'ณัฐพงษ์' ยืนยันพรรคประชาชนยังกำลังใจดี พร้อมถอดบทเรียนหลังเลือกตั้ง จากนี้จะทำงานเชิงพื้นที่เข้มข้น พร้อมเดินหน้าตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร อสส. หรืออาสาส้ม ทำงานใกล้ชิดพ่อแม่พี่น้องมากขึ้นและเป็นหูเป็นตา ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ พรรคประชาชนจัดสัมมนาใหญ่ โดยมีแกนนำพรรคประชาชน คณะก้าวหน้า อาทิ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และว่าที่ สส. และผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเข้าร่วมสัมมนา 500 คน เพื่อถอดบทเรียนหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา
โดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เป้าหมายในการสัมมนาของผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนวันนี้ ก็คือการเข้ามาร่วมกันถอดบทเรียนหลังผลการเลือกตั้ง หลังจากนี้พรรคประชาชนจะทำงานในเชิงพื้นที่เข้มข้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางพรรคประชาชนก็เตรียมพร้อมที่จะมีการตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร ที่เรียกว่า อสส. หรือ อาสาส้ม ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วทั้งประเทศ
เพื่อที่จะให้เครือข่าย อสส. เป็นหูเป็นตาให้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั้งในเรื่องการสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้ผู้สมัครของพรรค เพื่อให้พรรคช่วยผลักดันการแก้ปัญหากับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งทำหน้าที่เป็นแหล่งข่าวให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานกิจกรรมในพื้นที่ งานประเพณี เพื่อให้ผู้สมัครของพรรคมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น และเป็นหูเป็นตาการทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาในหลาย ๆ พื้นที่มักมีข่าวเรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยเฉพาะครั้งนี้มีข้อสงสัยเพิ่มมาขึ้น มีปัญหาในหลายพื้นที่ พรรคประชาชนก็พร้อมที่จะให้มีอาสาสมัครเข้าไปเป็นหูเป็นตาในพื้นที่ให้ด้วย
.
ณัฐพงษ์ยืนยันว่าพรรคประชาชนยังมีกำลังใจดีและพร้อมจะจัดหาผู้สมัครเพื่อให้ทำงานในเชิงพื้นที่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งจัดให้มีการทำงานในกลไกสภาเพื่อให้ผู้สมัครทั้งที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับการเลือกตั้งได้รับใช้ประชาชนมากยิ่งขึ้น
ส่วนประเด็นเรื่องคดี 44 สส. นั้น ณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ควรต้องมีใครถูกดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคนที่ดำรงตำแหน่งเป็น สส. อยู่แล้ว แต่ก็ยืนยันว่าได้มีการบริหารความเสี่ยงไว้แล้ว หากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่่จริง ตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทตัวเองไปทำหน้าที่อย่างอื่น เช่น การสร้างเครือข่ายของพรรคให้เข้มแข็งในพื้นที่เพื่อทำให้คว้าชัยชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้าได้ สำหรับตอนนี้ได้ยื่นคำร้องสำหรับว่าที่ สส. จำนวน 10 คน เป็น สส. บัญชีรายชื่อ 8 คน และ สส. แบบแบ่งเขต 2 คน เพื่อยื่นต่อศาลฎีกาและขอให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็ต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาต่อไปว่าจะมีคำสั่งอย่างไร
สำหรับผลการเลือกตั้งที่ออกมาและมีการถอดบทเรียนนั้น แบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก คือผลประชามติประมาณ 60% ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม แม้ว่าผลการเลือกตั้งบางเขตที่พรรคประชาชนอาจจะแพ้เลือกตั้ง แต่ก็พบว่าหลายพื้นที่นั้น ประชาชนเห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สำคัญก็คือ พรรคประชาชนยังคงรักษาแชมป์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ คะแนนความนิยมในบัตรบัญชีรายชื่อยังคงมาเป็นที่หนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงความคิดตามที่วางยุทธศาสตร์ไว้ว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องเอาชนะด้วยการทำงานเชิงความคิด
ส่วนการเลือกตั้งซ่อมในวันนี้ จะเห็นว่า ไม่มีเลขบัตรอยู่ในต้นขั้ว หมายความว่า กกต. เปลี่ยนแบบพิมพ์บัตร ทั้งที่บัตรเดิมก็มีเหลืออยู่ แต่ไม่ได้หยิบออกมาใช้ สะท้อนว่าเป็นการยอมรับโดย กกต. แล้วว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีปัญหา ตนก็ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เอาหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันนี้ ดำเนินกระบวนการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569









