‘ชัยวัฒน์’ ชูสร้างย่านใหม่ให้กรุงเทพฯ โตทั้งเมือง ชี้เมืองต้องโตแบบที่คนตัวเล็กมีที่ยืน หยุดคอร์รัปชันทุกรูปแบบ
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เบอร์ 10 ลงพื้นที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ร่วมกับ ‘กาญจน์’ นันท์นภัส สุขสิริฐานันท์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตคันนายาว และเดินทางต่อไปยังซีคอนสแควร์ ร่วมกับ มาโนช วงศ์เกตุใจ ผู้สมัคร ส.ก. เขตสวนหลวง เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชนที่ออกมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด
ชัยวัฒน์กล่าวว่า ปัจจุบันการเดินทางไปห้างสรรพสินค้าในช่วงวันหยุดกลายเป็นกิจกรรมพักผ่อนยอดนิยมของคนกรุงเทพ เพราะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร พบปะครอบครัว ดูภาพยนตร์ ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่เดียว
แต่อีกด้านหนึ่ง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สถานที่ท่องเที่ยวและพื้นที่พักผ่อนของกรุงเทพฯ ยังคงอยู่ในรูปแบบเดิม ๆ และกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่แห่ง เมื่อผู้คนและเม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่เดิม ๆ โอกาสทางเศรษฐกิจก็ย่อมกระจุกตัวตามไปด้วย
พรรคประชาชนจึงเสนอนโยบายเพิ่มงบพัฒนาย่านท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กใหม่เป็น 500 ล้านบาทต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่า เปิดโอกาสให้ชุมชนและภาคเอกชนร่วมเสนอแนวคิดพัฒนาพื้นที่ตามศักยภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นย่านวัฒนธรรม ย่านอาหาร ย่านสร้างสรรค์ หรือย่านบริการเฉพาะทาง เพื่อสร้างจุดหมายใหม่ กระจายคน กระจายรายได้ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ทุกเขตของกรุงเทพฯ
ชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า วันนี้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่เติบโตขึ้นทุกวัน แต่โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ว่าเมืองจะโตอย่างไร หากแต่ต้องโตอย่างไรให้ทั่วถึงคนกรุงเทพฯ ทุกคน
สิ่งที่พรรคประชาชนได้เสนอออกมาเป็นนโยบายให้คนกรุงเทพฯ เกิดจากความตั้งใจที่พวกตนจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ง่ายและเป็นเมืองที่แคร์ทุกคน ที่ผ่านมาคนตัวเล็กที่อยู่ในเมืองที่โตนี้อาจถูกละเลย หรือถูกกดทับจากปัญหาต่าง ๆ ที่ฝังรากอยู่ในเมือง ทั้งคุณภาพชีวิตที่ไม่ได้รับการยกระดับ และความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นจากการทุจริตคอร์รัปชัน การเรียกรับผลประโยชน์ หรือการบังคับให้ประชาชนต้องจ่ายใต้โต๊ะเพื่อแลกกับสิทธิที่ควรได้รับอยู่แล้ว
เรื่องคุณภาพชีวิต พวกตนได้สะท้อนผ่านนโยบายต่าง ๆ ว่าเราอยากเห็นกรุงเทพฯ เป็นเมืองแบบไหน เป็นเมืองที่เดินทางสะดวก มีพื้นที่สาธารณะเพียงพอ มีเศรษฐกิจที่เติบโตทั่วถึง และมีโอกาสกระจายไปถึงคนทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน เรื่องความเป็นธรรมก็เป็นสิ่งที่พวกตนจะไม่ละเลย เพราะเมืองที่ดีไม่ควรเป็นเมืองที่คนซื่อสัตย์ต้องเสียเปรียบ หรือคนตัวเล็กต้องเผชิญกับอำนาจที่ไม่เป็นธรรม
พรรคประชาชนเชื่อว่าเมืองที่ดีจะเกิดขึ้นได้ต้องมีระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยืนหยัดต่อสู้กับการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพื่อให้ทรัพยากรและงบประมาณของกรุงเทพฯ ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและเข้าถึงคนตัวเล็กในเมืองที่โตได้
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้จากผู้ว่าฯ เพียงคนเดียว แต่ต้องอาศัย ส.ก. ที่มีเจตจำนงทางการเมืองชัดเจน พร้อมทำหน้าที่ทั้งผลักดันนโยบายและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทุกนโยบายที่สัญญาไว้เกิดขึ้นได้จริง และเพื่อป้องกันไม่ให้ผลประโยชน์ของประชาชนถูกกัดกินด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน
ชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่าตน พร้อมผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคประชาชนทุกคน พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อสร้างกรุงเทพที่แคร์คน เป็นเมืองที่เติบโตอย่างทั่วถึง โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อให้คนตัวเล็กในเมืองที่โตนี้มีที่ยืน ลืมตาอ้าปากได้ และมีโอกาสในเมืองนี้อย่างเท่าเทียม
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ผู้ว่าประชาชน #เลือกตั้งสก69







