วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ธิดา ถาวรเศรษฐ : อนาคตระบอบประชาธิปไตยอยู่ที่การต่อสู้ของประชาชนเท่านั้น!!!




ธิดา ถาวรเศรษฐ : อนาคตระบอบประชาธิปไตยอยู่ที่การต่อสู้ของประชาชนเท่านั้น!!!


ผ่าน 24 มิถุนายน 2569 นับถอยหลังอีก 6 ปีจะครบรอบ 100 ปี แห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศสยาม-ไทย  เป็นที่น่ายินดีที่ในส่วนของภาคประชาชน ทั้งนักวิชาการ โดยเฉพาะสถาบันปรีดีพนมยงค์ที่เปิดตัวรูปปั้นอาจารย์ปรีดี และการจัดรายการต่าง ๆ รวมทั้งคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย ได้จัดเสวนาเรื่องราวและปัญหาการเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นต้นมา


และภาคประชาชนนอกรั้วมหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมเล็ก ๆ แต่มีเนื้อหาใหญ่ ๆ  ทั้งการนำเสนอต่อสมาชิกรัฐสภา พรรคการเมือง และส่วนที่จัดบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


แรก ๆ ดิฉันก็กังวลว่าจะไม่มีกิจกรรมมวลชนเลย เพราะไม่สะดวกในวาระมีงานราชพิธีใหญ่ ๆ  แต่เมื่อกิจกรรมสามารถจัดได้ก็ถือเป็นเรื่องดี  ดิฉันเชื่อว่ามวลชนที่ก้าวหน้าที่อยากได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 21 ล้านคน ล้วนนั่งเชียร์รำลึก 24 มิถุนายน 2475 กันทั้งสิ้น แม้ไม่ได้ออกมาร่วมทำกิจกรรม


ที่น่าผิดหวังคือ รัฐสภาไทย, รัฐบาล, พรรคการเมือง  แม้แต่ สส., สว. จำนวนมาก ไม่ให้ความสำคัญกับวาระ 94 ปี 24 มิถุนายน 2475 เท่าที่ควรจะเป็น พวกเขาลืมการก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เป็นจุดกำเนิดของระบอบรัฐสภาและรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย สถานะที่เขาเป็นอยู่ปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นจากไหน? หรือพวกเขาคิดว่ามันลอยมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า สถาปนาระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการรำลึกถึงเหตุการณ์ 94 ปี ของผู้ก่อการคณะราษฎร 2475


ในข้อเรียกร้องของ คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 ที่มี 4 ข้อนั้น ความสำคัญของประวัติศาสตร์รำลึก 24 มิถุนายน 2475 เป็นข้อแรกที่ถูกลดความสำคัญจากวันชาติ หลังรัฐประหารปี 2500 แต่ยังควรเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทยอย่างประเทศที่มีอารยธรรมและเคารพความจริง  แต่นี่กลายเป็น เพียงวาระประชาชนรำลึกเท่านั้น ไม่เป็นวาระของรัฐไทยอีกแล้ว


พร้อมกันนั้นเราจะพบการเขียนประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนความจริง ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองกลายเป็นผู้ร้าย  แต่กบฏบวรเดชกลับกลายเป็นพระเอก โดยการลบสัญลักษณ์ ชื่อผู้ก่อการ รูปแบบสถาปัตยกรรมชุดคณะราษฎรออกให้หมด นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเหลือเชื่อมาแล้วตามลำดับ  แต่เราอ่านเจตนาของฝ่ายจารีตที่จะลบทำลายประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร  ก็นำมาสู่ความเสี่ยงว่า  แม้แต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่มีสัญลักษณ์ของผู้ก่อการคณะราษฎรที่ฐาน และมีพานทูลเกล้าถวายรัฐธรรมนูญให้ลงพระปรมาภิไธยก็อาจถูกทุบทิ้ง


ส่วนข้อเรียกร้องทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน  ซึ่งถ้าไม่ทำก็จะเป็นการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย  ที่แม้จะค่อนข้างจอมปลอมก็ตาม  คือปัญหาการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาที่บ่งชี้ว่าไม่สุจริต  มีการจัดการด้วยการใช้ผลประโยชน์เงินทองเข้ามาจัดการอย่างมีแผนการ  ทำให้การเลือกตั้งตามวิถีทางระบอบประชาธิปไตยกลายเป็นเรื่องไม่ชอบธรรม  รัฐบาลและรัฐสภาก็มาอย่างไม่ชอบธรรม  นี่คือการทำลายยิ่งกว่าการทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ และแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเสียอีก  โดยใช้อำนาจอิทธิพลนักการเมืองและเงินทอง  ยึดอำนาจประเทศไทยเสียงเอง  ไม่ต้องใช้กำลังทหาร


ปัจจุบันประเทศไทยก็จะมีทั้งทุนเทา  รัฐสภา  และสว.สีเทา  รัฐบาลก็เป็นสีเทา  ข้าราชการก็สีเทาจนสีดำ  สุดท้ายในการทำรัฐธรรมนูญใหม่  ถ้ายังคงวิญญาณเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2560  และไม่ยึดโยงกับประชาชน  ก็จะกลายเป็นรัฐธรรมนูญต่อเนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560  พัฒนาอย่างพวกจารีตอำนาจนิยมที่เรียกกันว่า รัฐธรรมนูญสีน้ำเงิน นั่นเอง


ดิฉันมองไปข้างหน้าระยะใกล้นี้  มองไม่เห็นท้องฟ้าแจ่มใส  เห็นแต่สีเทาของฝุ่นมืดขึ้น ๆ ตามลำดับ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #94ปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง