วันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569

แหวน ณัฏฐธิดา เป็นห่วง อาการป่วย 'เอกชัย หงส์กังวาน' ทานยารักษาต่อมลูกหมากโต จะครบโดสแล้ว อาการไม่ดีขึ้น ปวดช่องท้องบริเวณที่เคยเจาะดูดฝีในตับ ขอศูนย์ทนายฯเร่งตามเรื่องการรักษาพยาบาล

 


"แหวน ณัฏฐธิดา" เป็นห่วง อาการป่วย "เอกชัย หงส์กังวาน" ทานยารักษาต่อมลูกหมากโต จะครบโดสแล้ว อาการไม่ดีขึ้น ปวดช่องท้องบริเวณที่เคยเจาะดูดฝีในตับ ขอศูนย์ทนายฯเร่งตามเรื่องการรักษาพยาบาล


วันนี้ (5 มี.ค. 69) แหวน ณัฏฐธิดา โพสข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ระบุว่า อัพเดท เยี่ยม เอกชัย หงส์กังวาน พฤหัสที่ 5/3/69 ว่าวันนี้ดูแย่ลงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


ลำดับเหตุการณ์ อาการป่วย เอกชัย หงส์กังวาน


1. ตอนนี้ทานยารักษาต่อมลูกหมากโต จะครบโดสแล้ว อาการไม่ดีขึ้นเอกชัยตามเรื่องในเรือนจำทาง ตามที่ทางทนายได้ยื่นเรื่องไปหลายเดือนก่อน ขอทำตัวส่ง โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งจะได้ออกพบหมอในวันที่ 10 มีนาคม และอาจตะต้องมีผ่าตัดใหญ่อีกครั้ง

 

2. มีอาการปวดช่องท้องตรงที่เคยเจาะดูดฝีในตับ


3. ต้องพบแพทย์เจาะเลือดเพื่อตรวจค่าตับและเช็คเรื่องฝีในตับเพิ่มเติม


4. ต้องทำ CT Scan หรือ x-ray ดูเรื่องลำไส้เลื่อนและต่อมลูกหมากโตฯ.


เอกชัยต้องการขอความช่วยเหลือจากทาง #ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน มาเยี่ยมด่วนเพื่อตามเรื่องการรักษาพยาบาลค่ะ


#คืนสิทธิขั้นพื้นฐานให้ผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน


จุกเขียนไม่ออก..🤕😮‍💨


สำหรับเอกชัย ถูกคุมขังในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ในคดีที่เขาและผู้ร่วมคดีอีก 4 คน ถูกดำเนินคดีในข้อหาหลักคือประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามมาตรา 110 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2563 ที่ถูกกล่าวหาว่าขัดขวางขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชินี โดยศาลลงโทษจำคุกเอกชัยถึง 21 ปี 4 เดือน


การถูกคุมขังในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ในชีวิตของเอกชัยแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยถูกจำคุกในคดีมาตรา 112 จากการขายซีดีสารคดีของสำนักข่าว ABC และคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีโพสต์เรื่องเพศสัมพันธ์ในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากไม่ได้รับการประกันตัว โดยเขาและผู้ร่วมคดีทั้ง 5 คน ถูกย้ายมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2568


สำหรับปัญหาสุขภาพของเอกชัย ระหว่างที่เขาถูกคุมขังในปี 2566 เขาได้เกิดอาการฝีในตับ และถูกส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งแพทย์ตรวจพบก้อนที่ตับขนาด 11×8 เซนติเมตร จากนั้นจึงได้รับการส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยแพทย์เฉพาะทางได้ทำการเจาะระบายหนองออกจากฝีในตับ และมีการนัดหมายให้กลับมาติดตามอาการในภายหลัง และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่อาการยังไม่ดีขึ้น


ขณะที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนก็เคยมีหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำกลางครองเปรม และผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในเดือนตุลาคม 2568 ขอให้พิจารณาส่งตัวผู้ต้องขังไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งมีแพทย์เฉพาะทางที่เคยให้การรักษาผู้ต้องขังมาก่อน 


โดยภายหลังแหวน ณัฏฐธิดา ได้เข้าเยี่ยม เอกชัยในวันนี้ ได้โพสว่าเอกชัยต้องการขอความช่วยเหลือจากทาง #ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในการตามเรื่องการรักษาพยาบาล 


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #มาตรา110 #เอกชัยหงส์กังวาน

‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ พรรคประชาชน ชี้ฝุ่นพิษภาคเหนือวิกฤตหนัก ค่า PM2.5 ทะลุ 500 ต่อเนื่อง ยิ่งรัฐบาลนิ่งเฉย ประชาชนยิ่งเสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจและมะเร็งปอดเพิ่ม แนะเร่งจัดสรรงบเพิ่ม เงินมีอยู่แล้ว รอแค่คนมาบริหาร!

 


‘ตี๋ ภัทรพงษ์’ พรรคประชาชน ชี้ฝุ่นพิษภาคเหนือวิกฤตหนัก ค่า PM2.5 ทะลุ 500 ต่อเนื่อง ยิ่งรัฐบาลนิ่งเฉย ประชาชนยิ่งเสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจและมะเร็งปอดเพิ่ม แนะเร่งจัดสรรงบเพิ่ม เงินมีอยู่แล้ว รอแค่คนมาบริหาร!


วันที่ 5 มีนาคม 2569 สถานการณ์ไฟป่าที่เชียงใหม่กำลังสร้างภาวะวิกฤตทางอากาศอย่างหนัก จนทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ทะลุ 500 ต่อเนื่อง แต่รัฐบาลยังไม่มีท่าทีใดๆ ที่จะรับมือกับไฟป่าเพิ่ม หรือช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในสถานการณ์ค่าฝุ่นพิษวิกฤตนี้ให้ดีขึ้นเลย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ได้ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า หากรัฐบาลยังเห็นว่าประเทศไทยมีภาคเหนืออยู่ ควรเร่งทำตามข้อเสนอของตนในวันนี้ อย่าปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นพิษเข้าปอด โดยที่รัฐบาลไม่ใส่ใจอะไรเลย


ฝุ่นภาคเหนือวิกฤต ค่า PM2.5 ทะลุ 500 ต่อเนื่อง แต่รัฐกลับนิ่ง งบกลางไม่อนุมัติ แถมยังไม่กล้าประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อใช้เงินภัยพิบัติอีกด้วย จะต้องให้ประชาชนสูดฝุ่นไปอีกเท่าไหร่ถึงจะมองเห็นปัญหา


