วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569

"นันทนา" ซัด กกต. ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ! ฟ้องปิดปาก ปชช. เรียกร้องยุติขัดขวางการตรวจสอบ"เลือกตั้ง" ด้านทนายอั๋น ลั่น จะเป็นทนายความให้ทุกคดีที่ กกต.ฟ้องประชาชนคดีเลือกตั้ง จ่อยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน 4 มี.ค. นี้

 


"นันทนา" ซัด กกต. ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ! ฟ้องปิดปาก ปชช. เรียกร้องยุติขัดขวางการตรวจสอบ"เลือกตั้ง" ด้านทนายอั๋น ลั่น จะเป็นทนายความให้ทุกคดีที่ กกต.ฟ้องประชาชนคดีเลือกตั้ง จ่อยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน 4 มี.ค. นี้


วันที่ 2 มีนาคม 2569 นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้ SLAPP กับประชาชน ว่า จากปัญหาจากการเลือกตั้งที่มีข้อบกพร่องผิดพลาดมากมายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ กกต. ได้จัดการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว แต่ในครั้งนี้นอกจากการนับคะแนนที่ไม่ชัดเจนการรายงานผลคะแนนที่ไม่สอดคล้องกับคะแนนหน้าหน่วย การประกาศผลคะแนนล่าช้าแต่กลับรับรอง สส. อย่างรวดเร็ว ยังมีปัญหาเรื่องคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าการใส่เครื่องหมายใด ๆ บนบัตรเลือกตั้ง จะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่


นางสาวนันทนา ยังกล่าวว่า แทนที่กกต.จะออกมาชี้แจงให้ประชาชนหายสงสัยกลับเลือกวิธีดำเนินคดีกับประชาชนเริ่มต้นจากการฟ้องประชาชนชาวชลบุรี ในข้อหาบุกรุกขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นยังแจ้งความดำเนินคดีกับอีก 6 คนในข้อหาร้ายแรง ถึง 5 ข้อหา เช่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. , ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นประชาชน , มาตรา 209 ความผิดฐานอั้งยี่ , มาตรา 322 เปิดเผยเอกสารผู้อื่น และ มาตรา 14 การนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีโทษทั้งจำและปรับ ตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 10 ปี นี่จะถือว่าเป็นการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ เพียงเพราะว่าประชาชนต้องการเข้าไปตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่


โดยนี่คือการทำหน้าที่พลเมืองดีในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งใช่หรือไม่ การกระทำของ กกต. จึงถือเป็นการลุแก่อำนาจไม่นำพาจารีตการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรรัฐซึ่งเป็นแก่นสารสาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะองค์กรรัฐที่ใช้เงินภาษีของประชาชนย่อมไม่อาจหลีกหนีการตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่งรัฐบาลยิ่งต้องถูกตรวจสอบให้การเลือกตั้งนั้นโปร่งใสที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและสส.ใหม่ ว่าเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง


"การดำเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าวของกกต.จึงเป็นความพยายามปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นความพยายามที่จะปิดปากประชาชนไม่ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ในฐานะสว. เห็นว่า กกต.นั้นควรยินยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของประชาชนอย่างเข้มข้นในทุกมิติ เพื่อให้หายสงสัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสสุจริตและเป็นความลับ กกต. ควรยุติการขัดขวางกระบวนการตรวจสอบของประชาชน และหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกมิติ เพื่อให้การได้มาซึ่ง สส. และรัฐบาลเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างสิ้นสงสัย" นางสาวนันทนา กล่าว


นางสาวนันทนา ยังกล่าวถึง การจำลองการเลือกตั้งที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง จะจัดให้เกิดขึ้นในวันพุธนี้เป็นเรื่องที่กกต.ควรสนับสนุน เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นความลับหรือไม่ แต่กกต. พยายามที่จะขัดขวางและปิดกั้น พร้อมบอกว่าการพยายามจัดการเลือกตั้งจำลองนั้น เป็นความผิดทางกฎหมาย


ตนเห็นว่าถ้าการจัดการเลือกตั้งจำลอง หรือการจัดการเลือกตั้งใดๆ ที่ กกต. ไม่ได้เป็นผู้จัดนั้นเป็นความผิดทางกฎหมาย ต่อไปการจัดเลือกตั้งหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นประถมก็จะผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ กกต. ควรยุติการปิดกั้นการตรวจสอบของภาคประชาชน โดยหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สร้างความชอบธรรมให้แก่การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว กกต. นั่นแหละจะตกเป็นจำเลยของประชาชนทั้งประเทศ


ด้านนายภัทรพงศ์ ศุภอักษร ทนายความ แถลงแสดงจุดยืนว่ากลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่ใช่อาชญากรรมหรือบุคคลที่ก เซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐตามข้อกล่าวหา แต่เห็นว่าการเลือกตั้งไม่สง่างามไม่สุจริตไม่เที่ยงธรรม โดยเห็นว่าการใช้อำนาจของ กกต. ในการฟ้องร้องเป็นการปิดปากประชาชน กดเสียงของประชาชนให้เงียบลง แต่เชื่อว่าเสียงของประชาชนจะดังขึ้นและขยายออกไปไกลกว่าเดิม และแสดงความพร้อมเป็นทนายความให้กับประชาชนที่ออกมาตรวจสอบการทำงานของ กกต. ในทุกคดี ชี้ว่าสังคมต้องเดินด้วยความกล้าหาญไม่ใช่ความหวาดกลัว


