‘ภคมน’ รับเรื่องสื่อภูเก็ตถูกฟ้องปิดปาก
หลังแฉผู้มีอิทธิพลรุกที่สาธารณะ-สั่งย้ายข้าราชการ ซัดย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ
ภูเก็ตแค่เล่นละคร ด้าน ‘เฉลิมพงศ์’ ย้ำ เปลี่ยนผู้ว่าฯ กี่ครั้งก็ไม่หมดส่วย
ทางออกคือให้ภูเก็ตมีผู้ว่าฯ จากการเลือกตั้ง
วันที่
17 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา ภคมน หนุนอนันต์
สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง
การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย เฉลิมพงศ์
แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ร่วมรับหนังสือร้องเรียนจากผู้ก่อตั้งเพจเฟซบุ๊ก
‘โหดจังจังหวัดภูเก็ต’ สื่อท้องถิ่นของภูเก็ต ที่ถูกฟ้องปิดปาก
หลังออกมาเปิดเผยกรณีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่บุกรุกที่สาธารณะหาดบางเทาในจังหวัดภูเก็ต
รวมถึงการสั่งย้ายข้าราชการที่พยายามปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
ภคมนระบุว่า
ผู้มีอิทธิพลที่ว่าไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลใหม่
แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับการย้ายรองผู้ว่าฯ ล่าสุด
ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุมของกระทรวงมหาดไทยว่า รองผู้ว่าฯ
คนนี้มีคนสนิทที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์และการบุกรุกที่สาธารณะ และคนที่ฟ้องสื่อท้องถิ่นภูเก็ตก็คือคนใกล้ชิดคนนั้น
วันนี้
การย้ายรองผู้ว่าฯ จึงเป็นแค่ละครฉากหนึ่งเท่านั้น
เพราะคนที่มีอำนาจและมือทำงานอยู่ในพื้นที่ก็ยังอยู่ ยังคงฟ้องสื่อมวลชน
รับผลประโยชน์ และทำทุกอย่างเหมือนเดิม รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี
ในฐานะเจ้ากระทรวงมหาดไทย ต้องจริงใจกับประชาชน และต้องยอมรับให้ได้หากประชาชนตั้งคำถามว่าการย้ายรองผู้ว่าฯ
และผู้ว่าฯ ภูเก็ต
เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่จะนำไปสู่การวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น
ภคมนกล่าวต่อไปว่า
เนื่องจากการย้ายรองผู้ว่าฯ ครั้งนี้มีข้อกล่าวหารุนแรงมาก
เหตุใดจึงไม่มีการดำเนินการสอบทางวินัยและทางอาญาให้สาธารณะได้รับรู้
และจากเดิมที่ก่อนหน้านี้ประชาชนไม่เคยรับรู้การประชุมของกระทรวงมหาดไทยมาก่อน
แต่ครั้งนี้ประชาชนกลับได้เห็นการประชุม
นั่นเป็นเพราะมีธงที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการจะแสดงบทบาทนั้นออกมาให้สาธารณะเห็น
แต่สุดท้ายประชาชนไม่ได้สนใจความขัดแย้งส่วนตัวเหล่านั้น
สิ่งที่ประชาชนสนใจคือผลประโยชน์ อิทธิพล และส่วยในจังหวัดภูเก็ต
ว่าจะถูกจัดการอย่างไร วิญญูชนที่รับรู้สื่อสาธารณะทุกคนทราบดีว่า
การย้ายแค่หัวแต่หางยังอยู่ มีหรือที่จะไม่เกิดการเสิร์ฟเครื่องบรรณาการกันเหมือนเดิม
เพราะฉะนั้น วันนี้ หากจะมีการจัดการอย่างจริงจัง ก็ขอให้เอาจริงแบบขุดรากถอนโคน
ทำให้เห็นว่าอำนาจจริงๆ ในการกินผลประโยชน์ในจังหวัดภูเก็ตอยู่ตรงไหนบ้าง
อย่าแค่เล่นใหญ่ด้วยการสั่งย้ายเพียงอย่างเดียว
ภคมนยังกล่าวต่อไปว่า
การย้ายครั้งนี้เป็นเรื่องตลกมาก ข้าราชการกรมการปกครองทุกคนทราบดีว่า
เวลามีคำสั่งย้ายต้องย้ายไปยังจังหวัดที่เล็กกว่า แต่กรณีของรองผู้ว่าฯ
ที่มีข้อกล่าวหาว่ามีความผิดชัดเจน
กลับย้ายจากจังหวัดภูเก็ตไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่กว่า
แถมยังเป็นจังหวัดบ้านเกิดด้วย
นี่อาจเป็นการย้ายข้าราชการที่มีความผิดที่คนถูกย้ายน่าจะดีใจที่สุดแล้ว
ดังนั้น
ฉากละครสำคัญนี้จึงเล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำมาไม่ละเอียด
สิ่งที่ประชาชนต้องร่วมกันติดตามต่อไปคือการวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ต
วันนี้ภาคใต้ฝั่งอันดามัน
เว้นแต่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้นที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่สามารถยึดครองได้
การย้ายผู้ว่าฯ วันนี้คือการวางอำนาจใหม่ของสีน้ำเงินในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ด้วยความคาดหวังว่าจะยึดอันดามันให้ได้ทั้งหมด
ภคมนกล่าวว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งของบุคคลหรือการกระทำที่เกิดขึ้นกับบุคคล
แต่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก และกำลังทำให้ประชาชนหมดศรัทธา
ทำให้ระบอบสีน้ำเงินขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ คนที่ต้องรับผิดชอบคือผู้มีอำนาจทุกคน
อย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายและหมดศรัทธากับการเมืองไทย
อย่างน้อยขอให้มีความจริงใจในการสืบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ภคมนย้ำว่า
หลังจากข่าวนี้ออกไป เชื่อว่าจะมีคนออกมาตอบว่า เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบแล้ว
แต่ก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะกรณีที่ผ่านมา เรื่องอธิบดีกรมการปกครอง
นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะตั้งกรรมการสอบ จึงได้เรียกรองอธิบดีกรมการปกครองมาชี้แจงใน
กมธ. ซึ่งรองอธิบดีกรมการปกครองบอกเองว่ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการ
เพราะฉะนั้นอย่าพูดอย่างเดียว แต่ขอให้ทำจริง เพราะประชาชนจับตาอยู่
และถ้าดูข้าราชการหรือผู้ว่าฯ
ที่ย้ายเข้าไปใหม่ตอนนี้ ภคมนกล่าวว่า ไม่ได้สบประมาทหรือดูแคลนการทำงาน
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสายใกล้ชิดของคนเหล่านั้นคือสายไหน
สิ่งที่เห็นหน้าฉากวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวัดพลังเพื่อชิงการนำเป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้
ระหว่างผู้มีอำนาจในพื้นที่และพรรคภูมิใจไทย คนของใครเข้าไปมีอำนาจมากกว่า
คนเหล่านั้นก็มีโอกาสได้เป็นที่หนึ่งในพื้นที่ภาคใต้
การแก้ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องรองลงมา
นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องมองให้ทันเกมการวางของระบอบสีน้ำเงิน
ส่วน
เฉลิมพงศ์ สส.ภูเก็ต ระบุว่า ปัญหาผู้มีอิทธิพลไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานานแล้ว
เปลี่ยนผู้ว่าฯ กี่คนก็ยังมีส่วยและผู้มีอิทธิพลเหมือนเดิม
โดยลมใต้ปีกของผู้มีอิทธิพลก็คือข้าราชการระดับสูงที่เกาะกินจังหวัดภูเก็ตอยู่
วันนี้คนภูเก็ตจำทนมาเป็นเวลาหลายสิบปี ก็อยากเลือกตั้งผู้ว่าฯ
เพื่อกำหนดอนาคตของคนภูเก็ตเอง
คนภูเก็ตย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าบริบทภูเก็ตเป็นอย่างไร การบริหารงาน
การปราบปรามผู้มีอิทธิพล
การคัดกรองนักธุรกิจที่มาลงทุนในจังหวัดภูเก็ตต้องทำอย่างไร
จึงฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี ว่าทางออกที่ดีที่สุดในอนาคตก็คือ การให้คนภูเก็ตได้เลือกผู้ว่าฯ
ด้วยตัวเอง
ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ภูเก็ตบ่อยครั้ง
ตั้งแต่ในยุครัฐบาลเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน ลงพื้นที่ภูเก็ตถึง 5 ครั้ง
นายกรัฐมนตรีอนุทินล่าสุดก็ไปถึง 2 ครั้ง
ทั้งหาดบางเทาและหาดฟรีด้อม
ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าปัญหาเหล่านี้อยู่ตรงไหน ดังนั้น
จึงอยู่ที่ความจริงใจของนายกรัฐมนตรี สั่งวันนี้ไม่ต้องเสร็จเมื่อวาน
จะเสร็จพรุ่งนี้ก็ได้
เฉลิมพงศ์ย้ำว่า
สิ่งที่คนภูเก็ตรอคอยไม่ใช่คำพูดที่สวยหรู
จึงจำเป็นต้องติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด
ตราบใดที่ยังเป็นผู้แทนของจังหวัดภูเก็ตอยู่ จะขุดหลุมออกมา
และรัฐบาลก็ต้องไปกลบหลุมให้ทัน หรือถ้ามีความจริงใจ
ก็ช่วยแก้ไขปัญหาในหลุมเหล่านั้นด้วย
#UDDnews
#ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #กรรมาธิการพัฒนาการเมือง #ผู้ว่าฯภูเก็ต