ภัทรพงษ์กล่าวต่อไปว่า วิกฤต PM2.5 ในภาคเหนือ สาเหตุหลักมักมาจากการจุดไฟเผาป่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นพิษพุ่งขึ้นสูงทะลุ 500 ug/m3 ในหลายพื้นที่ มากกว่าเกณฑ์ปลอดภัยหลายเท่า แต่รัฐบาลยังนิ่งเฉย ทำเหมือนไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น ปล่อยให้เจ้าหน้าที่และอาสาดับไฟป่าทำงานอย่างหนัก โดยที่ไม่มีงบประมาณจากภาครัฐมาช่วยเหลือตามสภาพความรุนแรงของปัญหาเลย งบประจำถูกตัด งบกลางไม่จัดสรร งบภัยพิบัติก็ไม่นำมาใช้


ตนขออธิบายการใช้ “งบประมาณ” ที่สามารถแบ่งเป็น 3 ก้อนได้ ดังนี้ 2 ก้อนแรกคืองบประมาณที่รัฐพลาด “เวลา” ในการจัดสรรงบไปแล้ว นั่นคือ งบประมาณรายจ่ายประจำและงบกลาง, 1 ก้อนหลัง คือ งบภัยพิบัติ ที่รัฐก็ยังไม่ได้ใช้จนถึงตอนนี้


ภัทรพงษ์อธิบายว่า งบประมาณสองก้อนแรกนั้น ประกอบด้วย งบประมาณรายจ่ายประจำ ตนได้อภิปรายตั้งแต่ตอนจัดสรรงบประมาณในรัฐบาลแพทองธารไปแล้ว ว่าไม่เพียงพอต่อภารกิจไฟป่าเลย พื้นที่เสี่ยงไฟป่าเขตป่าสงวนหลักสิบล้านไร่ แต่กลับถูกตัดงบประมาณจาก 1,500 ล้านบาท เหลือเพียง 122 ล้านบาท เพื่อใช้ในภารกิจไฟป่าเขตป่าสงวนทั่วประเทศ ไม่มีทางเพียงพอในการแก้ปัญหานี้


มาถึงรัฐบาลอนุทิน ตนก็ได้อภิปรายไปเมื่อเดือนกันยายนว่า ต้องมีการจัดสรรงบกลาง มาเติมช่วยปัญหาไฟป่า และต้องเร็วกว่าปีก่อนที่อนุมัติกันสิ้นเดือนมกราคม ทำให้จัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ทัน ทันเพียงแค่ค่าแรงเท่านั้น แต่รัฐบาลอนุทินกลับเพิกเฉยต่อปัญหานี้


ภัทรพงษ์ย้ำว่า วันนี้ ประชาชนกำลังสู้กับวิกฤตโดยที่ไม่มีงบ ดังนั้นตนขอให้รัฐบาลเร่งการใช้งบก้อนที่สาม นั่นคือ เงินภัยพิบัติ หรือ เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ซึ่งงบก้อนนี้จะมีสองส่วน คือ เงินป้องกันหรือยับยั้งจังหวัดละ 10 ล้านบาท สามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ และเงินช่วยเหลือ จังหวัดละ 50 ล้าน และกระทรวงละ 10-100 ล้านบาทแล้วแต่กระทรวง ที่จะสามารถใช้ได้ต่อเมื่อประกาศเขตภัยพิบัติแล้วเท่านั้น


ก้อนที่สามนี้ ชัดเจนว่า เงินมีแต่ไม่ยอมใช้ รัฐบาลต้องปรับเกณฑ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด “กล้า” ที่จะประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อใช้เงินก้อนนี้ได้แล้ว เพราะทุกนาทีที่เราช้า คือความเสี่ยงที่จะทำให้ประชาชนมีโอกาสเป็นโรคทางเดินหายใจ หรือ มะเร็งปอดเพิ่มขึ้น


หากถามว่าประกาศแล้วทำอะไรได้บ้าง? หลักเกณฑ์ใหม่ในการใช้เงินก้อนนี้พึ่งคลอดออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ตนได้ผลักดันด้วยตนเองกับทางกรมบัญชีกลาง (ผู้ร่างหลักเกณฑ์) ตั้งแต่ปี 2567 ถึงการเพิ่ม “มุ้งสู้ฝุ่น” ในเงินทดรองราชการนี้ ก็อยู่ในหลักเกณฑ์นี้แล้วด้วย ประกาศภัยพิบัติแล้วสามารถใช้ได้เลย และเงินลาดตระเวน ช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิง หรือค่าอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่ไฟป่า ก็สามารถใช้ได้ก้อนนี้ได้เช่นกัน หากกังวลหลักเกณฑ์มาก ก็สามารถออกหนังสือขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ได้อีกชั้นหนึ่งด้วย เรียกได้ว่า ช่องทางมี แต่คนบริหาร ทำเป็นหรือไม่เท่านั้นเอง


ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจและใส่ใจต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชนภาคเหนือ ปัญหาไม่มีทางลุกลามโดยไร้ซึ่งงบประมาณจัดการเหมือนวันนี้ หากรัฐบาลยังเห็นว่าประเทศนี้มีภาคเหนือ ควรเร่งทำในสิ่งที่ตนเสนอวันนี้ อย่าปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นพิษเข้าปอดโดยที่รัฐบาลไม่ใส่ใจอะไรเลย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #PM25 #ฝุ่นพิษ

พรรคประชาชนประกาศเดินหน้าต่อ พร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง แนะนำ 120 สส. ผู้แทนประชาชนทั่วประเทศ

 


พรรคประชาชนประกาศเดินหน้าต่อ พร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง แนะนำ 120 สส. ผู้แทนประชาชนทั่วประเทศ


วันที่ 5 มีนาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน แนะนำ 120 สส.ทั่วประเทศ ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในการเลือกตั้ง 2569 โดยระบุว่า พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าต่อ เราพร้อมเริ่มบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลง


ในการเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนได้ประกาศภารกิจตั้งรัฐบาลประชาชน โดยมีเป้าหมายในการสร้างประเทศไทยที่ไม่เทา ประเทศไทยที่เท่ากัน และประเทศไทยที่ทันโลก ถึงแม้ผลการเลือกตั้งจะทำให้เราไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ก็ทำให้รู้ว่าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศมากกว่า 10.97 ล้านเสียงจาก 398 เขตที่ กกต. ให้การรับรองอย่างเป็นทางการ และได้ สส.เขตมากถึง 88 คน จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ


การทำงาน สส. แบบพรรคประชาชน ไม่มีเงินทองของแจก แต่จะแลกด้วยการทำงาน นำปัญหาที่อยู่ตรงหน้าของประชาชนประสานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้รีบเข้าไปแก้ไข ปัญหาอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ก็พร้อมที่จะไปแก้ให้ถึงระดับโครงสร้าง และในระดับประเทศก็พร้อมจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยของเราดีขึ้น นี่คือ สส. ของประชาชน


ในสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา เพียงแค่ 2 ปี 6 เดือนของอดีตพรรคก้าวไกล-พรรคประชาชน พวกเราเสนอร่างกฎหมายที่ก้าวหน้าไปกว่า 100 ฉบับ และหลายฉบับนำไปสู่การผลักดันประเด็นที่ก้าวหน้าในสังคม ไม่ว่าจะเป็น สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า คุ้มครองแรงงาน ฯลฯ


ในสภาชุดที่ 27 ที่กำลังจะมาถึง พรรคประชาชนขอสัญญาว่าผู้แทนราษฎรของเราจะเดินหน้าใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองระดับประเทศเพียงแห่งเดียวที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ในการเสนอร่างกฎหมายที่ก้าวหน้า สะท้อนปัญหาในพื้นที่ ทำงานเชิงรุกในกลไกกรรมาธิการ เพื่อผลักดันความเปลี่ยนแปลงและแก้ไขปัญหาของประชาชน


ขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ยังไว้วางใจและเดินทางร่วมไปกับเรา

สู้ต่อไปด้วยกัน


ทำความรู้จักผู้แทนราษฎรของท่านได้ที่ https://peoplesparty.or.th/person/parliament/

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569

เรื่องของ เสธ.แดง

 


เรื่องของ เสธ.แดง


อันเนื่องจากเมื่อ 3/03/2026 ใน มติชนสุดสัปดาห์ คอลัมน์ Special Report ชื่อ พฤษภาเลือด ความเงียบงันของ “กองทัพ” หลังยิง เสธ.แดง ที่ศาลาแดง ที่บรรยายเกี่ยวกับการตายของ เสธ.แดง อาจเน้นถึงไม่มีพวงหรีดจากกระทรวงกลาโหม และผ่านคำพูดของคุณวาสนา นาน่วม


ดิฉันขอชี้แจงสั้น ๆ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ นปช.  แต่ในส่วนทัศนะดิฉันต่อ เสธ.แดง ดิฉันได้กล่าวไว้ในการทำ Facebook Live เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. 2563 ประเด็น : รำลึก “เสธ.แดง” ทหารผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งดูทางยูทูปได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=WzLCUS9HBvE หรืออ่านได้ที่ https://udd-news.blogspot.com/2020/05/blog-post.html ในฐานะทหารของมวลชนผู้รักประชาธิปไตย


1. เสธ.แดง ไม่ใช่แม่ทัพของ นปช. เพราะเราชุมนุมโดยสันติ ไม่ใช่และไม่มีกองกำลังติดอาวุธ ดูได้ในคำพิพากษาคดีก่อการร้ายที่ได้ยุติคดีไปแล้ว

 

คำพิพากษาศาลชั้นต้น https://drive.google.com/file/d/1i8rgNhNpyMoBk4pHrtribSnaoOS-mUtN/view?usp=sharing

 

คำพิพากษาศาลชั้นอุทธรณ์ https://drive.google.com/file/d/1rW5P5WFOvHKWX790oAGCK3iPRDr-OTmr/view?usp=sharing


2. เสธ.แดง มีกลุ่มของตนเองต่างหาก ก็มิได้มากมาย ตามที่ดิฉันทราบ แต่เพราะถูกดำเนินคดี จึงต้องเข้ามาพึ่งพิง และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีของผู้ชุมนุม แต่ยังมีความเป็นทหารของกองทัพไทยในจิตใจ

3. สำคัญที่สุดในบทความนี้ที่น่าจะสรุปจากข่าวรวมในปี 2553 คือประเด็นเรื่องการป้องกันตนเองของผู้ชุมนุมซึ่งทำตามมีตามเกิด เช่น การใช้ไม้ไผ่มากั้นพรางการมองเห็น หรือการใช้ยางรถยนต์ นี่ไม่ใช่อาวุธในการสู้รบ ที่สำคัญคือการกล่าวถึงว่า “ไม่นับรวมถังแก๊สต่อท่อผ่านสายยางพร้อมแกลลอนน้ำมัน”


ดิฉันขอเรียนว่า ในที่ชุมนุมมิได้มีการวางแผนทำระเบิดจากถังแก๊สแต่อย่างใด เคยมีเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกันถามดิฉันเหมือนกัน แท้จริงแล้วถังแก๊สปิคนิคมีเอาไว้ให้มวลชนปรุงอาหารกินเองตามชอบ เพราะทางที่ชุมนุมแจกอาหารสดให้ปรุงกันเอง ไม่ได้แจกข้าวกล่อง


จึงเรียนชี้แจงแก่สังคมอีกครั้งว่า การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ปี 2553 นั้น ไม่มีกองกำลังอาวุธ ไม่ได้เตรียมก่อการร้าย /ก่อการจลาจล แต่อย่างใด เสธ.แดงท่านก็เป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และ นปช. มิได้มีกำลังคนติดอาวุธ 500 คน ตามที่ฝ่ายข่าวทหารอ้างแต่อย่างใด!!!


ธิดา ถาวรเศรษฐ

5 มี.ค. 69


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #คดีก่อการร้าย #นปช #เสธแดง


ศาลฎีกา ชี้ “หมอเกศ” ทุจริต ใช้วุฒิการศึกษาปลอม สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี


ศาลฎีกา ชี้ “หมอเกศ” ทุจริต ใช้วุฒิการศึกษาปลอม สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี


เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เกศกมล เปลี่ยนสมัย (ผู้คัดค้าน) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561


จากกรณีที่ผู้คัดค้านใช้คำนำหน้าว่า 'ศาสตราจารย์' ในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามกฎหมายไทย


จากการไต่สวนและตรวจสำนวน ศาลฎีกาฯ รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ในการสมัครรับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 19 (กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) เกศกมล ได้ระบุในเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) ช่องประวัติการศึกษาว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และระบุในช่องประวัติการทำงานว่า ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย


ศาลพิเคราะห์แล้วพบว่า สถาบัน California University FCE ซึ่งผู้คัดค้านอ้างถึง เป็นเพียงสถาบันให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และที่ผ่านมาไม่เคยมีบุคคลใดนำคุณวุฒิจากสถาบันดังกล่าวมายื่นเทียบกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการในไทย


นอกจากนี้ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน ล้วนมีขั้นตอนและระเบียบรองรับอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบชื่อเกศกมลในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และไม่ปรากฏหลักฐานการขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแต่อย่างใด


ประเด็นสำคัญที่ศาลต้องวินิจฉัยคือ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทุจริต ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 หรือไม่


ศาลฎีกาฯ เห็นว่า การกรอกประวัติการทำงานต้องระบุถึงงานที่กำลังทำหรือเคยทำมาแล้ว เมื่อผู้คัดค้านระบุว่าเป็น ศาสตราจารย์ จึงต้องมีประวัติการสอนหนังสือมาก่อน หากไม่เคยสอนก็ไม่อาจระบุตำแหน่งดังกล่าวได้ แม้กฎหมายจะไม่ได้ห้ามการระบุคุณวุฒิจากต่างประเทศ แต่ผู้สมัครมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่แอบอ้างเพื่อให้ผู้สมัครรายอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญ


ศาลจึงวินิจฉัยว่า การที่เกศกมลให้ข้อมูลประวัติการทำงานไม่ตรงต่อความจริง เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้ตน ถือเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริต ทำให้กระบวนการเลือก สว. ที่ต้องการบุคคลซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ตรงตามความเป็นจริง ต้องเสียไป การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาค


ศาลฎีกาฯ จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #หมอเกด #สวหมอเกด #เกดกมลเปลี่ยนสมัย

กกต. ประกาศผลการออกเสียงประชามติ อย่างเป็นทางการแล้ว!!!


กกต. ประกาศผลการออกเสียงประชามติ อย่างเป็นทางการแล้ว!!!


เมื่อวานนี้ (4 มีนาคม 2569) คณะกรรมการการเลือกตั้ง โดย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งได้ลงนามประกาศผลการออกเสียงประชามติ ซึ่งมีขึ้นในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้


การแสดงความเห็นการออกเสียงประชามติ ประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”


จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ จำนวน 52,933,610 คน

จำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ จำนวน 36,870,266 คน

ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 69.65 ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ


ผลของการออกเสียงประชามติ

·   เห็นชอบ จำนวน 21,621,638 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 58.64

·   ไม่เห็นชอบ จำนวน 11,241,653 คะแนน 

    คิดเป็นร้อยละ  30.49

·   ไม่แสดงความคิดเห็น จำนวน 3,074,330 คะแนน 

    คิดเป็นร้อยละ 8.34

·   บัตรเสีย จำนวน 932,583 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 2.53


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #ประชามติ2569 #กกต #เห็นชอบ #รัฐธรรมนูญใหม่



พรรคประชาชนเรียกร้องรัฐบาล แสดงความจริงใจกับประชาชน พูดให้ชัดว่ามีน้ำมันสำรองเหลือเพียง 38 วัน ต่ำกว่าที่คาด ประชาชนต้องเริ่มใช้พลังงานไฟฟ้า-น้ำมันอย่างประหยัด พร้อมชูข้อเสนอ 5 ข้อที่รัฐบาลสามารถเริ่มทำได้ทันที!

 


พรรคประชาชนเรียกร้องรัฐบาล แสดงความจริงใจกับประชาชน พูดให้ชัดว่ามีน้ำมันสำรองเหลือเพียง 38 วัน ต่ำกว่าที่คาด ประชาชนต้องเริ่มใช้พลังงานไฟฟ้า-น้ำมันอย่างประหยัด พร้อมชูข้อเสนอ 5 ข้อที่รัฐบาลสามารถเริ่มทำได้ทันที!


วันที่ 4 มีนาคม 2569 หลังจากเกิดสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกานั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหัวหน้าพรรคภูมิใจให้สัมภาษณ์ โดยยืนยันว่า “ในช่วงนี้ สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอน ยังมีการสำรองน้ำมันจะใช้ได้ ไม่ใช่แค่เพียง 60 วัน ไทยไม่ได้มีแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเท่านั้น ยังมีภูมิภาคอื่น ๆ อีก”


ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงพลังงานได้เปิดเผยเมื่อ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า ไทยมีน้ำมันสำรองอยู่ในประเทศเพียง 38 วัน ถือว่าต่ำกว่าระยะเวลาที่ประชาชนเข้าใจว่าน่าจะมีน้ำมันสำรอง 60 วัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่นับรวมน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลด้วย ไม่ได้แปลว่าปัจจุบันมีน้ำมันทั้งหมดอยู่ในประเทศเหลือพอสำหรับ 60 วันจริง ๆ ดังนั้นในการนี้ พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลควรมีความจริงใจในการสื่อสารกับประชาชนเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ตามจริง เพื่อที่จะเตรียมพร้อมในการรับมือกับวิกฤตดังกล่าว


พรรคประชาชนมีข้อเสนอในการรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวในประเด็นเรื่องพลังงาน ดังนี้ 


1) รณรงค์ให้ประชาชนเริ่มใช้พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้าอย่างประหยัด เพราะมีความเสี่ยงที่น้ำมันอาจขาดแคลนได้ เราต้องเริ่มประหยัดการใช้พลังงานได้แล้ว เพื่อให้รับมือกับภาวะวิกฤตที่อาจขาดแคลนพลังงานในอนาคตได้


2) รัฐบาลต้องเป็นตัวอย่าง เริ่มประหยัดพลังงานทันที หน่วยงานราชการ Work from Home


โดยสั่งให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เริ่มประหยัดการใช้พลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมันทันที หน่วยงานราชการต้อง Work from Home เท่าที่สามารถทำได้ เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ลง ลดการใช้ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการหลัง 17.00 น. เป็นต้นไป พร้อมทั้งปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในที่ทำงานภาครัฐเป็น 26-27°C ทั่วประเทศ เป็นต้น


3) เปิดเผยสถานะปรับแผนความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Contingency Plan) และบริหารราคาอย่างโปร่งใส เป็นธรรม 


​เร่งหาแหล่งนำเข้าพลังงานสำรอง (Alternative Sourcing) โดยรัฐบาลและปตท. ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะนำเข้า LNG จากแหล่งอื่น (เช่น ออสเตรเลีย หรือ สหรัฐฯ) มาทดแทนส่วนที่หายไปจากกาตาร์ได้ทันท่วงทีหรือไม่ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะบริหารจัดการอย่างไร


​รวมทั้งเปิดเผยสถานะกองทุนน้ำมันและงบประมาณอุดหนุนค่าไฟ โดยรัฐบาลควรชี้แจงว่า "หน้าตัก" ที่มีอยู่สำหรับอุดหนุนราคาน้ำมันและค่าไฟ (Ft) จะยื้อได้นานแค่ไหนในภาวะวิกฤตนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนไปเจอบิลเรียกเก็บค่าไฟที่สร้างความตกใจได้ในเดือนถัดไป


4. การปฏิรูปการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน อย่างแท้จริง


ปัจจุบัน ระบบ Net Billing คือที่ประชาชนสามารถขายไฟให้รัฐได้ยังมีข้อจำกัดอยู่ในเชิงปริมาณการรับซื้อจากทางภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันโควตาของโครงการดังกล่าวเต็มและไม่ได้มีการขยายการรับซื้อเพิ่ม รัฐบาลจะต้องขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนให้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่มีราคาผันผวนในปัจจุบัน


รวมถึงต่อยอดระบบซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนให้เป็นระบบ Net Metering เหมือนต่างประเทศ ​เปลี่ยนจาก "ราคารับซื้อ" เป็น "การหักลบหน่วยไฟฟ้า" (Real Net Metering) ต้องผลักดันให้เป็น "จดหน่วยลบหน่วย" (ผลิตได้เท่าไหร่ เอาไปลบออกจากที่ใช้จริง 1:1) สิ่งนี้จะกระตุ้นให้คนติดตั้งโซลาร์เซลล์ทันทีโดยไม่ต้องรอรัฐอุดหนุน


รวมถึงการ​ใช้ระบบ "จดแจ้ง" แทน "ขออนุญาต" (One Stop Service) เนื่องจากปัจจุบันการติดโซลาร์เซลล์ต้องขออนุญาตหลายหน่วยงาน (กบง., กกพ., การไฟฟ้าฯ, โยธาฯ) ใช้เวลานานมาก รัฐบาลควรเปลี่ยนเป็น ระบบแจ้งเพื่อทราบออนไลน์ หากขนาดติดตั้งไม่เกินที่กำหนด เพื่อความรวดเร็วและลดช่องว่างการในการทุจริต


ประชาสัมพันธ์​สิทธิประโยชน์ทางภาษี เรื่องการนำค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนก้อนแรกให้กับประชาชน ให้ประชาชนรับทราบเป็นวงกว้าง


ลดการพึ่งพาก๊าซ LNG และพลังงานจากต่างประเทศในระยะยาว เรื่องนี้สำคัญที่สุดที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำ


5. รัฐบาลควรเจรจากับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ที่ปล่อยโรงงานไว้เฉยๆ ให้มีการลดค่าพร้อมจ่ายลง เพื่อเป็นตัวช่วยหนึ่งของการตรึงราคาพลังงานไฟฟ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในระยะเร่งด่วน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #พลังงาน #น้ำมันสำรอง

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

เปิด 100 ชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ กกต.รับรองครบ พรรคประชาชนได้ 32 เก้าอี้ ภท.19 พท.16 และมี 13 พรรคได้ 1 ที่นั่ง

 


เปิด 100 ชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ กกต.รับรองครบ พรรคประชาชนได้ 32 เก้าอี้ ภท.19 พท.16 และมี 13 พรรคได้ 1 ที่นั่ง


วันนี้ (4 มีนาคม 2569) สำนักงานคณะกรรมการการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงข่าว “การเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ” โดยมีว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. (โฆษกสำนักงาน) และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. (รองโฆษกสำนักงาน) ให้ข้อมูล


ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. (โฆษกสำนักงาน) เผยว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จำนวน396 คน เป็นไปตาม มาตรา 127 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้กำหนดไว้ ว่าเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบเบื้องต้น และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม จำนวนไม่น้อยกว่า 95%, ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งยังคงมีเหลืออีก 4 เขตเลือกตั้ง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งวันนี้ได้มีมติประกาศผลการเลือกตั้งอีก 3 เขต ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่1 และเขตเลือกตั้ง ที่ 2 จังหวัดจันทบุรี และเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดพะเยา และคงเหลือเพียง เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่ง เรื่องนี้ พบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วย ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริต ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม นำไปสู่ระบวนการสืบสวนไต่สวนต่อไ


ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กกต.ยังได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งคณ ะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับรายงานผลคะแนนรวมแบบบัญชีรายชื่อจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ให้ดำเนินการรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ โดยคะแนนของทุกพรรคการเมืองที่ได้รับแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 35,030,579, คะแนน ซึ่งสามารถระบุจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองแต่ละพรรค ได้ดังนี้


