ไอลอว์ เปิดข้อมูล ผู้ช่วยสส. ภูมิใจไทยโอนเงินให้ผู้สมัคร สว. 10 คน จากอำเภอเดียวกัน
วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) เวปไซต์ iLaw โพสข้อความระบุว่า ท่ามกลางผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวนมากและผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจัดตั้งคะแนนเสียงอันทุจริตที่ถูกดำเนินคดีฐาน “โกงเลือกสว.” อย่างน้อย 229 คน ชื่อของสุบิน ศักดา โดดเด่นขึ้นมาเพราะปรากฏข้อมูลการโอนเงินให้กับผู้สมัครสว. จำนวนหนึ่งในพื้นที่เดียวกัน และโอนเงินในวันก่อนวันเลือกระดับจังหวัด ทำให้สุบิน ตกเป็นผู้ต้องหาฐานฟอกเงิน และอั้งยี่ ตามสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
จากคำให้การของพนักงานสอบสวนที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ระบุว่าในช่วงวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 พบการโอนเงินจากบัญชีธนาคารของสุบิน ศักดา อย่างน้อย 11 รายการ ซึ่ง 10 จาก 11 รายการเป็นการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของผู้สมัคร สว. ในอำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี 10 รายการที่ถูกโอนในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 เพียงหนึ่งวันก่อนการเลือกสว. ในระดับจังหวัด และมีอีกหนึ่งรายการที่ถูกโอนในวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันเลือก สว. ระดับจังหวัด รวมทั้ง 11 รายการมีการโอนเงินรวมจำนวน 34,000 บาท
จากข้อมูลของเว็บไซต์องค์การบริหารส่วนตำบลตะกุกเหนือ พบว่าสุบิน ศักดา เป็นประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้านโพสต์ทูเดย์ รายงานว่า สุบินเป็น “หัวคะแนน” ให้กับพิชัย ชมภูพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเขตเลือกตั้งที่ 6 ประกอบไปด้วยอำเภอท่าชนะ อำเภอไชยา อำเภอท่าฉาง และอำเภอวิภาวดี ซึ่งจากปากคำของพนักงานสอบสวนระบุว่า สุบินเป็นคณะทำงานและผู้ช่วยดำเนินงานของพิชัยด้วย
อย่างไรก็ตามยังพบข้อมูลในบัญชี TikTok ที่ใช้ชื่อบัญชีว่า @subinsakda และใช้ชื่อว่า Subin Sakda โดยมีภาพของสุบิน สวมเสื้อแจ็คเก็ตมีโลโก้พรรคภูมิใจไทย และมีข้อความที่ปักลงในเสื้อดังกล่าวด้วยข้อความว่า “สุบิน ศักดา ผู้ช่วย สส.พิชัย ชมภูพล เขต 6 สุราษฎร์ธานี”
จากข้อมูลของพนักงานสอบสวน ระบุถึงเส้นทางการเงินในวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ไว้ 11 รายการ โดย 10 จาก 11 รายการพบว่า เป็นการโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลที่ลงสมัคร สว. 10 คน ทั้งหมดสมัครในอำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ไม่พบข้อมูลว่า เป็นผู้สมัครสว. หรือไม่ ซึ่งผู้สมัครทั้ง 10 คนดังกล่าว ผ่านการคัดเลือระดับอำเภอ และเข้าสู่ระดับจังหวัด โดยข้อมูลการโอนเงินที่ตรวจพบมีดังนี้
ในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 สุบิน ศักดา โอนเงินออกจากบัญชีเดียวกันให้กับบุคคลดังต่อไปนี้
- โกศล สงรักษ์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 1 จำนวน 8,000 บาท
- เชวงศักดิ์ สุพัฒน์แก้ว ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 2 จำนวน 6,000 บาท
- เชาวลิตร พละเลิศ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 6 จำนวน 4,000 บาท
- เมธา หมานพัฒน์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 4 จำนวน 2,000 บาท
- กนกศักดิ์ บุญรัตน์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 6 จำนวน 2,000 บาท
- ณัฐพงษ์ สาโรจน์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 17 จำนวน 2,000 บาท
- ทัศนีย์ อินทวิเศษ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 17 จำนวน 2,000 บาท
- โกวิทย์ สินกลิน ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 16 จำนวน 2,000 บาท
- ศุรดา เดชจันทร์แสง ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 19 จำนวน 2,000 บาท
- นงค์ใย บัวพินธุ์ ไม่พบข้อมูลว่าเป็นผู้สมัคร สว. แต่รับโอนเงินจากสุบินจำนวน 2,000 บาท
เงินโอนในวันที่ 16 มิถุนายน 2567
- สุนิเชต สุพัฒน์แก้ว ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8, รับโอนเงินจากสุบินจำนวน 2,000 บาท
ผู้รับโอนเงิน 10 จาก 11 คน สมัครสว. ในอำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านเข้าถึงระดับจังหวัด แต่มีเพียงหนึ่งคน คือ เมธา หมานพัฒน์ ที่เข้าสู่การเลือกระดับประเทศ ที่เหลือไม่ผ่านระดับจังหวัด
📌อดีตผู้สมัครระบุรับเงิน 2,000 แลกช่วยโหวตพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์
ภายในเส้นเรื่องทางการเงินที่เชื่อมโยงกับสุบิน ศักดา มีพยานรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้สมัคร สว. ในพื้นที่อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่าได้รับการติดต่อให้ช่วยลงคะแนนให้ผู้สมัครที่พิชัย ชมภูพล จัดเตรียมไว้และแจ้งว่าจะมีค่าตอบแทนให้ ทั้งยังระบุว่าสุบินได้มีการนัดหมายรวมตัวกันถ่ายรูปหน้าตรงและจะชำระค่าถ่ายรูปให้
พยานคนดังกล่าวเปิดเผยว่า ช่วงก่อนวันเลือก สว. ระดับอำเภอ หรือวันที่ 9 มิถุนายน 2567 พยานได้รับการติดต่อให้ไปรับเงินสดจากสุบิน จำนวน 3,000 บาท และได้รับเงินโอนจำนวน 2,000 บาทในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ก่อนที่จะมีการส่งรูปถ่ายลายมือเขียนลงในกระดาษระบุให้เลือกหมายเลขประจำตัวผู้สมัครของพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตที่ปรึกษาของอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งต่อมาพลเอกเกรียงได้รับเลือกให้เป็น สว. และเป็นรองประธานวุฒิสภา
พยานยังระบุว่าจากการสอบถามผู้สมัครอีกคนหนึ่งก็ได้ค่าตอบแทนในยอดเงิน 3,000 บาท และ 2,000 บาท จากสุบินเช่นเดียวกัน
📌เปิด 11 เหตุผล ‘สุบิน’ โอนเงินก่อนวันเลือก สว. จังหวัด
สุบิน ศักดาระบุถึงเหตุผลในการโอนเงินจากบัญชีธนาคารของเขาไปยังผู้สมัคร สว. ทั้ง 10 คน ซึ่งในจำนวนทั้งหมด มี 9 รายการที่โอนในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ก่อนวันเลือก สว. ระดับจังหวัดเพียงหนึ่งวัน และมีอีกหนึ่งรายการที่โอนเงินในวันเลือก สว. ระดับจังหวัด มีเพียงกรณีเดียวที่ผู้รับโอนเงินไม่ได้เป็นผู้สมัคร สว. ดังนี้
