‘โจ ชัยวัฒน์’ เปิดโรดแมป ‘100 วันแรก สร้างเมืองแคร์คน’ ชู 13 ภารกิจเร่งด่วน เปลี่ยนกรุงเทพฯ ภายใน 1 ปี
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชนจัดกิจกรรม ‘เมืองแคร์คน Policy Fest’ ที่อาคารอนาคตใหม่ เพื่อนำเสนอนโยบายสำคัญที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็น ‘เมืองแคร์คน’ คอยช่วยพยุงชีวิตประชาชนในวันที่ยากลำบาก คืนเวลาให้คนได้ใช้ชีวิตและดูแลครอบครัว รวมถึงสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถตั้งตัวและเติบโตได้ ภายในงานประกอบด้วย Interactive Exhibition, โซนนำเสนอนโยบายรายเขตของผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชนทั้ง 50 เขต และเวทีเสวนา นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 10 พรรคประชาชน
[ เปิดแผน 100 วันแรกสร้างเมืองแคร์คน ]
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 10 พรรคประชาชน แถลงวิสัยทัศน์และโรดแมปการทำงาน "100 วันแรก สร้างเมืองที่แคร์คน" โดยนำเสนอภารกิจเร่งด่วนที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน ไปจนถึงเป้าหมายภายใน 1 ปี เพื่อพลิกโฉมกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่โอบอุ้มผู้คน ลดต้นทุนชีวิต เปิดโอกาสให้ประชาชนตั้งตัวได้ และเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม
ชัยวัฒน์กล่าวว่า ปัญหาสำคัญของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานหรือการบริหารจัดการเมืองเท่านั้น แต่คือการที่ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญภาระค่าใช้จ่าย ความไม่มั่นคง และอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณะด้วยตนเอง เมืองที่ดีจึงไม่ใช่เมืองที่ปล่อยให้ประชาชนดิ้นรนตามลำพัง แต่ต้องเป็นเมืองที่ช่วยแบ่งเบาภาระ เปิดโอกาส และทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
โรดแมปดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4 เป้าหมายหลัก ได้แก่ "เลี้ยงครอบครัวง่าย ใช้ชีวิตง่าย ค้าขายง่าย และเดินทางง่าย" ครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุข การดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การยกระดับความโปร่งใสของกรุงเทพมหานคร การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและฝุ่นพิษ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
ภารกิจเร่งด่วนตั้งแต่วันแรก ประกอบด้วยการทำหนังสือถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อขอเพิ่มโควตาการดูแลผู้ถือสิทธิบัตรทองในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครจาก 800,000 คน เป็น 1 ล้านคน พร้อมเริ่มหารือแนวทางแก้ไขปัญหาระบบใบส่งตัว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้สะดวกขึ้น
ภายในสัปดาห์แรก จะเพิ่มบริการรถรับส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็น 180,000 เที่ยวต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานครที่มีอยู่ รวมถึงเปิดเผยระบบ BKK Red Flag AI ให้ประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบความเสี่ยงด้านการทุจริตและการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร
ภายในเดือนแรก จะเร่งแก้ปัญหาผลกระทบจากโรงกำจัดขยะอ่อนนุชที่ส่งกลิ่นรบกวนชุมชน โดยยกเลิกสัญญาเดิม เจรจาชดเชยภาคเอกชน และจัดการขยะด้วยแนวทางที่ลดผลกระทบต่อประชาชนระหว่างการก่อสร้างระบบกำจัดขยะแบบปิดที่ได้มาตรฐาน
ในระยะ 6 เดือน จะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่าน ‘หวยใบเสร็จ SMEs กรุงเทพฯ’ เพื่อจูงใจให้ประชาชนจับจ่ายกับร้านค้ารายย่อย พร้อมจัดตั้งศูนย์ Reskill กรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะแรงงานกับความต้องการของนายจ้าง ขณะเดียวกันจะผลักดันการขยายเขตควบคุมมลพิษต่ำ (LEZ) และข้อบัญญัติด้านความปลอดภัยสาธารณะ รวมถึงมาตรการเพิ่มความโปร่งใสในการจัดทำงบประมาณและการทำงานของสภากรุงเทพมหานคร
สำหรับเป้าหมายภายใน 1 ปี จะเดินหน้าลอกท่อระบายน้ำครบ 100% พร้อมเปิดเผยแผนลอกท่อประจำปีต่อสาธารณะ เพิ่มงบพัฒนาย่านเป็น 500 ล้านบาทต่อปี ปรับปรุงศูนย์เด็กเล็กทั่วกรุงเทพมหานครให้มีคุณภาพมากขึ้นและเปิดดูแลเด็กถึงเวลา 18.00 น. เพิ่มผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงถึง 2,500 ตำแหน่ง พร้อมบริการดูแลถึงบ้านฟรี 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ขยายพื้นที่ค้าขายที่เป็นธรรมและปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงเพิ่มเส้นทางรถเมล์และฟื้นฟูระบบเรือโดยสารในคลองสำคัญของกรุงเทพมหานคร
ชัยวัฒน์กล่าวว่า นโยบายทั้งหมดไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการพัฒนาเมืองในเชิงกายภาพ แต่เป็นการสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็น ‘เมืองที่แคร์คน’ เมืองที่ช่วยให้ประชาชนเลี้ยงครอบครัวได้ง่ายขึ้น ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น มีโอกาสสร้างรายได้และตั้งตัวได้มากขึ้น และได้รับบริการสาธารณะที่มีคุณภาพโดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
"เมืองที่ดีไม่ใช่เมืองที่มีแต่ตึกสูงหรือโครงการใหญ่ แต่คือเมืองที่ประชาชนรู้สึกได้ว่ามีคนมองเห็นปัญหาของเขา รับฟังเขา และพร้อมช่วยให้ชีวิตของเขาดีขึ้น เมืองที่แคร์คนต้องเป็นเมืองที่เปิดโอกาสให้ทุกคนลุกขึ้นตั้งตัวและก้าวไปข้างหน้าได้" ชัยวัฒน์กล่าว
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน










