยทั้ง
2 ใบ เพราะถือว่ายังเป็นฝ่ายเสรีนิยม ในตอนนั้นอาจารย์คิดว่า
หลังจากข้ามขั้วไปแล้ว ถ้าก้าวไกลไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย
เพื่อไทยจะสูญเสียคนที่สนับสนุนอีกจำนวนมาก (ในการเลือกตั้งครั้งใหม่)
เหตุผลเพราะว่าตอนที่เขาได้ 10.9 ล้านเสียง เขาคิดว่ายังเป็นเสรีประชาธิปไตยนะ
อาจารย์ว่าพรรคการเมืองนี่เป็นบทเรียนไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองฝั่งไหน
คือต้องประเมินประชาชนไทยใหม่
ประชาชนไทยผ่านเวลาการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นสีไหนมาอย่างยาวนาน
อย่างพวกฝั่งอนุรักษ์นิยมก็มีบทเรียนที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ล่มสลาย
หรือว่าพรรคเพื่อไทยก็สูญเสียความนิยมไปจำนวนหนึ่ง
นั่นไม่ได้แปลว่าเขาต้องเป็นสมาชิกพรรคที่จะต้องจงรักภักดีไม่ว่าคุณจะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา
มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะประชาชนก็มีความคิดของตัวเอง
ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ขอเตือนยังพรรคการเมืองว่าประชาชนฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็มีความคิด
อย่างรอบที่แล้วนะเขาก็ไปเลือกรวมไทยสร้างชาติ
เพราะเขาคิดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติน่าจะแข็งแรงกว่า นี่ยกตัวอย่าง
รวมไทยสร้างชาติได้ 4 ล้านกว่าเสียง (เลือกบัญชีรายชื่อ)
ผู้ดำเนินรายการ : ถือว่าปาร์ตี้ลิสต์สูงที่สุดในกลุ่มของขั้วอนุรักษ์นิยม
ถ้าเทียบกับภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่พลังประชารัฐก็ตาม
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ ๆ ๆ แม้แต่พลังประชารัฐก็ตาม อันนี้ก็หมายความว่า ประชาชนก็ให้บทเรียน
ฝั่งอนุรักษ์นิยมก็ให้บทเรียนกับพรรคการเมือง แล้วการเลือกตั้งปี 2566
ประชาชนก็แสดงพลังของฝ่ายเสรีประชาธิปไตยสนับสนุนพรรคส้มอย่างที่แลนด์สไลด์
อย่างที่คนไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะใคร ๆ คิดว่าน่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์
น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่าพรรคเพื่อไทยก็อาจจะประมาทคนเสื้อแดงมากเกินไป หลายปีที่ผ่านมาอาจารย์ยังยินดีที่ว่าการเป็นแกนนำมวลชนและได้พยายามที่จะสร้างพลเมืองที่ตื่นรู้หรือว่า
Active Citizen โดยผ่านโรงเรียนการเมืองนปช. ซึ่งคุณสุเทพ
เทือกสุบรรณ เขาเคยบอกกับหมอเหวงว่า เขาแพ้พรรคเพื่อไทยเพราะโรงเรียนนปช.
ตอนนั้นเป็นการพูดระหว่างเขานั่งเครื่องบินที่นั่งติดกัน
ผู้ดำเนินรายการ : ความตื่นตัวทางการเมืองมันซึมลึกเข้าไปถึงประชาชน
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ก็คือจิตวิญญาณเขา คุณทักษิณเขาก็รักอยู่
แต่ว่าเขาถือว่าปฏิปักษ์เขาคือระบอบอำมาตย์ และก็การที่ทหารทำรัฐประหาร
เผด็จการทหารและเครือข่ายระบอบเก่าเขารับไม่ได้ อันนี้เป็นพื้นฐานของคนเสื้อแดง
แต่ว่าอาจจะรักคุณทักษิณมากน้อยต่างกัน แต่ว่าความเป็นปฏิปักษ์เหมือนกันว่าใครคือฝั่งตรงข้าม
ผู้ดำเนินรายการ : ตอนปี 2566 ที่เพื่อไทยเหลือ
10.9 ล้านเสียง ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาเลือกในทางยุทธศาสตร์ เทให้ส้ม
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ แต่ก็ยังเลือกพรรคแดงอยู่นะ
ผู้ดำเนินรายการ : อ๋อ พรรคแดงอาจจะเลือกเขต
แล้วบัญชีรายชื่ออาจจะเทให้ส้ม ก็กลายเป็นแบบเขตเท่ากัน
แต่ว่าบัญชีรายชื่อส้มมากกว่า
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ คือแบบเขต พรรคส้มไม่ควรจะได้ขนาดนั้น พรรคแดงควรจะได้มากกว่า
ถ้าพูดถึงเราวิเคราะห์ตั้งแต่เดิมนะที่พรรคไทยรักไทยเคยได้ที่นั่งตั้ง 300
กว่าก็ยังมี
คือหมายถึงว่าแลนด์สไลด์มากจนกระทั่งคนบางคนแม้กระทั่งปัญญาชนและองค์กร NGO
ก็ไปเห็นด้วยว่าการทำรัฐประหารเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องจัดการคุณทักษิณ
เพราะว่าคุณทักษิณแกใช้ทั้งนโยบายเป็นกระแส และใช้บ้านใหญ่
บ้านใหญ่ก็อาศัยอิทธิพลกระแสบวกกับสิ่งที่ตัวเองมี มันเหมือนที่ภูมิใจทำตอนนี้
แบบเดียวกัน! ดังนั้นพรรคเพื่อไทยมีความเชื่อว่าปี 2566