สุบินให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 เขาเช่ารถตู้จากทัศนีย์ อินทวิเศษเพื่อไปทำบุญที่วัดตาไข่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยออกเดินทางในเวลา 09.00 น. ในเวลา 10.00 น. ได้พบพบณัฐพงษ์ สาโรจน์ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในหมู่บ้านท่านหญิง ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาได้โอนเงินซื้อพระเครื่องจากณัฐพงศ์ในราคา 4,000 บาท
ระยะทางจากหมู่บ้านท่านหญิงและวัดตาไข่อยู่ห่างราว 153 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งคาดหมายได้ว่าสุบินจะเดินทางถึงวัดตาไข่ในเวลาราว 12.30 น. แต่สุบินให้การว่า ในเวลาราว 13.00 น. เขาได้โอนเงินเข้าบัญชีของเชวงศักดิ์ สุพัฒน์แก้ว 6,000 บาทที่บ้านของเชวงศักดิ์ หลังนำรถยนต์กระบะไปซ่อมที่บ้านของเชวงศักดิ์
ต่อมาสุบินโอนเงินจำนวน 2,000 บาทให้กับทัศนีย์เพื่อเป็นค่าเช่ารถตู้ จากนั้นเขาเดินทางไปที่บ้านของโกวิทย์ สินกลินเพื่อเช่าพระต่อจากโกวิทย์โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของโกวิทย์จำนวน 2,000 บาท
และสุบินยังได้เดินทางต่อไปยังร้านนวดแผนโบราณของศุรดา เดชจันทร์แสง เพื่อใช้บริการนวด โดยโอนเงินให้ศุรดาเป็นค่าตอบแทนจำนวน 2,000 บาท
ส่วนเงินโอนอื่นสุบินไม่ได้ให้การในรายละเอียดเวลา แต่อ้างว่าเขาได้โอนเงินดังต่อไปนี้
- โอนเงิน 2,000 บาท ให้โกศล สงรักษ์ อ้างว่าเป็นการชดใช้หนี้ที่ตนเคยยืม
- โอนเงิน 4,000 บาท ให้เชาวลิต พละเลิศ อ้างว่าเป็นค่าปุ๋ยใส่ทุเรียน
- โอนเงิน 2,000 บาท ให้กนกศักดิ์ บุญรัตน์ อ้างว่าเป็นค่าซื้อยาฉีดทุเรียน
- โอนเงิน 2,000 บาท ให้เมธา หมานพัฒน์ อ้างว่าอาจเป็นค่าซื้อตอไม้
- โอนเงิน 2,000 บาท ให้นงค์ใย บัวพินธุ์ อ้างว่าเป็นการชดใช้หนี้ที่ตนเคยยืม
ส่วนในกรณีของสุนิเชต สุพัฒน์แก้ว สุบินโอนให้เงินให้สุนิเชตในวันที่ 16 มิถุนายน 2567 ในเวลา 11.00 น. อ้างว่าเป็นค่าซื้อน้ำมันเป็นถังแกลลอนจากปั๊มน้ำมันของสุนิเชต
📌เงินเข้าจากนิสิตาใกล้เคียงกับยอดใช้จ่ายของสุบิน
พนักงานสอบสวนยังมีข้อมูลว่า ในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่สุบินโอนเงินจำนวน 10 รายการ รวม 32,000 บาท สุบินก็ได้รับโอนเงินจากนิสิตา หมั่นไชย จำนวน 2 รายการ ได้แก่ 36,000 บาท และ 2,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารของสุบิน
นิสิตาเคย เป็นเสมียนที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่เขต 6 อำเภอท่าฉางจังหวัดสุราษฎร์ธานีของพิชัย ชมภูพล ทำหน้าที่ประสานช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและทำหน้าที่ทางธุรการจ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้ช่วย สส. เพื่อไปร่วมงานต่างๆ เช่น งานแต่ง หรือ งานศพ
ในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 นิสิตา ได้รับเงินโอนจากวรพจน์ ตั้งพันธ์เพียร 2 รายการ คือ จำนวน 154,000 บาท และ 20,000 บาท เธออ้างว่ากรณีเงินโอนมายังบัญชีธนาคารของเธอรวมจำนวน 174,000 บาทนี้ มาจากกรณีที่วรพจน์ได้ซื้อบูชาพระสมเด็จเกศไชโยเลี่ยมกรอบพระทองจากเธอ เธออ้างว่าได้นำเงินที่วรพจน์ซื้อพระจากเธอไปซื้อ “วัวพันธุ์” ต่อจากสุบินในราคา 36,000 บาท เธอยืนยันว่า เธอและสุบินเป็นญาติกัน
อ่านทั้งหมดที่ https://www.ilaw.or.th/articles/58852
#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #โกงสว #ฮั๊วสว



