‘ภัณฑิล’ ตั้ง 3 ข้อสังเกต แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย
หลังวุฒิสภาส่งกลับสภา ชี้ผู้ล้มละลายถูกปิดโอกาสรับราชการ
วันที่
2 กรกฎาคม 2569 ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร เขต 4
พรรคประชาชน ได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย
ซึ่งวุฒิสภาได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว
โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมและส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร
โดยภัณฑิลได้ตั้งข้อสังเกตต่อการแก้ไขจากวุฒิสภา 3 มาตรา
ภัณฑิลกล่าวว่า
มาตรา 90/116
(3) เรื่องกรอบระยะเวลา มีการเพิ่มขึ้นมาเป็น 20 ปีนั้น
ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อถกเถียงกันในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านว่าใช้เกณฑ์ใดเป็นกรอบในการกำหนดระยะเวลาในแผนฟื้นฟูหนี้
ซึ่งเดิมทีแล้วไม่มีการกำหนดระยะเวลาไว้ มีข้อโต้แย้งว่า
ในทรัพย์สินที่ค่อนข้างใหญ่ อย่างเช่นบ้าน มีการผ่อนอยู่ 30 ปี
ซึ่งก็เป็นหลักเกณฑ์หนึ่ง หรือแผนที่เป็นการฟื้นฟูธุรกิจ โดยปกติก็จะอยู่ที่ 30
ปี จึงตั้งข้อสังเกตว่า ที่มาของการกำหนดระยะเวลา 20 ปีนั้น ใช้เกณฑ์อะไร เพราะหากมียอดหนี้ไม่สูงมาก
บุคคลธรรมดาก็อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 20 ปีในการชำระ
ส่วนมาตรา
90/151 เรื่องของการเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำหนี้บุคคลธรรมดา จาก 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท
ซึ่งอาจจะทำให้ลูกหนี้เสียสิทธิไป โดยภัณฑิลเห็นว่า
ค่าเฉลี่ยหนี้ที่ไม่สามารถชำระได้จากเครดิตบูโรอาจจะต่ำกว่า 100,000 บาท การเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำอาจจะส่งผลให้ลูกหนี้บางส่วนนั้นตกหล่นไปได้
ทั้งนี้ ก็มีข้อโต้แย้งจากฝ่ายราชการว่า
กรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูได้ แล้วต้องถูกพิทักษ์ทรัพย์
หากเขียนไว้ 100,000 บาท ก็อาจจะนับรวมคนมาค่อนข้างมาก
“จึงเป็นคำถามว่า การกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำหนี้บุคคลธรรมดาเป็น 300,000 บาทนั้นใช้เกณฑ์อะไรในการกำหนด
และจำนวนลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบมีมากน้อยแค่ไหน
ซึ่งผมก็ยังไม่เห็นเอกสารที่ขอไปในวิปฝ่ายค้าน”
ภัณฑิลกล่าวถึงประเด็นสุดท้ายว่า
ในมาตรา 90/170
วรรค 2 เรื่องการล้มละลายโดยสุจริต
ซึ่งต่างจากการล้มละลายโดยทุจริต เป็นเนื้อหาที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่า
ในอนาคตจะมีการเพิ่มเรื่องดังกล่าวเป็นคุณสมบัติในการเข้ารับราชการ
ซึ่งความจริงแล้วควรจะแยกออกจากกัน
เพราะการทำธุรกิจล้มละลายนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการล้มละลายโดยทุจริต
จึงไม่ควรถูกตัดสิทธิในการเป็นข้าราชการ ซึ่งก็มีข้อโต้แย้งว่า
ข้อเสนอดังกล่าวอาจจะไม่สอดคล้องกับกฎหมายอื่นๆ
แต่ข้อโต้แย้งดังกล่าวก็จะเป็นปัญหา เพราะอาจจะหมายถึงว่า หากการปฏิรูปกฎหมายอื่นๆ
ขัดแย้งกับกฎหมายทั้งหมดแล้ว ก็จะไม่สามารถแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้ เช่น
อาจต้องแก้กฎหมายคุณสมบัติของข้าราชการ
เพราะสิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในการปกป้องคนที่ล้มละลายโดยสุจริต
ที่ควรจะมีโอกาสในการเข้ารับราชการ