จะแลนด์สไลด์เนี่ย คนเชื่อ
และอาจารย์ว่าพรรคก้าวไกลก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นที่หนึ่ง
แต่นี่ก็คือพลังของประชาชนเป็นสิ่งที่ประมาทไม่ได้
ผู้ดำเนินรายการ :
ถ้าสมมุติว่ามันไม่เกิดเหตุการณ์ที่พรรคประชาชนไปจับกับพรรคภูมิใจไทย
โหวตให้คุณอนุทินเป็นนายกฯ สมมุติว่าไม่เกิดเหตุการณ์นั้นนะ
ฐานของเพื่อไทยที่มีอยู่ 10.9 ล้านเสียงในปี 2566 มันจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
มาทางส้มมากทีเดียวเลย
ผู้ดำเนินรายการ : จะหายไป หายไปจากเพื่อไทย
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่
ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์ประเมินตัวเลขสักเท่าไหร่ครับ
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : โอ้ ตอนนั้นคนเสื้อแดงบางคนที่รักคุณทักษิณมาก เขาอาจจะโกรธนะ
หรือว่าคนในเพื่อไทยหลายคนก็อาจจะโกรธนะ แต่ในความเป็นจริงที่อาจารย์ประเมินนะ
ครึ่งนึงเลย
ผู้ดำเนินรายการ : ถ้าเกิดการเลือกตั้งโดยที่ไม่มีเหตุการณ์ส้มยกมือให้คุณอนุทิน
อาจารย์เชื่อว่า 5 ล้าน ต้องมี
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : อย่างเดิมเขาเคยได้ในสมัยคุณยิ่งลักษณ์ 14.9 ล้านเสียง ประมาณ 15
ล้านเสียง แล้วเขาเหลือ 10 ล้านเสียง หายไป 5 ล้านเสียง หายไปไหน? ก็หายไปพรรคส้ม
ผู้ดำเนินรายการ : ถ้าอีกรอบนึง ข้ามขั้วตอนนั้น
น่าจะหายอีกสัก 5 ล้าน แต่ทีนี้พอมันมาเกิดจุดเปลี่ยน มันไม่ใช่เป็นไปตามปกติ
ไม่ใช่ว่าอยู่ครบสมัยแล้วเลือกตั้งกันใหม่
หรือไม่ใช่จังหวะที่เพื่อไทยครองอำนาจอยู่แล้วตัดสินใจยุบสภา
เป็นพรรคส้มไปโหวตให้คุณอนุทินเป็นนายกฯ และท่านก็ยุบสภา แล้ว 5
ล้านที่อาจารย์คิดว่าเพื่อไทยจะเสีย มันจะมาหาส้มเหมือนเดิมมั้ย?
หรือมันจะยังไงตอนนี้?
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : มันจะมีปัญหาว่า คือส้มมันมีฝ่ายเหลืองที่มีความคิดไม่เอา 2 อย่าง
ค่อนข้างก้าวหน้าหน่อย คือไม่เอาทหาร ไม่เอาอำนาจเผด็จการ แต่ไม่เอาทักษิณด้วย
ก็คือเป็นเหลือง ส่วนหนึ่งอาจจะกลับไปประชาธิปัตย์ด้วยก็ได้นะ
อย่าคิดว่าจะไม่กลับไป ส่วนเสื้อแดง เนื่องจากเพื่อไทยมีการปรับ
มีข้อดีอย่างหนึ่งก็คือว่าคุณยศชนันดูดี อาจารย์ยอมรับว่าคุณยศชนันดูดี
อันนี้เป็นปัจจัยด้านบวก คือถ้าคุณยศชนันเป็นแคนดิเดตตั้งแต่รอบก่อน
ปัญหาอาจจะไม่เป็นถึงขนาดนี้ อันนี้เป็นปัจจัยด้านบวกด้านหนึ่ง คุณทักษิณก็ติดคุก
ส่วนหนึ่งก็อาจจะสงสาร แต่ในความคิดของอาจารย์ก็คือเพื่อไทยยังมีลักษณะถูกตั้งรับ
ตอนนี้ถ้าเราจะเห็นบทบาทของพรรคสีน้ำเงินกลายเป็นว่า
คือขณะนี้ที่เราพูดกันมันเหมือนหลายคนเรียกว่าสามก๊ก แต่จริง ๆ
แล้วฝั่งจารีตอำนาจนิยม ฝั่งที่เป็นอนุรักษ์นิยมแก่ ๆ เต็มที่ออกมาพูดเองว่า
“ไม่เลือกเราเขามาแน่”
แปลว่ามันชี้ให้เห็นว่าสองขั้วของพลังอนุรักษ์นิยมกับพลังใหม่มันยังดำรงอยู่
ทีนี้เพื่อไทยมันคาบลูกคาบดอก
ใคร ๆ ก็ประเมินเอาว่าเพื่อไทยอาจจะมาอยู่ในลำดับ 3
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าประมาณสักเท่าไหร่ แต่อาจารย์ประมาณว่า ประมาณในแง่ดีแล้วนะ ประมาณ
100-120 ที่นั่ง ก็อาจจะอยู่ในลำดับนี้ ส่วน 1 กับ 2
ก็คงแย่งกันระหว่างส้มกับน้ำเงิน ก็ว่าจะเป็น 100 กว่าขึ้นไป
คนก็จะมองว่าสีแดงมาจับกับน้ำเงิน เพราะว่าสีแดงข้ามขั้วมาแล้ว
และอย่างที่บอกว่ามีตัวประกันอยู่เยอะไม่ว่าจะเป็นคุณทักษิณ คุณอุ๊งอิ๊ง หรืออะไร
แล้วคุณทักษิณพยายามทำ grand
compromise มาก่อนแล้วนะ หลายรอบแล้ว แกทำกับใครแกก็ไม่รู้
แล้วแกก็ผิดหวังทุกที บอกไปก็ไม่เชื่อ จะว่าไปก็น่าชมคือแกก็มุ่งมั่น
แกอยากกลับประเทศ แกเคยบอกว่าไม่ต้องการตายต่างประเทศเหมือนอาจารย์ปรีดี พนมยงค์
แล้วกลับมาถ้าจะมีพลังต่อรอง พรรคก็ยังต้องดำรงอยู่
ฉะนั้น
พรรคนี้ถึงแม้ต่อให้มีคุณยศชนันที่ดูดี อาจารย์ชอบนะ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์
เพราะอาจารย์เป็นแบบนั้น
ผู้ดำเนินรายการ : เป็นศาสตราจารย์ตั้งแต่อายุยังน้อย
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
เป็นศาสตราจารย์ไม่เท่าไหร่ แต่ว่าความเป็นนักวิจัยมันต้องใช้ข้อมูล
มันต้องรับฟังข้อมูลและความเป็นจริง แล้วก็คิดเป็นแบบวิทยาศาสตร์
อันนี้เป็นจุดข้อดี แต่ข้ออ่อนก็คือเป็นญาติวงศ์พงศาของคุณทักษิณ
ในจุดนี้พรรคเพื่อไทยคือมันไปได้กับพรรคสีน้ำเงินมากกว่า แนวโน้มมีมากกว่า
ผู้ดำเนินรายการ :
ที่อาจารย์บอกว่าตอนนั้นอาจจะทำให้สีแดงหายไปหาพรรคส้มถึง 5 ล้าน
สมมุติว่าผ่านเหตุการณ์ข้ามขั้วของเพื่อไทยมาแล้ว
ไม่มีเหตุการณ์ว่าส้มไปจับกับน้ำเงินให้คุณอนุทินเป็นนายกฯ
แต่พอมันเกิดเหตุการณ์นี้ แล้วกลุ่ม 5 ล้านนั้นจะยังอยู่กับเพื่อไทยเดิม
หรือจะข้ามมาหาส้ม
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : อาจารย์ว่าจะมีทั้งสองอย่าง ก็คือคนอาจจะมองว่าส้มก็ข้ามขั้วเหมือนกัน
อันนี้หมายถึงว่ามันจะเป็นพวกที่อยู่กลาง ๆ สวิงโหวต
ผู้ดำเนินรายการ : คนเสื้อแดงมองยังไงกับการที่พรรคประชาชนโหวตให้คุณอนุทินเป็นนายกฯ
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
อาจารย์ว่าไม่ต้องคนเสื้อแดง คนเสื้อส้ม คนส้มจริง ๆ
ทั้งหลายก็โกรธมาก อันนี้ก็เป็นบทเรียนของพรรคประชาชนว่า
พลังของมวลชนประเมินพรรคของภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยว่ายังมีความแตกต่างกัน
เพราะว่าพรรคภูมิใจไทยชัดเจนว่าเป็นผู้ถือธงนำของระบอบเก่าว่างั้นเถอะ
และข้อสำคัญสำหรับอาจารย์ที่อภัยให้ไม่ได้เลย ก็คือเรื่องการจัดการวุฒิสมาชิก เพราะว่าวุฒิสมาชิกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
ไม่ว่าจะมาจากการแต่งตั้งหรือการจัดการมันเป็นตัวบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
เพราะฉะนั้น ถ้าจัดการเรื่องอะไรขอให้จัดการในระบอบประชาธิปไตย
แต่ว่าตรงนี้สำหรับประชาชน รับตรงนี้ไม่ได้!!!
ผู้ดำเนินรายการ : พอส้มไปโหวตให้น้ำเงิน
ก็เกิดอาการ
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : อาจารย์พูดตรง ๆ นะ ประชาชนที่ก้าวหน้ากว่าแกนนำ คือยึดหลักการ
ไม่ได้ยึดบุคคล เวลาเขาอยู่พรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำตามหลักการ
เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินตาม มาอยู่พรรคส้ม
พรรคส้มก็เจออาการโกรธของประชาชนเยอะนะ เพียงแต่เขามีท่วงทำนองที่ดีหน่อย มาขอโทษ
และอาจารย์ก็คิดว่าเขาก็ได้บทเรียนเยอะ แม้กระทั่งคนในพรรคส้มเอง
หลายคนก็มาบอกว่าเขาก็ไม่ได้เห็นด้วยว่างั้นเถอะ แต่ว่ามันก็คงด้วยปัจจัยหลายอย่าง
ผู้ดำเนินรายการ : แต่มันทำให้แปลว่า 5
ล้านเสียงที่อาจารย์ประเมินว่าจะย้ายมาขั้วส้มตอนที่เพื่อไทยข้ามขั้ว
แล้วเจอว่าส้มก็ข้ามขั้วเหมือนกัน มันก็ไม่แน่ไม่นอนแล้ว
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ไม่แน่ไม่นอนใช่ แล้วก็พอดีได้คุณยศชนันซึ่งดูดี
ผู้ดำเนินรายการ : อาจจะมาดึงกลับไปไม่เสียถึง 5
ล้านเต็ม ๆ ขนาดนั้น
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
คือหมายถึงว่า 5 ล้านจะ move ออกมาสักเท่าไหร่
เท่านั้นเอง แทนที่จะ move 5 ล้าน อาจจะ move มาสัก 2 ล้าน สมมุตินะ
ผู้ดำเนินรายการ : ในขณะเดียวกัน 14 ล้านที่ส้มได้
เมื่อสักครู่อาจารย์ก็บอกว่าส่วนหนึ่งก็อาจจะเคยเป็นเหลืองมาก่อน
ไม่แน่ว่ารอบนี้อาจจะไม่อยู่กับส้มแล้ว กลับมาหาประชาธิปัตย์
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : ใช่ แต่ว่าก็คงไม่มาก คือคนที่มาอยู่กับส้ม ไม่ว่าจะเป็นแดงหรือเหลือง
อาจารย์เคารพนะว่าเขามีความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางที่ก้าวหน้าโดยยึดหลักการ
ดังนั้นแม้นแกนนำพรรคส้มอาจจะทำอะไรที่ทำให้เขาไม่พึงพอใจ
คิดว่ามันจะไม่ทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ มันเหมือนถอยหลังอีก
เหมือนที่หลายคนบอกว่าเดินไปหนึ่งก้าวแล้วถอยหลังสองก้าว ก็อาจจะไม่พอใจ
แต่ว่าเมื่อมองไปมันก็ไม่มีพรรคไหนที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่านี้
เพราะฉะนั้นโอกาสที่คนจะหนีไปจากพรรคส้ม อาจารย์คิดว่าน้อย
ผู้ดำเนินรายการ : โกรธ แต่ว่าก็ยังเลือกอยู่ดี
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
มันไม่มีทางเลือก เหมือนกับเขาโกรธพรรคเพื่อไทยเมื่อก่อนนี้นะ
ตอนที่ยังไม่มีส้มนะ ยังไงเขาก็ต้องเลือก แต่พอมีส้ม เขาก็มีทางเลือกอื่น
ผู้ดำเนินรายการ : ไม่รู้ผมยกตัวอย่างถูกมั้ย?
