วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568

ประชุมครม.วันนี้ นายกฯ ลั่น หาต้นเหตุตึกถล่มให้ได้!

 


ประชุมครม. วันนี้ นายกฯ ลั่น หาต้นเหตุตึกถล่มให้ได้!


วันนี้ (1 เมษายน 2568) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 13/2568 ดังนี้


เพื่อให้มีมาตรการที่ชัดเจนในการรับมือ อุบัติภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ


กระทรวงมหาดไทย

- จัดทำแผน และมาตรการในการป้องกันภัยพิบัติ โดยแบ่งหน้าที่และขั้นตอนอย่างชัดเจน (Flowchart) เสนอภายในสิ้นเดือนนี้

- ปภ. หามาตรการประสาน กับ DE กรมอุตุนิยมวิทยา และ กสทช. ในการส่งข้อความเตือนภัย ที่ชัดเจน และรวดเร็วมากขึ้น ให้มีการใช้ระบบ Virtual cell broadcast กับอุปกรณ์โทรศัพท์ทุกรูปแบบ ระหว่างรอระบบ Cell broadcast ที่จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือน กรกฎาคม นี้

- กรมโยธาธิการฯ เร่งออกมาตรการตรวจสอบอาคารสูงทุกอาคารให้ได้มาตรฐาน


กระทรวงการต่างประเทศ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศที่มีความพร้อมในระบบเตือนภัย เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป นิวซีแลนด์ และ อิสราเอล โดยประสานผ่านสถานทูต เชิญมาประชุม กับผู้ที่เกี่ยวข้องของไทย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับประเทศไทยให้เร็วที่สุด


กระทรวงสาธารณสุข

วางแผนรับมือทั้งแพทย์ฉุกเฉิน เตียงสนาม ให้เพียงพอ รวมถึงจิตแพทย์ที่จะดูแลฟื้นฟูผู้ที่รับผลกระทบ


กระทรวงท่องเที่ยวฯ

เร่งสื่อสารกับนักท่องเที่ยว หรือต่างชาติที่ทำงานในไทย ให้ได้รับข้อความเตือนภัย และแผนรับมือเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน


กระทรวงทรัพยากรฯ

ระดมนักวิชาการทางด้านธรณีวิทยา เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในมาตรการรับมือที่ถูกต้อง และป้องกันภัยได้อย่างรัดกุมที่สุด รวมถึงตรวจระบบเตือนภัยต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่ ให้สามารถใช้งานได้อย่างปกติ เช่น ระบบเตือนภัยสึนามิ ตลอดจนการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้มากขึ้น


กระทรวงศึกษาธิการ

เร่งเพิ่มเติมหลักสูตร แผนการรับมือภัยธรรมชาติ ในทุกรูปแบบให้กับนักเรียนนักศึกษาทุกระดับ


กระทรวงคมนาคม

เร่งตรวจสอบเส้นทางคมนาคม ทุกมิติ ให้พร้อมบริการประชาชน รวมถึงตรวจสอบงานก่อสร้างขนาดใหญ่ให้ได้มาตรฐาน รองรับภัยธรรมชาติต่าง ๆ ได้


สำนักนายกรัฐมนตรี

ร่วมมือกับ ปภ. เร่งสรุปมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว


กรมประชาสัมพันธ์

เป็นศูนย์กลางในการกระจายข่าวสารที่ถูกต้อง อย่างทั่วถึง ครบถ้วน รวมทั้งประสานเอกชน ที่มีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ที่สามารถขึ้นภาพได้ทันที


กรณีอาคาร สตง.ถล่ม

ให้ คกก. เร่งสืบหาข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน หากมีความผิดต้องดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด


โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รายงานว่า DSI ได้รับเป็นคดีพิเศษเพื่อติดตามตรวจสอบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่พบว่ามี นอมินี มากถึง 17 บริษัท ขณะที่ ก.พาณิชย์ พบว่าบริษัทดังกล่าวรับงานส่วนราชการไปทั้งหมด 11 งาน 10 งานอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนงานที่แล้วเสร็จเป็นอาคารเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป ด้าน ก.อุตสาหกรรม รายงานผลการตรวจสอบเหล็กพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน โดยจะส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนต่อไป


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #แพทองธาร #อาคารสตงถล่ม #แผ่นดินไหว #สตง