ศาลอาญายังคงไม่ให้ประกันตัว
‘ไผ่ – ครูใหญ่’ ในคดีชุมนุม 19 กันยา 63 #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร แม้ศาลฎีกาให้ประกันตัวทั้งสองคนคดีภูเขียว
ตั้งแต่ 11 มี.ค. 69 ที่ผ่านมาแล้ว
วันนี้
(16 มิถุนายน 2569) #ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า
เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ทนายความยื่นประกันตัว
“ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ต่อศาลอาญาในคดีชุมนุม
#19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร โดยคดีนี้จตุภัทร์ถูกฟ้องในข้อหาหลักตามมาตรา
112 ส่วนอรรถพลในข้อหาหลักตามมาตรา 116 และยังอยู่ระหว่างการสืบพยานในศาล
โดยเป็นเวลาถึง
2 เดือนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. 2569 ที่ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองคนในคดีมาตรา 112 กรณีชุมนุมที่อำเภอภูเขียว ซึ่งอยู่ระหว่างฎีกาแล้ว
แต่ในคดีที่ยังอยู่ระหว่างการสืบพยานในศาลชั้นต้น ยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่อย่างใด
ศาลอาญากลับมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว
เวลาประมาณ
17.30 น. ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้องขอประกันตัวทั้งสองในคดีนี้
โดยยังคงให้เหตุผลว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่
10 มิ.ย. 2569 ระหว่างการสืบพยานในคดีจากเหตุชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่ศาลอาญา
จตุภัทร์ได้แถลงต่อศาลว่าเพื่อให้ศาลคงไว้ซึ่งความสง่างาม
ศาลควรอนุญาตให้ตนและอรรถพลได้ประกันตัวมาสู้คดีตามสิทธิอันพึงมี
พร้อมทั้งชี้แจงว่าในคดีอื่น ๆ ของตน ศาลฎีกาได้มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว
แต่ศาลอาญากลับยังคงไม่อนุญาตให้ประกันตัวในคดีนี้แต่อย่างใด
หนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาได้แจ้งจตุภัทร์
รวมถึงทนายความว่าจากการติดตามข่าวสารของทั้งสองผ่านหน้าสื่อต่าง ๆ
ตนก็เกิดความสงสัยเหมือนกันว่าเหตุใดศาลอาญายังคงไม่ให้ประกันตัวทั้งสองคนในคดีนี้
แต่ทั้งนี้ ตนไม่มีอำนาจในการจะให้ประกันตัวได้ จึงขอให้ทนายความของทั้งสองคนยื่นคำร้องขอประกันตัวมาที่ศาลอาญาอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่
11 มี.ค. 2569 ศาลฎีกาเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสองในคดีชุมนุมที่อำเภอภูเขียว
โดยคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้พิพากษาลงโทษจำคุกทั้งคู่
ศาลฎีกาได้กำหนดเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (กำไล EM) ด้วย แต่ที่ผ่านมา
ไผ่และครูใหญ่ยังคงไม่สามารถไปดำเนินการติดและทำสัญญาประกันได้
เนื่องจากศาลอาญาได้มีหนังสือตอบกลับไปที่ศาลจังหวัดภูเขียวถึงเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถส่งตัวทั้งสองได้ดำเนินการดังกล่าวได้
เพราะว่าทั้งสองยังคงมีนัดสืบพยานในคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน
และเดือนพฤศจิกายน
ต่อมา
ทนายความของทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวอีกครั้งในวันที่ 15 มิ.ย.
2569 โดยเหตุผลหลัก ในการประกอบคำร้องมีดังนี้
1.
จำเลยทั้งสองไม่มีพฤติการณ์หลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ซึ่งเห็นได้เป็นประจักษ์จากคำสั่งให้ประกันตัวในคดีภูเขียวของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 11
มี.ค. 2569 ที่ระบุว่า
“ไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน”
2.
การที่จำเลยยังคงถูกคุมขังอยู่ในคดีนี้
มิใช่เป็นเพราะมีพฤติการณ์หลบหนีหรือฝ่าฝืนคำสั่งศาล
หากแต่เกิดจากการที่จำเลยทั้งสองแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือต่อกระบวนการยุติธรรม
โดยเป็นฝ่ายยื่นคำร้องขอถอนหลักประกัน และส่งตัวเข้าสู่อำนาจของศาลเองในระหว่างรอคำสั่งขอประกันตัวจากศาลฎีกา
3.
หากศาลอาญาอนุญาตให้ทั้งสองได้ประกันตัวในคดีนี้
จำเลยทั้งสองย่อมถูกส่งตัวกลับเข้าสู่อำนาจของศาลจังหวัดภูเขียวและจะสามารถดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และทำสัญญาประกันได้
และเมื่อทั้งสองคนได้รับอิสรภาพในระหว่างพิจารณาคดีแล้ว
ทั้งสองย่อมสามารถเดินทางกลับเข้าร่วมการพิจารณาคดีของศาลอาญาในวันที่ 23 มิ.ย. 2569 ได้ทันอย่างแน่นอน
โดยไม่มีเหตุขัดข้องหรือส่งผลให้คดีเกิดความล่าช้าแต่อย่างใด
ต่อมาในเวลาประมาณ
17.30 น. ของวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ศาลอาญาได้ยกคำร้องขอประกันตัวทั้งสองในคดีนี้
โดยระบุเหตุผลว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ลงนามผู้ทำคำสั่ง ได้แก่ รัฐวิชญ์
อริยพัชญ์พล
เป็นเวลากว่า
2 เดือนแล้วที่ทั้งสองยังไม่ได้รับอิสรภาพในระหว่างการพิจารณาคดี
ถึงแม้ว่ามีคำสั่งให้ประกันตัวในคดีชุมนุมที่ภูเขียว
สำหรับกรณีของจตุภัทร์เหลือเพียง
1 คดี ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว คือคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น
ยังไม่ได้มีคำพิพากษาแต่อย่างใด และก่อนหน้านี้เขาก็ได้รับการประกันตัวในคดีนี้
ทั้งนี้เมื่อปลายเดือนเมษายน
2569 จตุภัทร์ถูกสั่งฟ้องในคดีตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ
จากการชุมนุมร่วมกับกลุ่มพีมูฟในประเด็นเรื่องที่ดินป่าไม้ ต่อศาลแขวงดุสิต
ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ศาลแขวงดุสิตมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันในคดีนี้แล้ว
ส่วนอรรถพลยังเหลืออีก
4 คดี ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ในจำนวนนี้มี 3 คดีที่เคยได้รับการประกันตัวก่อนหน้านี้
มีเพียงคดีปราศรัยที่แยกราชประสงค์ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาออกมาในระหว่างช่วงที่เขาถูกจองจำ
แต่คดีก็ยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์