เหมือนเวลาแบบคุณทักษิณบอก “ไม่เป็นไรพี่น้องเสื้อแดง เดี๋ยวผมไปเอง
ไม่ต้องส่งผมแล้ว” มันก็มีความรู้สึกโกรธเหมือนกัน
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : หลายรอบ ๆ
ผู้ดำเนินรายการ : แต่ว่าในตัวเลือกในสนามการเมืองมันก็มีแต่เพื่อไทยตอนนั้น
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ แล้วบางคนไม่พอใจสส.นะ แต่มันไม่มีทางเลือก สมมุติว่าคนอยู่ในเขตเขาไม่พอใจสส.เขตนั้น
เช่น ไม่สนับสนุนกิจกรรมคนเสื้อแดง เอาแต่ไปประจบคนในพรรค
แต่ถึงเวลาต้องเลือกก็เลือกเพื่อไทยอยู่ดี เพราะไม่มีทางเลือก
แต่พอมีพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นมา มันก็กลายเป็นทางเลือกใหม่ของคนเสื้อแดง
กระทั่งเสื้อเหลืองหรือสลิ่มที่คิดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประเทศและผลักดันไปข้างหน้า
เพราะฉะนั้น เราก็ต้องเตือนพรรคการเมืองทั้งหลาย
โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่โฆษณาว่าเป็นพรรคที่ก้าวหน้า
คุณอย่าคิดว่าประชาชนเขาจะไม่รู้เรื่องนะ หรือเป็นแค่โหวตเตอร์ธรรมดา
เขาเลือกเพราะศรัทธาและความหวัง ด้วยหลักการ
ถ้ามีตัวเลือกที่ดีกว่าก็พร้อมที่จะไปเหมือนที่เพื่อไทยเคยเจอมาแล้ว
หรือประชาธิปัตย์ก็เหมือนกัน สมัยประชาธิปัตย์เขาบอกเอาเสาไฟฟ้าลงภาคใต้ก็ได้
ฉะนั้นประชาชนเปลี่ยนแปลงได้ไปเลือกรวมไทยสร้างชาติหมด
ผู้ดำเนินรายการ :
เมื่อสักครู่ชวนคุยถึงเหตุการณ์ที่เพื่อไทยข้ามขั้ว
อาจารย์ประเมินว่าตอนนั้นนะถ้ามีการเลือกตั้งอาจจะหายไปสัก 5 ล้านด้วยซ้ำ
ไปหาส้มเพราะผิดหวัง แต่พอส้มไปโหวตน้ำเงิน ก็จะมีคนที่ผิดหวังจากส้มเหมือนกัน
ทีนี้ก็ไม่แน่ว่าจะยังอยู่ส้มเหมือนเดิมหรือจะกลับ แต่ก็ยังมีข้อดีที่ส้มก็อาจจะเป็นตัวเลือกของฝ่ายนี้
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
คือคนเสื้อแดงที่ข้ามมาส้มแล้วไม่กลับ!!! แต่ที่อาจารย์พูดหมายถึงว่าคนที่ยังอยู่กับเพื่อไทย
และตอนที่เคยโหวตเพราะคิดว่าเพื่อไทยเป็นฝ่ายเสรีนิยม
พวกนั้นต่างหากที่คิดอยู่ว่าจะยังคงเลือกเพื่อไทยเหมือนเดิม หรือว่าโอเค
อภัยให้ส้ม เหมือนกับพวกที่ข้ามมาแล้ว ไม่พอใจนะที่ส้มไปค้ำอนุทิน แต่ในทางเลือกของการเมือง
ณ ขณะนี้ มันไม่มีทางเลือก ดังนั้น
ก็ต้องเลือกพรรคที่ดูแล้วว่าน่าจะก้าวหน้าที่สุด
ผู้ดำเนินรายการ : ทีนี้ก็ต้องวัดกันว่ากลุ่มไหนจะมากกว่ากันที่จะส่งผลต่อคะแนนเสียงของทั้งเพื่อไทยและของสีส้ม
ผมชวนคุยต่อ สมมุติว่าพรรคประชาชนมาเป็นอันดับ 1 นะ
เราตัดประเด็นเรื่องถ้าภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1
ประชาชนยังไงก็เป็นฝ่ายค้านล้านเปอร์เซ็นอยู่แล้ว แต่สมมุติว่าถ้าประชาชนมาเป็นอันดับที่
1 พรรคตัวแปรที่จะถูกมองอย่างแรกเลยก็คือเพื่อไทย ว่าจะเลือกจับกับที่ 1
หรือจะเลือกจับกับที่ 2 อาจารย์มองสูตรนี้ ไม่มีความเป็นไปได้เลยเหรอ?
เมื่อสักครู่อาจารย์ตอบผมมาแล้วนิดหนึ่งว่าโอกาสที่แดงกับน้ำเงินจะจับกันมีมากกว่า
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
มีโอกาสสูง (ที่พรรคประชาชนจามาเป็นที่ 1)
แต่ถ้าถามประชาชนฝ่ายเสรีประชาธิปไตย อันนั้นเป็นรัฐบาลในความฝันเลย
ก็คืออยากให้แดงกับส้มจับกัน เพราะพูดยังไงก็คือ แดงก็ยังสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก
คาบลูกคาบดอก คือพยายามจะข้ามไป แต่ก็ถูกถีบตกจากที่สูงทุกครั้ง
แต่ว่าก็ยังจะพยายามข้ามขั้วอยู่ตลอดทุกครั้ง แต่ว่าความผูกพันและความที่เคยมีคุณูปการอยู่เหมือนกันในการร่วมการต่อสู้มาร่วม
20 ปี มันก็มีทั้งด้านดีและด้านที่มีปัญหา
แต่อย่างหนึ่งมองแล้วว่าพรรคนี้เป็นพรรคของนายทุนในระบบการเมืองประชาธิปไตยแบบทุนนิยม
อย่างที่บอกว่าเป็นพรรคที่มีเจ้าของนั้นถูกต้อง เพราะว่าโอกาสที่มีการร่วมของประชาชน
คือตั้งพรรคในประเทศไทยมันไม่ได้ตั้งด้วยอุดมการณ์
มันยังพยายามแสดงความต้องการจะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความยากจน
แต่จะไม่ชัดเจนในอุดมการณ์ พอไม่ชัดเจนมันก็สามารถข้ามขั้วหรืออะไรต่าง ๆ ได้
อาจารย์มองว่าพรรคเพื่อไทย
แนวความคิดที่จะทำ grand
compromise มีมาตลอด (ผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า และครั้งนี้จะมีอีก)
ก็ต้องมีอีกตลอด
ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์บอกเองว่าคุณทักษิณแกก็พยายามจะทำมาตลอด
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ แกเคยบอกให้ถอดเสื้อแดงเมื่อตอนปี 2554 ไม่รู้ใครไปหลอกแก
มีคนโทรศัพท์คุยกับแกอยู่ (เงาะ วรชัย) อาจารย์บอกขอสายหน่อย
แล้วก็คุยกับคุณทักษิณ อาจารย์บอกว่าคนเสื้อแดงที่เขามา เขาบาดเจ็บจากปี 2553 นะ
เขาเอาเสื้อแดงตัวเก่า คุณไม่ต้องมาซื้อแบบเดี๋ยวนี้ครอบครัวเพื่อไทย
เสื้อแดงเขาก็ใส่เองแล้วเขามาฟังคำปราศรัย จะให้เขาถอดเสื้อแดง เป็นไปไม่ได้!!! คุณทักษิณก็เลยบอกว่า เอ้า ไม่ถอดก็ไม่ถอด
ไม่รู้ใครไปหลอกแกว่าให้ถอดเสื้อแดงแล้วจะชนะหรือไง? กลายเป็นว่าจริง ๆ
คนเสื้อแดงช่วยกันเลือกถล่มทลาย เขาแพ้ในสนามที่มีอาวุธ
แต่เขาชนะในสนามที่มีการกากบาทลงคะแนน
ยังไงความเป็นเสื้อแดงเขาคือจิตวิญญาณในการต่อสู้
ผู้ดำเนินรายการ :
แล้วมันก็มีอีกหลายเหตุการณ์ไม่ว่าจะนิรโทษกรรม
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : ลงเรืออีกก็เหมือนกัน (ขอไปนั่งรถแทน) และนิรโทษสุดซอยก็เป็นวาทะความขัดแย้งครั้งสุดท้าย
ผู้ดำเนินรายการ : แล้วก็เรื่องใหญ่ที่สุดก็ตอนข้ามขั้วเมื่อปี
2566 คุณทักษิณกลับบ้าน เพื่อไทยก็ข้ามขั้วไปจับกับอีกฝั่งหนึ่ง
แล้วทำไมอาจารย์ถึงมองว่ามันจะซ้ำรอยเดิม และสูตรรัฐบาลในฝันจะเป็นไปไม่ได้
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : คือความคิดไม่ว่าจะเป็น นี่ขอเตือนพรรคประชาชนไว้ด้วย ถ้าคิดจะทำ grand
compromise คุณไม่ได้อยู่ในบรรยากาศที่คุณจะต่อรองได้เพียงพอนะ
การทำให้เป็นพรรคมวลชนที่มีขนาดใหญ่ คุณทักษิณก็เคยทำมาแล้ว ได้ 300 กว่าที่นั่ง
แต่ปัญหามันอยู่ที่เครือข่ายระบอบเก่า ระบอบอำมาตย์ เขามีกองทัพ
เขามีเครือข่ายของชนชั้นนำ แล้วก็ข้าราชการระดับสูง องค์กรอิสระ ตุลาการทั้งหมด
พอทำรัฐประหารแล้ว รัฐประหารเป็นอำนาจรัฏฐาธิปัตย์
มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ก็แทรกแซงองค์กรรัฐและองค์กรอิสระได้ทั้งหมด ควบคุมได้ทั้งหมด
ดังนั้นในยุคก่อน
ที่คุณทักษิณสามารถดึงมวลชนมาอยู่กับตัวเองได้ขนาดนี้
มันก็กลายเป็นศัตรูที่น่ากลัว ในทัศนะของอาจารย์นะ เขาไม่ไว้ใจหรอก
เพราะว่าคุณทักษิณก็ยังเป็นนายทุน คุณทักษิณก็ยังเป็นคุณทักษิณแบบเดิมนั่นแหละ
คุณทักษิณจะมาแปลงตัวอยู่ในเครือข่ายอำมาตย์มันก็เป็นไปไม่ได้
อาจารย์ว่าอย่างนั้นนะ
ผู้ดำเนินรายการ : คือถึงแม้ข้ามไป
แต่เขาก็ไม่ไว้ใจ อาจารย์ก็ยังเชื่อว่ารอบนี้เขาก็จะข้ามอยู่ดี
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
เออ ยังไงก็จะข้ามจนกว่าชีวิตจะหาไม่
หรือไม่แกตายไปแล้วก็ยังเป็นแบบนั้นเหมือนกัน
