‘ยิ่งชีพ ผนึก บก.ลายจุด’ ‘ไต่สวนสาธารณะ’ หน้าหอศิลป์ ภาคประชาชนเป็นโจทก์ซัก กกต. ปม “โกงเสียงประชาชน” ก่อน กป.อพช.พร้อม เครือข่าย People GO อ่านแถลงคำประกาศ จับ กกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.30 – 20.30 น. บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรม (BACC) แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ มีการชุมนุม “เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน” โดยคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ร่วมกับเครือข่าย People GO Network สืบเนื่องจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง 2569 ที่ผ่านมา เช่น การนับคะแนนและรายงานผลการเลือกตั้ง หรือกรณีบัตรบาร์โค้ด โดยกิจกรรมถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่การไต่สวนสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมผ่านกระบวนการยุติธรรมในรูปแบบการจำลอง เพื่อพิพากษาการทำงานของ กกต. ในประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า “โกงเสียงประชาชน” นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือหนูหริ่ง (บก.ลายจุด) ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือเป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
สำหรับบรรยากาศกิจกรรม พบว่าบริเวณลานหอศิลป์ มีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. โดยมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น “ยกหีบหนีบหนี” จำลองการปิดผนึกหีบบัตรเลือกตั้ง กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เติมน้ำใส่ถังจาก 94% ให้เต็ม 100% สื่อถึงการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งของ กกต. เขียนป้ายผ้าข้อความ และกิจกรรมจับคู่บัตร “Barcode”
ช่วงแรกเปิดด้วยการแสดงดนตรีจากวงสามัญชน ต่อด้วยการแสดงละครใบ้จากคณะละครใบ้สำโรง ที่สะท้อนถึงการเลือกตั้ง 2569 และต่อด้วยกิจกรรมไฮไลต์ “การไต่สวนสาธารณะ” การแสดงบทบาทสมมติผ่านกระบวนการยุติธรรมแบบจำลองระหว่าง กกต. และโจทก์ ซึ่งประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยหากเห็นด้วยให้ปรบมือ หากไม่เห็นด้วยให้ใช้ขวดน้ำเคาะพร้อมทำเสียงโห่ร้อง และหากมีคำถามให้ยกมือถาม
การไต่สวนดังกล่าวมี สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ พร้อมตัวแทนอีกหลายคน สลับกันเป็นตัวแทนฝ่าย ‘โจทก์’ และฝ่าย กกต. โดยหยิบยกปัญหาในหลายประเด็น เช่น กรณีบัตรบาร์โค้ด กรณีแจ้งความประชาชนที่ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งวันที่ 22 ก.พ. 2569 การนับคะแนนผลการเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าและการออกเสียงประชามติ และกรณีบัตรเขย่ง มาตั้งคำถามและตอบในการไต่สวน
ช่วงท้าย เวลา 20.20 น. กป.อพช. และเครือข่าย People GO ร่วมแถลงคำประกาศ จับ กกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่ โดยคำแถลงระบุถึง
ประการแรก กกต. ต้องลาออกทั้งหมดจากตำแหน่งทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการเลือกตั้งที่ตามมาด้วยความไม่เชื่อมั่นของประชาชน และ สว. ต้องหยุดคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็น กกต. ชุดใหม่ จนกว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปฏิรูปที่มาของ กกต. ให้เป็นกลางทางการเมือง
ประการที่สอง การที่ กกต. รับรองผลการเลือกตั้ง สส. จำนวน 396 เขตในวันนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ ขอให้ยุติการรับรองทันที หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง จะเป็นการยากที่ประชาชนจะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ และกระบวนการทางการเมืองที่ตามมาหลังจากนี้
และประการที่สาม ระหว่างที่ยุติการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อรอคำวินิจฉัยจากศาล ซึ่งหวังว่าจะมาถึงโดยเร็วที่สุด กกต. ต้องเปิดเผยข้อมูลการเลือกตั้งทั้งหมดในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้เกิดความโปร่งใส รวมถึงคะแนนดิบทั้งหมด จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนบัตรที่เหลือและที่ใช้ไป ให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้
โดยวันนี้ สมบัติ บุญงามอนงค์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “เรารู้กันโดยสามัญสำนึกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ล้มเหลว สกปรก มีข้อครหา ไม่โปร่งใส และยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย อีกทั้ง กกต. ก็ไม่ทำหน้าที่ในระดับที่ควรจะทำ เช่น ไม่รายงานจำนวนผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
"ในวันนี้สังคมตั้งคำถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นับว่าเป็นการเลือกตั้งได้หรือไม่ เนื่องจากมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ และกระบวนการอาจไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย แต่ กกต. ได้ประกาศรับรอง สส. ไปก่อนแล้ว”
สมบัติกล่าวว่าในส่วนของตนซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พบว่าการทำงานของ กกต. ตกต่ำลงมาเรื่อย ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็มีปัญหาหลายครั้ง และครั้งนี้ถือว่ามีปัญหามากที่สุด ดังนั้นจะทำการตรวจสอบรายการทั้งหมดว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ของ กกต. มีความผิดพลาดเรื่องใดบ้าง โดยจัดในรูปแบบการไต่สวนสาธารณะ วันนี้ได้เชิญตัวแทนมาอภิปรายคำถาม และจำลองเหตุการณ์ชุดคำตอบที่ กกต. เคยออกมาอธิบายต่อสังคม
สมบัติระบุอีกว่า หาก กกต. พร้อม ในครั้งหน้าไม่ควรจัดเพียงแถลงข่าวฝ่ายเดียว แต่ควรเปิดเป็นเวทีไต่สวนสาธารณะ และเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตั้งคำถาม เนื่องจากขณะนี้ กกต. ไม่ตอบคำถาม โดยเฉพาะข้อมูลระดับหน่วย ซึ่งตนมีคำถามหลายประเด็น ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.จะต้องทราบดีว่าการเลือกตั้งแบบใดเป็นการลงคะแนนเสียงโดยลับหรือไม่ลับ
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #กกต






























