พรรคประชาชน แถลงข่าวความคืบหน้าในการขยายผลการกวาดล้างขบวนการกลุ่มทุนจีนสีเทา พร้อมเรียกร้องรัฐบาลเร่งตรวจสอบและเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.40 น. ณ ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา นายปิยรัฐ จงเทพ พร้อมด้วย นายเฉลิมพงศ์ แสงดี และนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน แถลงข่าวความคืบหน้าในการขยายผลการกวาดล้างขบวนการกลุ่มทุนจีนสีเทา ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 70,000 ล้านบาท พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึงครอบครัวของผู้ต้องหา และเมื่อตรวจสอบไปยังภรรยาพบความผิดปกติที่บุตรทั้ง 3 คนได้รับสัญชาติไทย นำมาสู่การตรวจสอบขบวนการทุจริตดังกล่าวอย่างจริงจัง นอกจากนี้พบลักษณะเดียวกันที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านพระราม 9
โดยมีหลักฐานสำคัญคือสำเนาสูติบัตรของเด็กหญิงรายหนึ่งมีมารดาเป็นชาวจีนวัย 36 ปี ทำการคลอดบุตรในประเทศไทยและแจ้งเกิดโดยระบุชื่อบิดาเป็นชายชาวไทย อายุ 22 ปี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2566 ความผิดปกติที่พบในกระบวนการแจ้งเกิด เริ่มจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นผู้ดำเนินการไปแจ้งเกิดที่สำนักงานเขตด้วยตนเอง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีบริการในลักษณะแพ็กเกจเหมาจ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกในการขอสัญชาติหรือไม่ การขอสูติบัตรไม่มีแม้กระทั่งหนังสือรับรองการเกิด เจ้าหน้าที่ทะเบียนของสำนักงานเขตลงนามรับผิดชอบอนุมัติเพียงผู้เดียว ทั้งในช่องเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและนายทะเบียน
จากข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า บิดาชาวไทยรายนี้มีประวัติอาชญากรรมจำนวนมาก และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นการรับจ้างจดทะเบียนรับรองบุตรเพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทย ซึ่งขณะนี้บิดาชาวไทยรายดังกล่าวกำลังหลบหนีและอยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ จึงขอตั้งข้อสังเกตและฝากประเด็นคำถามไปยังรัฐบาล จำนวน 3 ประการ ได้แก่
1. การตั้งคณะกรรมการสอบสวน ขบวนการดังกล่าวที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2566 หรืออาจจะก่อนหน้านั้น แสดงให้เห็นถึงการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและโรงพยาบาลเอกชน จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้กำกับดูแลกรมการปกครองและงานทะเบียนราษฎร ตลอดจนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีคดีลักษณะนี้เกิดขึ้น ชี้แจงว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัดที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่
2. การระงับการออกหนังสือเดินทาง โดยขณะนี้มารดาชาวจีนหลายรายเริ่มไหวตัวและพยายามขอหนังสือเดินทางไทยให้แก่บุตรเพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศระงับการออกหนังสือเดินทางในกรณีเหล่านี้แล้วหรือไม่ หรือยังคงปล่อยให้มีช่องว่างทางกฎหมาย
3. มาตรการรองรับสำหรับเด็ก หากมีการเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็ก รัฐบาลมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป เด็กจะยังคงได้รับสัญชาติจีนหรือไม่ หรือจะมีมาตรการผลักดันออกนอกประเทศอย่างไร เนื่องจากเด็กถือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีส่วนรู้เห็น และเลือกเกิดไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนจากทางรัฐบาลในประเด็นนี้
ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี ได้แถลงเพิ่มเติมถึงกรณีความผิดปกติของการออกบัตรประจำตัวบุคคลประเภทที่ 8 ให้กับชาวต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจในจังหวัดภูเก็ตว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อกวาดล้างกลุ่มนอมินี พบกรณีของชาวจีนรายหนึ่งที่ได้รับการโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทย โดยมีข้อพิรุธทางทะเบียนราษฎร กล่าวคือ มารดาสามารถรับรองบุตรได้หลายคน และสถานะทางทะเบียนราษฎรของบิดาก็ไม่มีความชัดเจน
ซึ่งบุคคลรายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายการเป็นนอมินี โดยถือหุ้นในบริษัทถึง 5 แห่งในจังหวัดภูเก็ต และทำหน้าที่เป็นตัวแทนประสานงานให้กับชาวต่างชาติ ทั้งในเรื่องค่านายหน้า อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนชักชวนชาวจีนให้เข้ามาทำบัตรประชาชนหรือโอนสัญชาติ โดยมีมูลค่าเรียกเก็บสูงถึงใบละ 1 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ได้ยื่นเรื่องต่อพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบพฤติการณ์ของบุคคลรายดังกล่าวว่าเข้าข่ายการประกอบธุรกิจอำพรางหรือนอมินีหรือไม่
นอกจากนี้ ได้ยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการออกบัตรประชาชนและสถานะทางทะเบียนราษฎร เนื่องจากพบว่าเดิมบุคคลนี้มีสถานะขออนุญาตในพื้นที่ภาคเหนือ ก่อนจะย้ายทะเบียนบ้านมายังจังหวัดภูเก็ต
จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งสืบสวนและแสวงหาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับการทุจริต การออกบัตรโดยมิชอบ และเพื่อแก้ไขปัญหาการแย่งอาชีพคนไทยซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
