วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ศาลเยาวชนฯ สั่งยุติคดีและปล่อยตัว “ฐาปนา” หลังเข้าแผนบำบัดฟื้นฟูที่บ้านกรุณาครบ 2 ปี 3 เดือน จากคดีในการชุมนุมดินแดง เมื่อปี 2564

 


ศาลเยาวชนฯ สั่งยุติคดีและปล่อยตัว “ฐาปนา” หลังเข้าแผนบำบัดฟื้นฟูที่บ้านกรุณาครบ 2 ปี 3 เดือน จากคดีในการชุมนุมดินแดง เมื่อปี 2564


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนัดฟังผลการปฏิบัติตามมาตรการพิเศษของ  ฐาปนา” (นามสมมติ) ปัจจุบันอายุ 22 ปี เป็นเยาวชนที่ถูกคุมขังจากคดีการวางเพลิงตู้จราจรพญาไท และขว้างปาวัตถุระเบิดในช่วงการชุมนุมดินแดง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2564 


คดีของฐาปนา ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นฝึกอบรมขั้นต่ำ 2 ปี และขั้นสูง 3 ปี ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 4 ปี 


เขาถูกคุมขังมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 เม.ย. 2567  ในวันนี้เขาถูกปล่อยตัวจากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา หลังครบกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมขั้นต่ำตามคำสั่งศาล สิ้นสุดการคุมขังเป็นเวลา 2 ปี 3 เดือน


ตามรายงานศูนย์ฝึกอบรมฯ ได้สอดคล้องกับบันทึกเยี่ยม ลงวันที่ 4 ก.ค. 2569 ซึ่งที่ปรึกษากฎหมายได้เข้าเยี่ยมฐาปนา โดยเขาได้แจ้งด้วยสีหน้าสดชื่นว่าตอนนี้เขาจบชั้น ม.6 แล้ว และได้รับวุฒิการศึกษาเรียบร้อย


ฐาปนายังให้ข้อมูลว่าเขาเรียนวิชาชีพทั้งหมดไป 5 วิชาชีพ ได้แก่ ช่างยนต์, ดูแลผู้สูงอายุ, ดนตรี, ตัดผม, ช่างไฟฟ้า แต่ช่างไฟฟ้าจะเรียนจบวันที่ 31 ก.ค. 2569 ซึ่งก็คุยกับทางครูผู้สอนว่าจะสามารถให้เรียนจบก่อนได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ออกไปก็จะมีวุฒิ ม.6 แล้ว


ครูบอกว่าผมเรียนวิชาชีพมากกว่าคนอื่นเลย ไม่ค่อยคิดลบ และคุยกับคนอื่นมากขึ้น ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนมากขึ้น เช่นเพื่อนจะชวนออกกำลังกาย วิดพื้น เลยคิดว่าไม่ค่อยเครียดเหมือนช่วงแรก ๆ ที่เข้ามา” ฐาปนากล่าว


สำหรับสิ่งแรกที่จะทำหลังพ้นกำหนดฝึกอบรม เขาตอบชัดเจนว่าอยากไปเจอลูก คิดถึงลูกมาก และหลังจากนั้นก็จะนำเงินที่ได้จากกองทุนที่ช่วยเหลือเขาระหว่างคุมขังส่วนหนึ่ง ไปหามอเตอร์ไซค์มาไว้ขับวิ่งรับงาน อาจจะส่งพัสดุหรือไม่ก็ส่งพวกอาหาร กำลังคิดอยู่ว่าจะเป็นมอไซค์มือหนึ่งหรือมือสองดี


ผลจากการปล่อยตัวดังกล่าว ทำให้จำนวนผู้ต้องขังคดีทางการเมือง ที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามข้อมูลอยู่ คงเหลือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างน้อย 52 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 29 คน และคดีมาตรา 110 จำนวน 5 คน) แยกเป็นผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดี 22 คน และผู้ต้องขังคดีถึงที่สุดแล้ว 30 คน


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #TLHR