พรรคประชาชน 32 คน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูวัตร

นายเซีย จำปาทอง

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์

นางสาวณัฐยา บุญภักดี

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

นายรังสิมันต์ โรม

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล

นายธีระ สุธีวรางกูร

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม

นายกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง

นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

นายศุภโชติ ไชยสัจ

นายประมวล สุธีจารุวัฒน

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล

นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์

นางสาวภคมน หนุนอนันต์

นายสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ

นายปิยรัฐ จงเทพ

นางสาวรัชนก ศรีนอก

นายรอมฎอน ปันจอร์

นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ

นายธีรศักดิ์ จิระตราชู

นางสาวธนพร วิจันทร์


พรรคภูมิใจไทย 19 คน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล

นายไชยชนก ชิดชอบ

นายวราวุธ ศิลปอาชา

นายสันติ พร้อมพัฒน์

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์

นายชลัฐ รัชกิจประการ

นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ 

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี 

นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ 

นางสาวไตรศุลี ไตรสนณกุล 

นางนันทนา สงฆ์ประชา 

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ 

นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ 

นางสาวศศิธร กิตติธรกุล

นายศุภชัย ใจสมุทร

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์

นายเกรียงยศ สุดลาภา

นายธนกร วังบุญคงชนะ 

นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ 


พรรคเพื่อไทย 16 คน

นายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 

นายไพโรจน์ โล่สุนทร

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล 

นายสุทิน คลังแสง 

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ 

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช 

นายสุชาติ ตันเจริญ 

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

นายธงธรรม เวชยชัย

นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์

นายอดิศร เพียงเกษ 


พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายชวน หลีกภัย 

นายกรณ์ จาติกวณิช 

นางการดี เลียวไพโรจน์ 

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

นายอัมพร พินะสา 

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย 

นายชขัยชนะ เดชเดโช 

นายสกลธี ภัททิยกุล 

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

นายอิสรา สุนทรวัฒน์ 


พรรคเศรษฐกิจ 3 คน

นายคริส โปตระนันทน์

นายพีรพล กนกวลัย

นางสาวอังสณา นิยมวณิชกุล


พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน

นายพงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล

นายอชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย


พรรคกล้าธรรม 2 คน

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์


พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

นายชัชวาลล์ คงอุดม


13 พรรคการเมือง พรรคละ 1 คน ประกอบด้วย


พรรคใหม่

นางสาว ณวินดา สวัสดิ์เดชดี


พรรคไทยทรัพย์ทวี

นายทวีทรัพย์ ตัดสมัย


พรรคประชาธิปไตยใหม่

นายสุรทิน พิจารณ์


พรรคมิติใหม่

นายปรีชา ไข่แก้ว


พรรคไทยภักดี

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม


พรรคไทยสร้างไทย

นายอุดมเดช รัตนเสถียร


พรรครวมพลังประชาชน

นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์


พรรคเสรีรวมไทย

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส


พรรคทางเลือกใหม่

นายราเชน ตระกูลเวียง


พรรคไทรวมพลัง

นายวศวรรธน์ พวงพรศรี


พรรคพลังประชารัฐ

นายภัครธรณ์ เทียนไชย


พรรครวมใจไทย

นายบุญรวี ยมจินดา


พรรคประชาชาติ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง


โดยผู้ที่ได้รับเลือกแบบสส.บัญชีรายชื่อ สามารถมารับหนังสือรับรองการเป็นสส.ในวันที่ 5 -6 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในเวลาราชการ


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569


"สมชัย" ผนึก กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. และทีมนักสืบไซเบอร์ จัดจำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใช้เวลาแค่ 5 นาทีรู้ครบ 10 คนใครเลือกก๋วยเตี๋ยวเมนูไหน "ปริญญา" จี้ กกต. ต้องคุ้มครองสิทธิประชาชน หวั่นเลือกตั้งไม่ลับจริง! “นรเศรษฐ์” ย้ำศึกษาเชิงวิชาการ ไม่ตีความกฎหมาย

 


"สมชัย" ผนึก กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. และทีมนักสืบไซเบอร์ จัดจำลองเลือกตั้ง ถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ใช้เวลาแค่ 5 นาทีรู้ครบ 10 คนใครเลือกก๋วยเตี๋ยวเมนูไหน "ปริญญา" จี้ กกต. ต้องคุ้มครองสิทธิประชาชน หวั่นเลือกตั้งไม่ลับจริง! “นรเศรษฐ์” ย้ำศึกษาเชิงวิชาการ ไม่ตีความกฎหมาย


วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการจัดจำลองการเลือกตั้งโดยภาคประชาชน ร่วมกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อศึกษาว่าการมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้หรือไม่


ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้อำนวยการดีโหวท มหาวิทยาลัยศรีปทุม, นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO บริษัท Domecloud พร้อมทีมนักสืบที่ร่วมถอดรหัสบัตรเลือกตั้งจำลอง, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว., น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว., นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว., นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ, นายธนพร ศรียากูล นักวิชาการด้านการเมือง, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, น.ส.นารากร ติยายน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ และ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ร่วมสังเกตการณ์


นายเจษฎ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนไม่เคยพูดว่าโมฆะหรือไม่ แต่พูดอยู่เสมอว่าระดับความลับของการเลือกตั้งมีอยู่ 3 ระดับ 1. เดินผ่านด้านหลังคูหาแล้วมีโอกาสเห็น 2. ระดับเจ้าหน้าที่ ที่ถูกตั้งคำถามว่าหัวกับหางมาเจอกันหรือไม่ และ 3. ความลับในระบบที่มีถึง 3 ชั้น ที่เป็นข้อถกเถียงกันว่าสแกนบาร์โค้ดแล้วไปเจอหัวในระบบไปตามเจอได้หรือไม่ แล้วจะไปตามเจอได้อย่างไร


ด้านนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดจากความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จึงเห็นว่าควรเปิดพื้นที่ศึกษาในเชิงวิชาการ โดยกมธ.จะใช้ผลการทดลองเป็นข้อมูลประกอบการทำรายงานเรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า ข้อสรุปจากกิจกรรมครั้งนี้จะไม่ใช่การตีความข้อกฎหมายหรือวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่เป็นเพียงการพิสูจน์ความเสี่ยงของระบบเท่านั้น


นายสมชัย ได้อธิบายกติกาการทดลอง โดยให้ตัวแทนประชาชน 10 คน รับบัตรเลือกตั้งจำลอง เข้าไปลงคะแนนในคูหาและหย่อนบัตร ซึ่งใช้หัวข้อ “ก๋วยเตี๋ยวที่ชอบแบบบัญชีรายชื่อ” ประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ เย็นตาโฟ ต้มยำ เนื้อตุ๋น ไก่มะระ และเป็ด โดยให้อาสาสมัครถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนไว้เป็นความลับ โดยย้ำว่า ขั้นตอนดังกล่าวไม่มีในกระบวนการเลือกตั้งจริงของ กกต. เพราะการถ่ายภาพบัตรถือว่าผิดกฎหมาย


ระหว่างการจำลองสถานการณ์เกิดเหตุไฟดับภายในห้อง ทำให้นายสมชัยกล่าวแซวว่า “เป็นการจำลองที่เสมือนจริง”


ภายหลังการลงคะแนนได้เริ่มนับคะแนน โดยผลปรากฏว่า บัตรดี 7 ใบ บัตรเสีย 2 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ จากนั้นได้ให้ทีมนักสืบ 5 ทีมถอดรหัสบัตรภายในเวลา 20 นาที


ผลการทดลองพบว่า ทีมนักสืบสามารถระบุได้ว่าผู้ลงคะแนนแต่ละคนเลือกเมนูใด โดยมีหลายทีมตอบถูกทั้งหมด ขณะที่บางกรณีตอบถูก 3-4 ทีม ซึ่งทีมที่ตอบถูกครบ 10 คน ระบุว่าใช้วิธีถ่ายภาพและสแกนคิวอาร์โค้ดด้วยแอปพลิเคชันทั่วไป เช่น LINE ทำให้สามารถทราบลำดับของผู้ลงคะแนน บัตรเสีย และเหตุผลของการไม่ประสงค์ลงคะแนนได้


อีกทีมหนึ่งใช้วิธีถ่ายภาพบัตรแล้วสแกนรหัสเพื่อนำไปเทียบกับรายชื่อผู้ลงคะแนน ขณะที่อีกทีมใช้วิธีจัดทำตารางลำดับการขานบัตรประกอบกับรหัสที่ปรากฏบนบัตร ทำให้สามารถระบุได้ว่าแต่ละลำดับเลือกอะไร ซึ่งระบุว่าวิธีนี้ใช้เวลาเพียงประมาณ 5 นาที


นายปริญญา กล่าวว่า การทดลองครั้งนี้พิสูจน์ว่า แม้ไม่มีต้นขั้วบัตรหรือรายชื่อผู้ใช้สิทธิ์ ก็ยังสามารถเชื่อมโยงได้ หากรู้ลำดับการลงคะแนน พร้อมตั้งคำถามว่า กกต.จะมั่นใจได้อย่างไรว่า จะไม่มีเจ้าหน้าที่บางหน่วยนำข้อมูลไปใช้ติดตามผู้ลงคะแนน


ขณะที่นายสมบัติ ระบุว่า หากระบบดังกล่าวมีช่องให้ติดตามผู้ลงคะแนนได้จริง ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเสนอให้ กกต.เปิดหีบตรวจสอบคะแนนบางหน่วย เช่น 100-500 หน่วย เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #กกต #เลือกตั้ง2569  #กมธพัฒนาการเมือง











อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 ปชน. แจ้งความเอาผิด กปน. หลังนับคะแนนใหม่แล้วคาดเคลื่อนหนัก ชี้ควรนับคะแนนทั้งเขตเลือกตั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ก็ไปยื่นเรื่องให้ กกต. สุพรรณบุรีนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตด้วย

 


อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 ปชน. แจ้งความเอาผิด กปน. หลังนับคะแนนใหม่แล้วคาดเคลื่อนหนัก ชี้ควรนับคะแนนทั้งเขตเลือกตั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ก็ไปยื่นเรื่องให้ กกต. สุพรรณบุรีนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตด้วย


วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ สภ.บางตาเถร จ.สุพรรณบุรี นุศรา ศรีสังข์งาม อดีตผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 23 และ 119 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีการนับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้งมีความคาดเคลื่อนจากการนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569


หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ได้มีการยื่นเรื่องต่อ กกต.สุพรรณบุรี ขอให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง และดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนกรณีบุคคลที่กระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม


นุศราระบุว่าจากการนับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่ามีความคาดเคลื่อนเกิดขึ้น ประกอบด้วย


1) หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี มีความคลาดเคลื่อนจากการพิจารณาบัตรเสีย 2 คะแนน


2) หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต โดยผู้สมัครจากพรรคประชาชนจากเดิมได้ 104 คะแนน นับใหม่ได้ 228 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 427 คะแนน นับใหม่ได้ 263 คะแนน


3) หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ โดยพรรคประชาชนจากเดิมได้ 198 คะแนน นับใหม่ได้ 226 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 279 คะแนน นับใหม่ได้ 233 คะแนน


4) หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ต.บ้านช้าง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีความคาดเคลื่อนในคะแนนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต โดยผู้สมัครจากพรรคประชาชนจากเดิมได้ 129 คะแนน นับใหม่ได้ 165 คะแนน พรรคภูมิใจไทยจากเดิมได้ 297 คะแนน นับใหม่ได้ 212 คะแนน


นุศรากล่าวต่อไปว่าการยื่นคำร้องในวันนี้ รวมทั้งก่อนหน้านี้ที่ได้มีการยื่นเรื่องไปกับ กกต.ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อขอให้มีการนับคะแนนและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ เพราะที่จังหวัดสุพรรณบุรีในเขตที่ 2 ปรากฏหลักฐานอันเชื่อได้ว่าอาจมีการจูงใจนับและรวมคะแนนโดยไม่ถูกต้อง และมีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม


ซึ่งที่ผ่านมา กกต. ก็ได้มีการดำเนินการให้มีการนับคะแนนใหม่ในหน่วยที่ปรากฏเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผลคะแนนออกมาคือพรรคประชาชนได้คะแนนกลับคืนมาตามที่แจ้งไปเบื้องต้น ซึ่งทาง กกต. ก็รับเรื่องและระบุว่าจะดำเนินการกับ กปน. ทั้งสองหน่วยของ อ.สองพี่น้อง ต่อไป


นุศรากล่าวต่อไปว่าสำหรับการมาแจ้งความในวันนี้ เมื่อปรากฏออกมาเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผลคะแนนมีความคาดเคลื่อนอย่างไม่ปกติ จึงต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งในจังหวัดสุพรรณบุรีในเขตเลือกตั้งที่ 2 ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวและนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายต่อไป


ทั้งนี้ จากผลคะแนนที่นับใหม่ออกมาแล้วมีความผิดปกติขนาดนี้ ควรจะเป็นที่บ่งชี้ได้แล้วว่ามีการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในวงกว้าง และจากนี้หวังว่า กกต. จะพิจารณาตามเรื่องที่ตนได้ร้องไปเพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 ของ จ.สุพรรณบุรีต่อไป

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569 #กกต #สุพรรณบุรี

ด่วน! กกต.ประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อ 100 คนแล้ว และรับรอง 3 สส.แบ่งเขต เหลือแค่เขต 2 สุพรรณฯนัดแถลง 4 โมงเย็นวันนี้

 


ด่วน! กกต.ประกาศรับรองผล สส.บัญชีรายชื่อ 100 คนแล้ว และรับรอง 3 สส.แบ่งเขต เหลือแค่เขต 2 สุพรรณฯนัดแถลง 4 โมงเย็นวันนี้


