วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

“ศุภปกรณ์” ชี้แก้ปัญหาสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องเปลี่ยนความเข้าใจสังคมให้ถูกต้อง-เร่งแก้กฎหมายปิดช่องโหว่ เลิกระบบทำนาบนหลังคน

 


“ศุภปกรณ์” ชี้แก้ปัญหาสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องเปลี่ยนความเข้าใจสังคมให้ถูกต้อง-เร่งแก้กฎหมายปิดช่องโหว่ เลิกระบบทำนาบนหลังคน


วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ อดีต สส.พิษณุโลก เขต 5 พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ประกาศเลิกกิจการสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งทั่วประเทศ ว่า สมาคมฯ มีปัญหามาหลายสิบปีโดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการ แต่ที่สำคัญคือประชาชนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ นั่นคือสมาคมฯ นี้เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน


“อธิบายง่าย ๆ คือการช่วยเหลือกันจัดการงานศพ เหมือนใส่ซองงานศพ เงินที่เหลือจากการจัดงานศพ ก็ให้กับญาติคนตายไป ไม่ใช่การออม ไม่ใช่การลงทุน ไม่ใช่เงินสะสม ไม่ใช่หลักประกันชีวิต การฌาปนกิจสงเคราะห์ คือการจ่ายเงินเพื่อคนอื่น ไม่ใช่จ่ายเพื่อตัวเอง และเมื่อเราเสียชีวิต เราจะได้เงินเท่ากับจำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่ในสมาคม คูณด้วยจำนวนค่าทำศพที่สมาคมเรียกเก็บ”


“เช่น วันที่เราเสียชีวิต เหลือสมาชิกอยู่ 1,000 คน สมาคมเก็บค่าทำศพ ศพละ 10 บาทต่อคน เราก็จะได้เงิน 1,000x10 = 10,000 บาท เป็นเงินฌาปนกิจให้กับญาติผู้จัดการศพเรา”


“ดังนั้น ท่านที่เข้าใจว่าคนตายต้องได้เท่ากันทุกศพ เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด หรือหลายท่านคิดคำนวณเรื่องความคุ้มค่าว่าส่งมาแล้วหลายปี เป็นเงินกี่หมื่นกี่แสนก็ตาม ตอนตายควรจะได้เงินให้คุ้มการลงทุน อันนี้ก็เข้าใจผิด เพราะมันไม่ใช่การลงทุน”


ศุภปกรณ์ กล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับเรื่องร้องเรียนครั้งแรกเมื่อปี 2565 ก่อนจะลงสมัคร สส. จึงเริ่มติดตาม วิเคราะห์ หาข้อมูลทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงในการดำเนินการ จนเห็นว่ามีหลายสมาคมที่มีความไม่ชอบมาพากลจริง ๆ และเห็นช่องโหว่ทางกฎหมาย จึงได้เริ่มเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหา แต่ก็ทำได้ในระดับหนึ่งสำหรับการผลักดันจาก สส. 1 คน ผ่านสภาฯ และคณะกรรมาธิการต่าง ๆ


ตนพูดเรื่องนี้มามากกว่า 2 ปี แต่เพราะเรื่องนี้ถูกมองเป็นปัญหาของคนยากจน ไม่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจชัดเจน ในภาพรวมจึงไม่ได้รับความสนใจจากฝ่ายการเมืองเท่าที่ควร รวมถึงประชาชนเองยังมองไม่เห็นปัญหาและผลกระทบที่จะตามมา จนกระทั่งเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างตามที่ปรากฏเป็นข่าว จึงมีการพูดถึงเรื่องนี้กว้างขวางมากขึ้น โดยเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.ฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอย่างแรก เพื่อเคลียร์ระบบที่เน่าเฟะและสร้างระบบที่ปลอดภัยสำหรับสมาชิกให้ได้


“หวังว่าการจุดประเด็นรอบนี้ จะทำให้ปัญหาของชาวบ้านที่เป็นคนตัวเล็กในสังคมได้รับการแก้ไข ทุกคนตระหนักถึงปัญหานี้ มิเช่นนั้น ระบบการทำนาบนหลังคนแบบนี้จะยังดำเนินต่อไป คนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้จะเสวยสุขอยู่ในเงามืดต่อไปอีกนาน” ศุภปกรณ์ทิ้งท้าย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ฌาปนกิจสงเคราะห์