วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ประธานคณะ กมธ. การกฎหมายฯ รับหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ TH-AI Passport เพื่อแสวงหาความยุติธรรมและยับยั้งกระบวนการฉ้อฉลทางกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อแผ่นดิน

 


ประธานคณะ กมธ. การกฎหมายฯ รับหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ TH-AI Passport เพื่อแสวงหาความยุติธรรมและยับยั้งกระบวนการฉ้อฉลทางกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อแผ่นดิน


วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน รับยื่นหนังสือจากนายชาญวิทย์ เพียแสน ผู้แทนสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (สตป.) และคณะ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ TH-AI Passport ที่เป็นโครงการยกระดับทักษะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแจกสิทธิ์ใช้งานโมเดล AI ระดับพรีเมียม (Pro Edition) ให้คนไทยใช้งานฟรีจำนวน 5 ล้านคน ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม ภายใต้วงเงินงบประมาณจำนวนกว่า 1,600 ล้านบาท


เนื่องจากพบพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็นกระบวนการฉ้อฉลทางกฎหมายและและทำลายระบบความยุติธรรมที่มีลักษณะของการจงใจอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ระเบียบราชการ และการบังคับใช้กฎหมายที่บิดเบือนไปจากเจตนารมณ์ที่แท้จริง เพื่อสร้างภาพความถูกต้องชอบธรรมทางเอกสาร แต่ในเนื้อหาสาระที่แท้จริงเป็นการกระทำเพื่อเอื้อประโยชน์ บิดเบือนการแข่งขันที่เสรี และทำลายระบบความยุติธรรมทางอาญาและธรรมาภิบาลภาครัฐ โดยมีเบาะแสพฤติการณ์สำคัญดังต่อไปนี้


1. การฉ้อฉลด้วยการกำหนดกติกาบังหน้า เพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนโฆษณา โดยนำขอบเขตของงาน TOR มาระบุเงื่อนไขพิเศษบังคับให้ผู้ชนะต้องจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัลในร้านสะดวกซื้อจำนวน 1,500 สาขา ที่พบว่า มีกลุ่มทุนบริษัท ผู้คุมสัมปทานสื่อในร้าน 7-Eleven เพียงรายเดียว


2. การฉ้อฉลเชิงกระบวนการและเวลา เพื่อจำกัดสิทธิคู่แข่งตามกฎหมาย จากเอกสารผลการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ e – GP สัญญาเลขที่ 19/2569 ลงวันที่ 7 เม.ย. 69 พบการใช้เทคนิคทางกฎหมายโดยเปิดรับซองประมูลเป็นเวลาเพียง 34 วัน และเลือกประกาศในช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวสิ้นปี ซึ่งแม้จะเป็นระยะเวลาขั้นต่ำที่กฎหมายยอมรับได้ แต่ในทางปฏิบัติสำหรับโครงการ IT ขนาดใหญ่ระดับพันล้านบาท ระยะเวลาดังกล่าว ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่น


3. กระบวนการอำพรางเส้นทางการเงินและการบิดเบือนกฎหมายพรรคการเมือง จากการตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจพบความย้อนแย้งที่ส่อไปในทางฉ้อฉล โดยปรากฏชื่อบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจค้าน้ำมันและพลังงาน มิได้มีความเกี่ยวข้องกับระบบปัญญาประดิษฐ์ AI


ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นภัยคุกคามต่อระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างร้ายแรง จึงขอนำเอกสารเพิ่มเติมประกอบด้วย เอกสารจัดซื้อจัดจ้าง e-GP สัญญาเลขที่ 19/2569 วงเงินรวม 1,621,099,000 บาท และหนังสือรับรองรวมถึงบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทดังกล่าว เพื่อให้คณะ กมธ. พิจารณาใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการแสวงหาข้อเท็จจริง เรียกเอกสาร และเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง เพื่อแสวงหาความยุติธรรมและยับยั้งกระบวนการฉ้อฉลทางกฎหมายที่เป็นอันตรายต่อแผ่นดินต่อไป


นายรังสิมันต์ โรม กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า โครงการนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอยู่แล้วทั้งในเรื่องของการจัดซื้อจ้าง และมี สส. ได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องดังกล่าวในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะ กมธ. โดยเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง หากกำหนดวันประชุมได้เรียบร้อยแล้วจะจะแจ้งสื่อมวลชนทราบ เพื่อจะได้ติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป  

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กรรมาธิการการกฎหมาย