วันที่ 4 มี.ค. 2569 มีรายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เกี่ยวกับการรับรองผลการเลือกตั้ง 69 ในกรณีของการรับรอง 100 สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขต ที่ยังเหลืออีก 4 เขต ภายหลังประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตไปแล้ว 396 เขตนั้น


ล่าสุด ที่ประชุม กกต. มีมติรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อแล้ว จำนวน 100 คน และ สส.แบบแบ่งเขต เพิ่มเติมอีก 3 ยกเว้นในส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สุพรรณบุรี ที่ยังไม่ประกาศ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบผลคะแนน และ กกต.มีมติดำเนินสอบสวนกับคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไปเมื่อไม่นานมานี้


โดย 3 สส.เขตที่ กกต.ประกาศรับรองเพิ่มเติมวันนี้คือ สส.จันทบุรี เขต 1 นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ จากพรรคภูมิใจไทย สส.จันทบุรี เขต 2 นายคัมภีร์ ชื่นบาน จากพรรคภูมิใจไทย และ จ.พะเยา เขต 1 นายอัครา พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม


ยังเหลือ สส.สุพรรณบุรี เขต 2 (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย คะแนนนำ) ที่ยังไม่ประกาศผลรับรอง


ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต. นัดหมาย เวลา 16.00 น. วันนี้ (4 มี.ค.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะโฆษกสำนักงาน กกต. พร้อมด้วยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.และรองโฆษกสำนักงาน กกต. และน.ส.พิมพ์สุทธิชา โชติชินเกษม ผู้อำนวยการสำนักจัดการการเลือกตั้ง จะแถลงข่าว "การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ" ณ ศูนย์การเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ชั้น 2 สำนักงาน กกต.


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์  #เลือกตั้ง2569 #กกต

ณัฐพงษ์–ทวิวงศ์ พร้อมรับใช้ประชาชน เดินหน้าแก้ปัญหาให้ชาวอยุธยาพ้นจากน้ำท่วม เร่งผลักดันศูนย์อพยพมาตรฐาน–คลองระบายน้ำสู่ทะเล หยุดน้ำท่วมซ้ำซาก

 


ณัฐพงษ์–ทวิวงศ์ พร้อมรับใช้ประชาชน เดินหน้าแก้ปัญหาให้ชาวอยุธยาพ้นจากน้ำท่วม เร่งผลักดันศูนย์อพยพมาตรฐาน–คลองระบายน้ำสู่ทะเล หยุดน้ำท่วมซ้ำซาก


วันที่ 3 มีนาคม 2569 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางมาที่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับอดีตผู้สมัคร สส. ของพรรคประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความเห็นกับประชาชนหลังการเลือกตั้ง 2569 ของพรรคประชาชน อยุธยา


ณัฐพงษ์ได้กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาเพื่อมาเติมความหวัง และรับฟังความเห็นของทุกคน เพื่อถอดบทเรียนให้กับพรรคประชาชนหลังจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และนำเสนอผลการเปิดรับฟังความเห็นจากสมาชิกและประชาชน เพื่อถอดบทเรียนและกำหนดยุทธศาสตร์หลังการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งทุกข้อคิดเห็นกรรมการบริหารพรรคได้รับทราบ และพรรคพร้อมที่จะทำงานเชิงพื้นที่ต่อไปในอนาคต


อย่างในพื้นที่บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด พรรคประชาชนก็มีตัวแทนในพื้นที่อย่าง ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีตผู้สมัคร สส. อยุธยา เขต 1 ที่คอยขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตลอด 2 ปีที่ผ่านมา


ด้านทวิวงศ์ได้เสนอถึงนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่บางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่พรรคประชาชนจะขับเคลื่อนและผลักดันต่อไป สำหรับระยะสั้นนั้น จะต้องติดตามและเสนอแนวทางการรับมือปัญหาน้ำท่วมอยุธยาที่เกิดช่วงสิ้นปีเป็นประจำทุกปี จำเป็นต้องมีการเตรียมรับมือตั้งแต่ช่วงต้นปี จึงจะทันกับสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนได้


พรรคประชาชนมีข้อเสนอต่อรัฐบาล โดยแบ่งเป็นระยะเฉพาะหน้าและระยะยาว สำหรับระยะเฉพาะหน้า พรรคประชาชนเสนอให้เร่งจัดทำศูนย์อพยพมาตรฐานในรูปแบบอาคารเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ เตียงฉุกเฉิน พื้นที่เก็บอุปกรณ์ในการหาเลี้ยงชีพ ชุดปฐมพยาบาล และติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องอาศัยในเต็นท์ริมถนน พร้อมให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขุดลอกคูคลองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางน้ำสายรองและสนับสนุนเกษตรกร โดยรัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง


สำหรับด้านเงินเยียวยา เสนอให้จ่ายทุกสิ้นเดือนตั้งแต่เกิดเหตุ ไม่ต้องรอให้น้ำลด นำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้ตรวจสอบความเสียหายจริง รวมถึงชดเชยพื้นที่นาและเกษตรกรรมที่ถูกใช้เป็นทุ่งรับน้ำ พร้อมจัดตั้งกองทุนดีดบ้านสำหรับประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำหรือริมแม่น้ำ เพื่อยกระดับบ้านและพัฒนาสาธารณูปโภคที่จำเป็น


สำหรับระยะยาว พรรคประชาชนเสนอให้รัฐบาลทำการศึกษาและผลักดันโครงการคลองชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย โดยเริ่มจากช่วงปลายน้ำป่าสัก–อ่าวไทย เพื่อสร้างทางระบายน้ำออกสู่ทะเล พร้อมวางแผนเวนคืนและประเมินประสิทธิภาพโครงการคลองระบายน้ำ ควบคู่กับการเพิ่มระบบระบายน้ำเข้า–ออกทุ่งรับน้ำ เช่น ประตูน้ำควบคุมระยะไกลและท่อรอดส่งน้ำที่เปิด–ปิดได้ เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยืดหยุ่น ทั้งช่วงน้ำหลากและช่วงเตรียมเพาะปลูก รวมถึงเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อเพิ่มอำนาจ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้กำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีเอกภาพ และจัดการวิกฤตได้ทันท่วงที


นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังได้เดินทางไปที่ วัดใหญ่ชัยมงคลวรวิหาร เพื่อเข้าร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งได้รับการตอบรับหนาแน่นจากประชาชนในพื้นที่อย่างอบอุ่น

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #ประชาชนอยุธยา