5 ตัวแทนพรรคการเมืองขึ้นปราศรัย ประกาศเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
4 กุมภาพันธ์ 2569 ภาคประชาชนจัดกิจกรรม “ขบวนสุดท้ายปล่อยท่าไม้ตายประชาขน” เดินเท้าจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงหอศิลป์กรุงเทพ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งประชาชนทั่วไปและพรรคการเมืองที่แสดงจุดยืน “เห็นชอบ” ประชามติเพื่อเปิดทางสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เริ่มเดินในเวลาประมาณ 17:00 น. ระหว่างทางมีการรณรงค์ให้ความเห็นกับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาและแวะทักทายกับขบวนเรือที่แยกกษัตริย์ศึก และขบวนถึงหอศิลป์กรุงเทพในเวลาประมาณ 18:30 น.
👉เพื่อไทยเห็นชอบประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ ชี้รัฐธรรมนูญ 60 คือการ “โกงสิทธิประชาชน”
จาตุรนต์ ฉายแสง ระบุว่า พรรคเพื่อไทยเห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตั้งแต่ตอนร่างและพยายามจะรณรงค์ไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของประชาชนเมื่อปี 60 แต่ก็ปรากฏว่า การทำประชามติในครั้งนั้น ไม่เสรีและเที่ยงธรรม ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนและพรรคการเมืองที่เห็นต่างได้แสดงความคิดเห็น การทำประชามติในครั้งนั้นจึงเป็นการโกงสิทธิของประชาชนไป ทำให้เราได้รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหานี้มา
ผ่านไป 8 ปี ยิ่งเห็นได้ชัดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นปัญหาอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เอาสิทธิเสรีภาพของประชาชนไปอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐทำให้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเรื่องการศึกษาหรือสาธารณสุขต้องถูกลดทอนไปถูกจำกัดไป นอกจากนี้ข้ออ้างที่บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปราบโกงนั้นสวนทางกับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruptions Perception Index: CPI) ที่แย่ลงเรื่อย ๆ เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะอยู่ภายใต้องค์กรอิสระที่ไม่อิสระ
“พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รณรงค์ให้ประชาชนเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการทำประชามติ นโยบายนี้ได้เสนอต่อ กกต. อย่างเป็นทางการในการเลือกตั้งครั้งนี้...เรามีนโยบายมาตั้งแต่ต้น ต้องการส่งเสริมให้เกิดการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐธรรมนูญประชาชน ในการลงประชามติครั้งนี้ เราก็ยืนยันว่า เราส่งเสริมให้ประชาชนเห็นชอบ...การทำประชามติ คือโอกาสที่จะให้ประชาชนทั้งประเทศได้เป็นผู้ตัดสินอนาคตของประเทศ ประชาชนมาร่วมมือกัน ประชาชนทั้งประเทศมาร่วมมือกัน เราก็ร่วมกันเดินไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้”
“เรามาช่วยกันพี่น้อง ช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศออกเสียงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ได้เสียงข้างมากอย่างถล่มทลาย เป็นพื้นฐานนำไปสู่การทำให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย”
👉ไทยสร้างไทยปลุกกระแส “แลนด์สไลด์บัตรสีเหลือง” ต้องใช้ฉันทามติประชาชนกดดัน สว. ให้ยอมจำนน
ภัชริ นิจสิริภัช ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ผ่านมา 9 ปีแล้วประเทศไทยอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐพันลึกและคนบางกลุ่ม การเลือกตั้งปี 2562 ฝ่ายประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เพราะสว. 250 คน การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราทำไม่ได้ จาก 26 ข้อเสนอแก้ได้เพียง 1 ข้อเสนอคือ ระบบเลือกตั้ง
“ฉะนั้นวันนี้แก้รายมาตราไม่ได้แล้ว แก้ได้อย่างเดียวร่างใหม่ทั้งฉบับ เป็นฉบับของประชาชนจริงๆ เป็นฉบับที่มาจากฉันทามติของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นวันที่ 8 กุมภานี้ นอกจากบัตรสีเขียว บัตรสีชมพู ที่พ่อแม่พี่น้องจะไปกาพรรคที่ท่านชอบ กา สส. ที่ท่านไว้วางใจ บัตรสำคัญที่สุดในชีวิตท่านเพราะจะกำหนดชะตาชีวิตท่านไปยันชั่วลูกชั่วหลานก็คือบัตรสีเหลือง ถ้าเราช่วยกัน เหมือนกับที่เราเคยชนะถล่มทลาย มาเมื่อปี 62 66 แล้วให้มันเอกฉันท์เลย ให้มันแลนด์สไลด์เลย เห็นชอบให้แลนด์สไลด์ไปเลย ให้พวกบรรดา สว. ที่จะมาสกัดกั้น ให้รู้สึกละอายบ้างว่า นี่คือฉันทามติของประชาชนคนไทยที่ต้องการมีรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนโดยตรง ไม่ใช่มาจากรัฐพันลึก ไม่ใช่มาจากกลุ่มอำนาจใด”
👉เตือนประชามติ 8 ก.พ.คือ "เดิมพันที่แพ้ไม่ได้" หากไม่ชนะประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่อาจถูกปิดตาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชนชี้ให้เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2560 เช่น องค์กรอิสระที่ทำงานค้านสายตาที่หากไม่เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ประชาชนจะอยู่กับองค์กรเหล่านี้ต่อไป “สตง. ที่เข้มงวดกับการตรวจใบเสร็จคุณครูเวลาไปซื้ออุปกรณ์การเรียน แต่พอการก่อสร้างตึกของตัวเองมีความหละหลวม กลับตรวจสอบได้ยาก เราจะยังคงมี ป.ป.ช. ที่พี่น้องประชาชนตั้งคำถามว่า ยืนอยู่ข้างความโปร่งใสจริงหรือเปล่า ในเมื่อมีทั้งกรณีคดีแหวนแม่นาฬิกาเพื่อน หรือล่าสุดก็กรณีคดีรับสินบนทองคำ”
การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการยื่นแก้รายมาตราเนื่องจากมักถูกปัดตกโดยเงื่อนไขของเสียง สว. การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงเป็นทางออกเดียวที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเป็นผู้ออกแบบเนื้อหาและเป็นผู้ชี้ขาดอนาคตของประเทศเอง และถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญที่แพ้ไม่ได้และต้องชนะให้ขาด
“ถ้าเราแพ้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ มีความเสี่ยงว่าเราจะแพ้ไปนาน บางคนอาจจะบอกว่า แพ้แล้วก็ไปแก้รายมาตราไม่ได้หรือ? ก็ต้องเรียนตามตรงว่า ถ้าแพ้รอบนี้ มีโอกาสสูงที่ประตูในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกปิดทุกบาน
เพราะแน่นอนว่า ถ้าเกิดว่าผลประชามติออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมเชื่อครับ ว่ามีคนในรัฐสภาพร้อมอยู่แล้วที่จะหยิบยกผลดังกล่าวมาตีความว่า นี่ไง ประชาชนไม่ได้เห็นด้วยกับการจัดทำฉบับใหม่ หมายความว่าเขาชื่นชอบรัฐธรรมนูญ 60 ดังนั้นแม้จะแก้มาตราไหน เขาก็จะไม่ยอมให้แก้ครับ
ดังนั้นถ้าเราทุกคนอยากหลุดพ้นจากระบบการเมือง ที่ไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน ที่เป็นผลผลิตจากรัฐธรรมนูญ 60... 8 กุมภาพันธ์นี้ เราต้องมาร่วมกันชนะ และร่วมกันชนะให้ขาด ชนะให้ขาด เพื่อให้เสียงและพลังของประชาชนมีมากพอ ในการไปยันกับผู้มีอำนาจในรัฐสภา และผู้มีอำนาจในองค์กรต่างๆ ที่ไม่อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ชนะให้ขาด เพื่อตอกย้ำให้เห็นชัด ว่าประชาชนที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้มีแค่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และเราต้องร่วมกันชนะให้ขาดเพื่อตอกย้ำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นฉันทามติใหม่ของคนไทยทุกคน ทุกรุ่น ทุกอาชีพ และทุกเฉดสีทางการเมือง ดังนั้น 8 กุมภาพันธ์นี้ มาร่วมกันชนะให้ขาดไปด้วยกัน 8 กุมภา กาเห็นชอบ"
ข้อมูล : ilaw
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569











