ปชน. ขอบคุณทุกคะแนน-เดินหน้าทำงานต่อ รับผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา แสดงความยินดี ‘ชัชชาติ’ คว้าชัย พร้อมใช้ ส.ก. ผลักดันนโยบายต่อ เดินหน้าตรวจสอบ ดันงบเพื่อคนกรุงเทพฯ รับ ปชน. ต้องทำงานให้หนักขึ้น ไม่ย่อท้อ-พร้อมพิสูจน์ตัวเองให้คนกรุงเชื่อมั่นให้ได้
วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน และ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ร่วมแถลงต่อสื่อมวลชนหลังรับทราบผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมาชิกสภา กทม. (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (ส.ม.) อย่างไม่เป็นทางการ
ณัฐพงษ์ระบุว่า แม้ผลยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่แนวโน้มจากตัวเลขล่าสุดก็พบว่า ผลในส่วนผู้ว่าฯ กทม. เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ น่าจะได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป จึงขอแสดงความยินดีกับชัชชาติ และขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสองสนาม
ส่วนสนามพัทยา เท่าที่ได้ติดตามล่าสุด พรรคประชาชนยังไม่ได้รับชัยชนะในสนามนายกเมืองพัทยาเช่นกัน แต่ยังคงต้องติดตามผลการเลือกตั้ง ส.ม. ต่อไปว่าพรรคประชาชนจะได้กี่ที่นั่งอย่างไร จากนี้ไปพรรคประชาชนยังคงจะเดินหน้าผลักดันวาระที่ก้าวหน้าให้กับเมืองต่อ รวมถึงการผลักดันในการเมืองระดับประเทศด้วย
ทางด้านชัยวัฒน์กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวกรุงเทพฯ ทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ ขอบคุณผู้ที่ลงคะแนนเสียงให้กับตนและ ส.ก. ของพรรคประชาชน และขอแสดงความยินดีกับชัชชาติในฐานะผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่สอง หลังจากนี้จะมี ส.ก. ของพรรคประชาชนเข้าไปทำงานในสภา กทม. จึงหวังว่านโยบายที่พรรคประชาชนมุ่งมั่นจะทำให้คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ดีขึ้นจะได้รับการผลักดันต่อไป
ในส่วนของตนเอง จะยังคงมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ทั้งการพัฒนากรุงเทพฯ อย่างที่ได้นำเสนอไป เพื่อเป้าหมายทำให้คุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ดีขึ้น และเป้าหมายในการสร้างการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยให้ก้าวหน้า ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทตำแหน่งใด ชัยวัฒน์กล่าวว่า ยินดีจะมุ่งมั่นทำงาน แสดงความตั้งใจให้ประชาชนได้เห็นต่อไป ขอขอบคุณผู้สนับสนุน ทีมงาน และอาสาสมัครที่ช่วยผลักดันให้สามารถผ่านการเลือกตั้งในครั้งนี้มาได้
ชัยวัฒน์กล่าวต่อไปว่า การทำงานต่อไปในภายภาคหน้า ยังมีงานที่เกี่ยวข้องกับสภา ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการต่างๆ ที่ยังสามารถเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนการทำงานของพรรคได้ รวมถึงการผลักดันให้นโยบายที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพฯ ที่นำเสนอไปในการเลือกตั้งครั้งนี้ออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งตนจะผลักดันร่วมกับ ส.ก. ที่ผ่านเข้าไปในสภา กทม. ได้
ขณะที่พิจารณ์ เลขาธิการพรรค ระบุว่า จากระบบนับคะแนนภายใน ล่าสุดเชื่อว่าจำนวน ส.ก. ที่ชนะจะใกล้เคียงหรือว่ามากกว่าจำนวนที่เคยได้เมื่อปี 2565 แต่บทบาทและหน้าที่ของ ส.ก. ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ว่าฯ ส่วนหนึ่งคือการผลักดันข้อบัญญัติที่เป็นประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ เพื่อสร้างระบบที่ดีไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่มากกว่านั้นคือ การผลักดันงบประมาณเพื่อให้เงินทุกบาทเกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด
นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตรวจสอบที่ควบคู่ไปกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งการตรวจสอบฝ่ายบริหารไม่ใช่แค่การตรวจหาการทุจริตเทานั้น แต่รวมไปถึงการตรวจสอบนโยบาย งบประมาณ หรือโครงการที่ตั้งมา ว่าตอบสนองความต้องการหรือแก้ไขปัญหาของประชาชนหรือไม่ ดังนั้น ส.ก. ที่ใกล้ชิดกับประชาชนจะช่วยเป็นเครื่องมือและพาหนะที่จะนำเอาความทุกข์ร้อนของประชาชนเข้าไปพูดในสภา ให้ฝ่ายบริหารได้รับทราบ และผลิตออกมาเป็นโครงการผ่านการใช้จ่ายงบประมาณต่อไป
พิจารณ์กล่าวต่อไปว่าทุกการเลือกตั้งมีความเป็นไปได้ที่ผลการเลือกตั้งจะออกมาได้ทุกรูปแบบ แม้พรรคประชาชนตั้งแต่เป็นอนาคตใหม่และก้าวไกลจะได้รับโอกาสจากคนกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้แปลว่าเราครองทุกเสียงของคนกรุงเทพฯ เป็นหน้าที่ของพรรคประชาชนที่จะต้องพยายามสื่อสารนโยบาย วิสัยทัศน์ และวาระ ว่าเราอยากสร้างกรุงเทพฯ อย่างไร สุดท้ายอยู่ที่ว่าคนกรุงเทพฯ จะให้โอกาสมากพอหรือไม่
“แม้เราจะเคยแลนด์สไลด์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะเป็นเจ้าของทุกเสียงของประชาชน หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการสร้างความไว้วางใจ ทำงานให้หนักยิ่งขึ้น การทำงานท้องถิ่นก็ต้องเดินหน้าทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจมุ่งมั่น การเมืองภาพใหญ่สภาผู้แทนราษฎรก็เช่นกัน” พิจารณ์กล่าว
พิจารณ์ยังกล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนต้องทำงานให้หนักยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนเห็นว่าการเปิดประตูให้พรรคประชาชนได้มีโอกาสเข้าไปบริหารกรุงเทพฯ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และกล่าวต่อไปว่า วิธีคิดของประชาชนในการใช้สิทธิอาจจะแตกต่างกัน ระหว่างสนามใหญ่กับสนามท้องถิ่น แต่นั่นก็ไม่อาจเป็นคำแก้ตัวได้ พรรคประชาชนต้องทำงานให้เข้มข้นยิ่งขึ้นเรื่องของนโยบายและวาระที่จะเข้าไปผลักดันต่อไป
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน







