เกิดเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”
เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 63 ราย กทม. ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในทันที
เมื่อวานนี้ (12 กรกฎาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
เวลา 23.57 น. สายด่วน 199 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร
บริเวณซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสาร
ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบว่าเป็น “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ซึ่งเพลิงกำลังลุกไหม้
โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 30 นาที ควบคุมเพลิงไว้ได้ และได้เร่งระบายควันภายในโรงเบียร์ดังกล่าวออก
และเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันตรวจสอบผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตในทันที
ต่อมาเวลา 01.30 น. นายชัชชาติ
สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เกิดเหตุ
และสั่งการตั้งศูนย์ติดต่อผู้ประสบภัย ประสานงานญาติตามหาผู้ประสบเหตุ และอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิต
ผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่าเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 27 ราย
โดยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 25 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 ราย นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลจำนวน
63 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้บาดเจ็บวิกฤติ 22 ราย จากการสำลักควัน
ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
เช้าวันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) นายชัชชาติ
กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ
โดยเฉพาะสภาพภายในอาคารและเส้นทางอพยพ เบื้องต้นพบว่า
มีสิ่งกีดขวางบริเวณทางหนีไฟบางจุด เช่น โต๊ะ อุปกรณ์ตกแต่ง และสิ่งของต่าง ๆ
ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการอพยพในช่วงเกิดเหตุ
จึงต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงและหาสาเหตุที่แท้จริง
นอกจากนี้
ยังมีการตรวจสอบความเสียหายภายในอาคาร
รวมถึงเพดานและวัสดุตกแต่งที่ได้รับผลกระทบจากเพลิงไหม้ โดยเบื้องต้นคาดว่า
ไฟอาจลุกลามผ่านวัสดุตกแต่งบางประเภท อย่างไรก็ตาม
ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ได้
ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัชชาติ
กล่าว
หลังจากนี้
กรุงเทพมหานครจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร
โดยเฉพาะระบบป้องกันอัคคีภัย เส้นทางหนีไฟ และใบอนุญาตต่าง ๆ
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
พร้อมทั้งทบทวนมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก
โดยจัดเจ้าหน้าที่ประสานงานกับญาติผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด
พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น
ก่อนรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป นายชัชชาติ กล่าว.