ผู้ดำเนินรายการ : อันนี้สมมุติฐานว่าส้มเป็นอันดับ
1 นะ ไม่มีทางที่แดงจะมาจับแล้วดันให้ส้มเป็นนายกฯ ได้เลย ในมุมของอาจารย์
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ก็คือหมายถึงว่าอำนาจคุณทักษิณต้องไม่อยู่
หรือคุณทักษิณต้องไม่อยู่แล้ว
ผู้ดำเนินรายการ : อ๋อ...ถ้าคุณทักษิณยังมีบทบาทการตัดสินใจ
อาจารย์ไม่เชื่อว่าคุณทักษิณจะเลือกทางฝั่งส้ม จะเลือกไปทางฝั่ง compromise กับทางน้ำเงินมากกว่า
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ต้องขออภัยคุณทักษิณนะ ความจริงมีวิวาทะมาหลายครั้ง
แต่อาจารย์เป็นคนที่ตรงและก็คิดว่าอายุมากจนป่านนี้แล้ว
อะไรที่ควรพูดความจริงก็ต้องพูด (ผู้ดำเนินรายการ เสริมว่า
เดี๋ยวเพื่อไทยเขาว่าคุณทักษิณอยู่ในเรือนจำแล้ว จะไปสื่อสารอะไร
จะไปตัดสินใจอะไรได้ วางมือแล้ว) สมัยนี้มันมีภาษาเขาเรียกว่าผู้นำจิตวิญญาณ
อาจารย์ว่าโอเคนะ แต่ความจริงคือจะมีประสบการณ์มาแนะนำหรืออะไรก็ได้
แต่สังคมไทยมีลักษณะพิเศษที่ทุกคนต้องเข้าใจ ขณะนี้เราอยู่ในระบบทุนนิยม
เศรษฐกิจเป็นทุนนิยม เป็นทุนนิยมที่มีเครือข่ายข้ามโลก จนกระทั่งทรัมป์ยังสามารถมาบังคับเราได้
แต่ว่าโครงสร้างชั้นบนของสังคมเรามันเป็นอนุรักษ์นิยม
เพราะเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร
อำนาจของอนุรักษ์นิยมและจารีตนิยมมันยังไม่ถูกทำลาย
ยังมีคนไปรำดาบเหมือนสมัยอยุธยาอยู่ อาจารย์ก็ไม่ได้ว่านะ มันเป็นสิทธินะ
แต่หมายความว่านั่นคือความรัก แปลว่าเขาอยากจะโชว์
คือโครงสร้างชั้นบนของสังคมจะเป็นความคิด
เป็นวัฒนธรรม เป็นการศึกษา คุณไปดูหนังสือประวัติศาสตร์ที่สอนในประเทศไทย
และแม้กระทั่งประเทศอื่น ๆ หลายประเทศที่เหมือนกันที่ล้าหลัง
ไม่ได้สอนให้รักมนุษยชาตินะ แต่ว่ายังมีลักษณะจารีตก็คือความเป็นชาตินิยม
และขณะนี้พรรคภูมิใจไทยได้แสดงชัดให้เห็นเลยว่านี่เป็นการต่อสู้กันระหว่าง 2 พวก
ในขณะที่พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยไม่พยายามแสดงให้เห็นว่ายังมีความขัดแย้ง
คือเหมือนกับมองไม่เห็นความขัดแย้ง มิฉะนั้นจะตัดสินใจข้ามขั้วไม่ได้ทั้งคู่
แต่คุณทักษิณหรือเพื่อไทยข้ามขั้วมาหลายรอบแล้ว และก็มีบทเรียนหลายรอบแล้ว
แต่ก็ยังคงถนัดจะทำอย่างนั้นต่อไปอีก
ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์จะประเมินต่างกันมั้ยถ้าสมมุติว่าส้มมาแรงกว่าที่คาด
เช่น สมมุติ 180-200 ถ้าอย่างนี้จะทำให้พรรคที่เป็นอันดับที่ 3 สมมุติว่าเพื่อไทยเป็นอันดับที่
3 จะรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้ในการมาจับกับส้มมากขึ้นมั้ย?
หรือถ้าส้มไม่ได้เกินครึ่ง ยังไงก็ยาก
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
อาจารย์ว่ามันยาก ถ้าไม่ได้เกินครึ่ง คือสมมุติว่าได้ถึง 200
ซึ่งอาจารย์ก็ว่าไม่ถึง อาจารย์ว่าครั้งนี้ภูมิใจไทยเขาก็ไม่น้อยนะ คืออันดับ 1
อันดับ 2 จะไม่ห่างกันมาก แต่ว่าก็ไม่แน่ พรรคส้มอาจจะได้สูงก็ได้
เพราะว่านักวิเคราะห์หลายคนไปเอาตัวเลขเก่าของเขตของภูมิใจไทยมาบวกกับพวกที่อพยพมารวมกัน
แล้วก็พูดถึงความเป็นไปได้ของสส.เขตและบวกกัน ซึ่งในความเป็นจริง
ประชาชนไม่แน่ว่าจะเลือกพรรคเก่า (ผู้ดำเนินรายการ เสริมว่า
ไม่ใช่คนเป็นสส.แล้วจะได้กลับมา) ก็คือเขาเคยบอกว่า สส.เก่าได้มา 30% เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นมันไม่แน่ เวลาไปสัมภาษณ์โพลแบบไม่วิเคราะห์เป็นอดีตบ้าน
โพลของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้สูง ไม่ว่าจะเป็นเขตหรือว่าอะไรก็ตาม
แต่ว่าที่ดูได้มากเพราะคนไปคิดเอาบ้านใหญ่เดิมมาบวกกัน
แต่ว่าพรรคส้มเองที่อาจารย์ยังคิดอยู่นะ สมมุติว่าพรรคส้มได้มากนะ
พรรคส้มอาจจะไปจับมือกับพรรคน้ำเงินก็ได้ (ผู้ดำเนินรายการ : หา!!!) หมายถึงพรรคภูมิใจไทยอยู่เป็นอันดับ 2 ไง
แล้วสมมุติภูมิใจไทยได้ไม่มาก แล้วส้มทิ้งห่าง ระหว่างภูมิใจไทยกับพรรคแดง
ถามว่าส้มจะเลือกภูมิใจไทยหรือพรรคแดง ก็ไม่แน่นะ อาจจะเลือกภูมิใจไทยก็ได้