นายภัทรพงศ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าว่า ได้ไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกันนี้จะร่างคำร้องชี้เห็นถึงกระบวนการการเลือกตั้ง ตั้งแต่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดการเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแนบท้ายคำร้องที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมจะขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและไต่สวนฉุกเฉินเพื่อให้ สส. ที่ได้มารายงานตัว ยังไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ โดยจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินในวันพุธที่ 4 มีนาคมนี้


“คือผมไม่ต้องการให้เปิดสภาผู้แทนราษฎรในการปฎิบัติหน้าที่ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ สง่างาม มันสกปรกแต่ก็มีส่วนหนึ่งเชิดหน้าชูตาแถลงข่าวยิ้มแย้มแจ่มใส คุณก็รู้ที่มาองรวมไม่ สง่างาม แล้วที่บอกว่ารับรองไปก่อนสอยทีหลัง นั่นเป็นเรื่องของบุคคลแต่ละคนแต่วันนี้กระบวนการเนาะเฟะ หมายถึงกระบวนการที่ไม่ชอบทั้งกระบวนการ” นายภัทรพงศ์ กล่าว


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #เลือกตั้ง2569 #กกต

“พรรคเพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ต่อความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อม 3 ข้อเรียกร้อง

 


“พรรคเพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ต่อความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อม 3 ข้อเรียกร้อง


เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ต่อความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางและการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาค โดยมีความว่า


แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย


เรื่อง สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาค


ตามที่ปรากฏสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น พรรคเพื่อไทยมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนและแรงงานไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย


พรรคเพื่อไทยขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องดังนี้:


1. พรรคเพื่อไทยขอส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องคนไทยและครอบครัว ขอให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวังสูงสุด และติดตามข้อมูลข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตและหน่วยงานของรัฐอย่างใกล้ชิดในทุกช่องทาง


2. พรรคเพื่อไทยขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในการติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุเพื่อดูแลความปลอดภัย รวมถึงแผนการอพยพหากมีความจำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าคนไทยทุกคนจะได้รับการคุ้มครองอย่างทันท่วงที


3. พรรคเพื่อไทยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยการเจรจาและสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพลเรือนและเศรษฐกิจโลก และขอให้รัฐบาลไทยรักษาบทบาทที่สมดุลในการประสานความช่วยเหลือภายใต้กรอบมนุษยธรรม


พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนไทยคือภารกิจสูงสุด และเราจะร่วมติดตามสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการดูแลคนไทยให้ดีที่สุด


พรรคเพื่อไทย

1 มีนาคม 2569


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคเพื่อไทย #สงคราม #สหรัฐ #อิหร่าน

แถลงการณ์พรรคประชาชนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง : รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน

 


แถลงการณ์พรรคประชาชนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง : รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน


วันนี้ (2 มีนาคม 2569) พรรคประชาชนออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า


ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความกังวลอย่างยิ่ง สถานการณ์ดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อคู่ขัดแย้งเท่านั้น หากยังส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศรวมถึงพี่น้องคนไทย ต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก และต่อสันติภาพระยะยาวของประชาคมโลกโดยรวม


พรรคประชาชนเห็นว่าหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกคือ การเคารพกฎกติกาสากล โดยเราหวังว่าทุกฝ่ายจะยุติการกระทำที่นำไปสู่การยกระดับความรุนแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ และสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ


เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและคนไทย ทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต พรรคประชาชนขอสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ


1. คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของคนไทยเป็นลำดับแรก


ในสถานการณ์วิกฤต ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทย


พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาล :


ใช้ทุกกลไกทางการทูตในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแล ให้ความคุ้มครอง และเตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ


ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและสายการบินพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมการจัดเที่ยวบินเหมาลำจากสายการบินในประเทศและกองทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน


สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับสถานะเส้นทางการบิน การเดินเรือ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


2. เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย


ความตึงเครียดในตะวันออกกลางย่อมกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย จากค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตในประเทศ ที่สูงขึ้น


พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับอย่างรอบด้านโดยการ :


เตรียมมาตรการรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า


บริหารจัดการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ และสื่อสารเชิงรุกเพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด


ติดตามผลกระทบต่อการส่งออก-นำเข้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้อง


จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยภายนอกในระยะยาว


3. ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต


ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง การตั้งมั่นในระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาสากลตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) รวมถึงเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกรัฐอย่างเสมอภาค จะยิ่งเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต


พรรคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศมหาอำนาจระดับกลางอื่น ๆ เพื่อ:


ร่วมเรียกร้องการลดระดับความรุนแรงและผลักดันให้เกิดการหยุดยิง รวมถึงร่วมสนับสนุนกลไกการเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ


ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) เพื่อเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนและความรุนแรงที่เสี่ยงจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยในภายภาคหน้า


พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะใช้ทั้งมาตรการภายในและระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือคนไทยและบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะความผันผวนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน