“พนิดา” ซัดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ล็อกอนาคตประเทศไว้กับมรดก คสช. หวังสภาหนุนแก้ ม.256 เปิดทางรัฐธรรมนูญใหม่ ประชาชนมีส่วนร่วมเลือก สสร.
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ เขต 1 พรรคประชาชน ได้อภิปรายต่อการรับทราบรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2567–2568
พนิดากล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือประจักษ์พยานความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง เพราะเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อย่างชัดเจน นั่นคือการไม่เชื่อมั่นในประชาชน ไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลจากการเลือกตั้ง และพยายามออกแบบประเทศให้ถูกควบคุมโดยคนเพียงไม่กี่กลุ่ม
ผู้ร่างกติกานี้อธิบายกับสังคมว่า ยุทธศาสตร์ชาติจะช่วยสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศ แต่เมื่อเรามองย้อนกลับไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำ ความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น คนรุ่นใหม่จำนวนมากมองไม่เห็นอนาคต ระบบราชการยังรวมศูนย์ กองทัพยังคงมีอภิสิทธิ์เหนือภาคส่วนอื่น องค์กรอิสระจำนวนมากขาดการตรวจสอบที่เพียงพอ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนกลับถดถอยลง ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้ทำให้รัฐมีประสิทธิภาพขึ้น หรือประเทศมีวิสัยทัศน์มากขึ้น แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ใช้ "ล็อกประเทศ" และ "ล็อกอนาคต" ของพวกเราเอาไว้ภายใต้โครงสร้างการสืบทอดอำนาจของ คสช. แม้ คสช. จะหมดอำนาจในทางรูปแบบไปแล้ว แต่อำนาจนั้นยังคงดำรงอยู่ผ่านยุทธศาสตร์ชาติที่ถูกฝังไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560
หากพูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ยุทธศาสตร์ชาติไม่ได้เป็นเพียงแนวนโยบาย แต่ถูกออกแบบให้มีสภาพบังคับทางการเมือง ไม่ว่าประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะมีนโยบายที่ประชาชนสนับสนุนมากขนาดไหน หากถูกกล่าวหาว่าดำเนินนโยบายขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติ ก็สามารถถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายและองค์กรอิสระได้ นี่คือปัญหาที่สำคัญที่สุดของกลไกนี้ เพราะมันขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยอย่างชัดเจน
พนิดากล่าวต่อว่า ปัญหาอีกด้านหนึ่งคือ ยุทธศาสตร์ชาติล้าสมัยและไม่ทันโลก ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เทคโนโลยีใหม่ในวันนี้อาจกลายเป็นของล้าสมัยภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ประเทศไทยกลับเลือกล็อกทิศทางประเทศไว้ยาวนานถึง 20 ปี เพียงไม่กี่ปีหลังประกาศใช้ ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาฝุ่น PM2.5 การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สงครามการค้า และความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์โลก แต่ยุทธศาสตร์ชาติกลับไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ และประจักษ์พยานของความล้มเหลวนี้ก็อยู่ในรายงานที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้
เราใช้ยุทธศาสตร์ชาติมาแล้ว 7 ปี แต่รายงานปี 2568 ฉบับนี้กำลังบอกเราว่า ประเทศไทยไม่ได้กำลังเดินเข้าใกล้เป้าหมาย หากแต่กำลังเดินห่างออกจากเป้าหมายที่ตนเองกำหนดไว้
พนิดากล่าวต่อว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องการจึงไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ล็อกทุกอย่างไว้ล่วงหน้า 20 ปี แต่คือประเทศที่ปรับตัวได้เร็ว ฟังเสียงประชาชน และเปิดโอกาสให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
ยุทธศาสตร์ชาติส่งผลต่อชีวิตคนไทยทั้งประเทศยาวนานถึง 20 ปี แต่ประชาชนกลับแทบไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตัวเอง กติกาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้ยุค คสช. คนร่างมาจากการแต่งตั้ง กลไกเห็นชอบก็อยู่ภายใต้อำนาจของ คสช. การรับฟังความคิดเห็นเกิดขึ้นอย่างจำกัด ประชาชนจำนวนมากไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า มีการกำหนดอนาคตประเทศระยะยาวเอาไว้แล้ว นี่จึงไม่ใช่ "ยุทธศาสตร์ของชาติ" แต่เป็น "ยุทธศาสตร์ของผู้มีอำนาจ"
ตนกำลังชี้ให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์ชาติคือประจักษ์พยานสำคัญที่สะท้อนความล้มเหลวของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง แต่ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมรัฐบาลจากการเลือกตั้ง จำกัดอำนาจของประชาชน และสืบทอดอำนาจของคนบางกลุ่มผ่านกลไกทางกฎหมาย ตราบใดที่เรายังคงติดอยู่ในโครงสร้างแบบนี้ ประเทศไทยก็จะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง
ตนจึงขอฝากความคาดหวังไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า เมื่อวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาถึง เราจะร่วมกันพิจารณาบนหลักการที่สร้างการมีส่วนร่วมสูงสุดของประชาชนในการเลือกผู้ร่าง ป้องกันการผูกขาดอำนาจ และไม่เพิ่มอภิสิทธิ์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง พร้อมผลักดันทุกร่างข้อเสนอไปสู่การหาฉันทามติในวาระที่ 2 ให้ได้มากที่สุด เพราะรัฐธรรมนูญคือวาระสำคัญของคนทั้งประเทศ
และสุดท้าย จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ประเทศไทยไม่ได้ขาดยุทธศาสตร์ ประเทศไทยขาดอำนาจของประชาชนในการกำหนดยุทธศาสตร์ของตนเอง เมื่อประชาชนไม่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ยุทธศาสตร์ก็กลายเป็นเพียงเครื่องมือรักษาอำนาจ มากกว่าจะเป็นเข็มทิศนำพาประเทศไปข้างหน้า
พนิดากล่าวปิดท้ายว่า ตราบใดที่อนาคตของประเทศยังถูกกำหนดโดยคนเพียงไม่กี่คนที่ประชาชนไม่ได้เลือก แทนที่จะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ปัญหาเดิม ๆ ก็จะยังคงเกิดซ้ำ เพราะอนาคตของประเทศไม่ควรถูกล็อกไว้ล่วงหน้า 20 ปี แต่ควรเป็นสิ่งที่ประชาชนร่วมกันออกแบบ ทบทวน และปรับเปลี่ยนได้ตามความเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม เพราะสุดท้ายแล้ว อนาคตของประเทศไม่ได้เป็นของคณะกรรมการชุดไหน แต่อยู่ในมือเจ้าของอำนาจตัวจริง คือประชาชนทุกคน
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้งสสร #มาตรา256 #เขียนรัฐธรรมนูญใหม่