ก็คือคุณเท้งเขาบอกแล้วว่า เขาไม่โหวตให้คุณอนุทิน แต่เขาไม่ได้ปิดกั้นว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยจะมาร่วมรัฐบาลภายใต้เงื่อนไขของเขา
ใช่
ผู้ดำเนินรายการ : ถ้าเขาอยากจะตัดความเป็นไปได้ตรงนี้
อาจารย์คิดว่าเขาควรจะประกาศชัดเลย แต่นี่เขายังเปิดช่องในแง่นี้อยู่
แปลว่าส้มกับน้ำเงินอย่าเพิ่งมองข้าม
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
คือคุณเท้งเขาคงมองว่าที่แล้วมาที่ใคร ๆ
เขาพากันแห่ไปหาพรรคสีน้ำเงิน ก็คือพรรคสีน้ำเงินโฆษณาว่าได้มีการค้ำโดยพรรคเขา
ซึ่งหมายถึงรอบหน้าด้วยในการตั้งรัฐบาลเพื่อทำ grand compromise หรืออะไรก็ตาม หมายความว่าเขาได้ทั้งใบอนุญาตที่ 1 ของเขาเองและของพรรคส้ม
และได้ใบอนุญาตที่ 2 ด้วย ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยก็เหมือนขึ้นลิฟต์เลย ข้ามชั้น
ไม่ใช่ข้ามขั้วนะ ข้ามชั้น จากพรรคขนาดกลางขึ้นสูงเลย
ดังนั้น
มันจะมีอีกอันหนึ่งก็คือว่า ถ้าพรรคส้มได้เป็นที่ 1
แล้วทิ้งพรรคภูมิใจไทยไปพอสมควร มันจะกลายเป็นว่าพรรคส้มจะเลือกใครอีก
ระหว่างน้ำเงินกับแดง มันไม่ใช่ว่าแดงอย่างเดียวนะ (ที่เป็นผู้เลือก)
ผู้ดำเนินรายการ : อันนี้มันขึ้นอยู่กับต้นทุนที่คุณมี
อำนาจต่อรองมันก็จะตามมาตามต้นทุน ถ้าคุณมาใกล้เคียงกับพรรคอันดับ 2
แข่งกันตั้งรัฐบาล อันนี้อำนาจต่อรองจะไปอยู่ที่พรรคอันดับ 3 มากกว่า
แต่ถ้าคุณเป็นที่ 1 แล้วทิ้งห่างมาก อำนาจต่อรองก็จะอยู่ที่คุณ
แต่ตอนนี้น้ำหนักก็ยังให้แดงกับน้ำเงินมากกว่า ถ้าเทียบของน้ำหนักที่จะเป็นไปได้
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
แต่ก็ไม่แน่นะ อาจารย์มองว่าคนสนใจการเลือกตั้งมากอย่างที่เราจะเห็น
แม้กระทั่งเลือกตั้งนอกเขตในอัตราที่สูงมาก
อาจารย์ว่าพรรคส้มอาจจะขึ้นมาสูงก็ได้นะ เพราะว่าเมื่อก่อนเขตเขาได้ 112
แล้วตามที่พวกเขาประเมินเองว่าอาจจะเสียไป 12 แต่ในลำดับ 2 ที่เขามี 104 เขต
เขาอาจจะได้มา 20-30% เพราะฉะนั้น
เมื่อบวกกับบัญชีรายชื่ออีก 30 หรือ 40 คน เขาก็ขึ้นมาเป็น 170-180 ได้เหมือนกัน
ผู้ดำเนินรายการ : ชวนวิเคราะห์ทางขั้วจารีต
จะไหลไปที่ภูมิใจไทยเลยมั้ยหลังจากมียุทธศาสตร์ “ไม่เลือกเราเขามาแน่” หรือว่า
“รักชาติให้เลือกเรา ไม่รักชาติให้เลือกอีกฝั่งหนึ่ง”
ตอนนี้ทางฝ่ายจารีตเหลือทางเลือกอะไรบ้าง
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ : เขาคงจะได้จากรวมไทยสร้างชาติกับพลังประชารัฐ แต่ประชาธิปัตย์จะไม่ได้
เพราะประชาธิปัตย์ก็จะเป็นตัวของเขาเอง
ผู้ดำเนินรายการ : คือคนที่รักประชาธิปัตย์
มีฐานคุณอภิสิทธิ์พอสมควร
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ถึงแม้ทิ้งประชาธิปัตย์ไปแล้ว ก็คงไม่มาเลือกภูมิใจไทย
เพราะว่ายังไงคุณอภิสิทธิ์ก็ยังมีความผูกพันกัน ก็คงไปสนับสนุนประชาธิปัตย์
ผู้ดำเนินรายการ : แต่ที่จะได้คือ (อ.ธิดา
กล่าวว่า ได้จากรวมไทยสร้างชาติ) อาจจะเป็นแฟนประชาธิปัตย์เดิม
แล้วไปเลือกลุงตู่หรือลุงป้อม
เพราะมองว่าทางนี้จะเป็นผู้นำธงทางนี้มากกว่าประชาธิปัตย์เดิมที่เคยถือธงนำอนุรักษ์นิยม
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ เพราะอนุรักษ์นิยมเดิมเขาก็เปลี่ยนจากประชาธิปัตย์
ไปลงให้พลังประชารัฐกับรวมไทยสร้างชาติมาแล้ว
ผู้ดำเนินรายการ : วันนี้พอภูมิใจไทยมาเหมือนเป็นหัวขบวนทางฝั่งอนุรักษ์นิยม
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
เขาก็ move มาทางนี้ได้
เพียงแต่ว่าบางส่วนก็ยังไปเลือกประชาธิปัตย์
ที่เขาจะได้เต็มที่ก็คือพวกที่มาจากรวมไทยสร้างชาติคือขวาจัด ๆ หน่อย คือมันมีเฉด
แดงก็มีเฉด เหลืองก็มีเฉด พวกที่สุด ๆ หน่อยเขาก็อาจจะมา
แต่พวกที่ยังผูกพันประชาธิปัตย์ก็ไม่แน่ อาจจะไม่มา
ประชาธิปัตย์เที่ยวนี้ก็น่าจะได้มากกว่าเดิมสักหน่อย อาจารย์ว่านะ
ผู้ดำเนินรายการ : ความเป็นคุณอภิสิทธิ์ก็ยังมีผู้สนับสนุน
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ ก็เป็นไปได้ที่ยุทธศาสตร์ที่เขาพูด
คือคนมันไม่ข้ามขั้วไปเลือกเขา แต่ที่เขาเรียก เขาเรียกพวกอนุรักษ์นิยมทั้งหลาย
ไม่ต้องไปเลือกพรรคอื่น มาเลือกพรรคภูมิใจไทยให้หมด
อันนี้เป็นหลักฐานให้เห็นว่าในความเป็นจริงนั้น
กลุ่มจารีตอำนาจนิยมหรือพลังอนุรักษ์นิยมยังดำรงอยู่ และยังไม่ยอมที่จะแพ้
ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาตที่เท่าไหร่ก็ตาม ดังนั้น ตรงนี้ที่เขาเรียก
เขาเรียกพวกอนุรักษ์นิยม เพราะพวกเสรีนิยม ยังไงก็ไม่ไป
พวกเสรีนิยมเขามีทางเลือกอยู่ 2 ทาง ไม่เลือกแดง ก็เลือกส้ม (ผู้ดำเนินรายการ
เสริมว่า แดงอาจจะคาบลูกคาบดอกอย่างที่อาจารย์บอก) ถ้าเขาจะเอาให้ชนะนะ
ที่เขาพูดอย่างนี้นะ อาจารย์ว่าเป็นคุณกับพรรคส้ม
เพราะว่าแปลว่าเขาเตรียมพร้อมสู้รบเต็มที่ อีกฝั่งหนึ่งก็ต้องเทหาคนที่มีโอกาสชนะ
โดยที่ฝั่งส้มไม่ต้องพูดเลย เพราะว่าพรรคภูมิใจไทยช่วยพูด (ผู้ดำเนินรายการ
เสริมว่า เพราะว่าเขาไม่มีทางที่จะดึงข้ามขั้วกันได้
แต่ในขั้วเดียวกันจะโยกย้ายกันได้)
แต่ในขั้วเดียวกันหมายความว่าฝั่งเสรีประชาธิปไตย พอมองว่ามันบอกว่า
“ไม่เลือกเราเขามาแน่” ถ้างั้นก็ต้องมารวมเพื่อที่จะเอาชนะ
อันนี้ภูมิใจไทยคิดว่าพูดแล้วเป็นคุณกับเขา
แต่อาจารย์คิดว่าเป็นคุณกับพรรคส้มมากกว่า
เพราะฉะนั้นมันก็เป็นไปได้ที่ครั้งนี้พรรคประชาชนอาจจะทิ้งห่าง
โดยการอนุเคราะห์จาก “ไม่เลือกเราเขามาแน่” และสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอหลายอย่าง
ในกรณีของเรื่องโหนชาติ หรืออาจจะไม่ได้โหนสถาบันโดยตรง แต่ก็มีคลิปหลุดออกมา
ประมาณนั้น ก็จะทำให้พลังของเสรีประชาธิปไตยคิดว่าก็จะต้องรวมตัวกัน
เพราะฉะนั้นเป็นคุณกับพรรคประชาชน แต่ว่าก็ฝากเอาไว้ว่า ประชาชนไทยเขาก้าวหน้านะ
แล้วครั้งที่แล้วมาตั้ง 70% รวมสองพรรค 70% นี้ อาจารย์ว่าไม่ข้ามไปฝั่งนั้น
แต่ที่เขาได้คือสส.เขต แต่ถ้าเป็นบัญชีรายชื่อเขาไม่ข้ามขั้วเด็ดขาด
ประชาชนไม่ข้ามขั้ว
แต่พรรคการเมืองที่ข้ามขั้วไปแล้วโปรดเข้าใจด้วยว่าประชาชนไทยนั้นไม่ข้ามขั้ว
แต่ว่าเขาจะเลือกพรรคที่ตรงกับอุดมการณ์เขามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสีไหนก็ตาม
จะเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมเขาก็จะไปเลือก ครั้งนี้ดูเหมือนดุเดือดนะ
แล้วก็เป็นการสอนให้พรรคฝั่งเสรีประชาธิปไตยว่า
ขั้วมันยังดำรงอยู่โดยการประกาศของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง ๆ
ที่พรรคส้มกับพรรคเพื่อไทยไม่ได้เล่นประเด็นนี้ (ผู้ดำเนินรายการ เสริมว่า
ไม่เหมือนกับตอนมีลุงไม่มีเราแบบนั้น) ตรงข้าม พยายามจะทำ grand compromise ด้วยซ้ำ แต่เขาไม่ทำ grand compromise ด้วย เขาบอก
“ไม่เลือกเราเขามาแน่”
ผู้ดำเนินรายการ : อาจจะเหวี่ยงกลับที่ทำให้อีกฝ่ายไปรวมตัวกัน
ไอ้เรื่องนโยบายที่สู้กันก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่าความคิด อุดมการณ์ ยังคงอยู่
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ ก็คือประชาชนเขาก็สนใจเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ ก็อาจจะไม่เอาเรื่องลุง
เพราะลุงไม่อยู่แล้ว อาจจะดูจางลงไป
แต่ว่าการโฆษณาของพรรคภูมิใจไทยมันจะกระตุ้นให้คน ซึ่งรู้อยู่แล้วนะ
โดยเฉพาะคนในเมือง คนชั้นกลางเห็นว่าขั้วยังดำรงอยู่
ประชาชนต้องใช้ปากกาเพื่อสู้กับปืนที่มันเคยทำ แล้วรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ
2560 มันเป็นสิ่งที่สืบทอดมา อาจารย์ก็ยังขอให้ไปกาเห็นชอบประชามติ
อาจารย์คิดว่ารัฐธรรมนูญ 2560 เป็นตัวสำคัญโดยการทำรัฐประหารยังดำรงอยู่
ตราบเท่าที่รัฐธรรมนูญนี้ยังดำรงอยู่ ถ้ารัฐธรรมนูญได้ถูกแก้ไขจริง ๆ ซึ่งไม่ใช่ตอนนี้
เมื่อนั้นถึงจะถือว่าหมดอำนาจไป
ผู้ดำเนินรายการ : รัฐประหารอาจจะไม่ได้มาในรูปแบบของทหารเอากองทัพมาถือปืนอีกแล้ว
อ.ธิดา
ถาวรเศรษฐ :
ใช่ แต่ใช้กฎหมายแฝงอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้
และครั้งที่แล้วเป็นการทำรัฐประหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลย
โดยการใช้ทั้งปืนและใช้ทั้งค้อน เพราะฉะนั้นประชาชนอย่าลืม!
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #พรรคเพื่อไทย #พรรคภูมิใจไทย #เลือกตั้ง2569




