วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

‘ศิริกัญญา’ ชี้งบฯ 70 ยังมีช่องโหว่ แม้รัฐบาลตัดงบแล้ว พบโครงการซ้ำซ้อนเพียบ เจอโครงการ Cloud ซ้ำ ครุภัณฑ์ราคาเกินจริงหลายหน่วยงาน เตรียมหั่นงบเพิ่ม เตือนจับตาโครงการโซลาร์บาดาล 6,500 ล้าน เสี่ยงซ้ำรอยปัญหาทุจริต

 


ศิริกัญญา’ ชี้งบฯ 70 ยังมีช่องโหว่ แม้รัฐบาลตัดงบแล้ว พบโครงการซ้ำซ้อนเพียบ เจอโครงการ Cloud ซ้ำ ครุภัณฑ์ราคาเกินจริงหลายหน่วยงาน เตรียมหั่นงบเพิ่ม เตือนจับตาโครงการโซลาร์บาดาล 6,500 ล้าน เสี่ยงซ้ำรอยปัญหาทุจริต


วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ถึงภาพรวมและทิศทางในอนาคตของ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในความเห็นของพรรคประชาชน หลังจากที่มีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 ผ่านไป 3 สัปดาห์


โดยศิริกัญญาระบุว่า ขณะนี้การพิจารณางบประมาณดำเนินมาได้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว สำหรับห้องประชุมใหญ่ได้พิจารณาไปเกือบครึ่งทาง บรรยากาศในปีนี้ค่อนข้างคึกคัก เพราะเปิดให้ประชาชนติดตามการประชุมผ่านการถ่ายทอดสดตั้งแต่ต้น ทำให้สังคมให้ความสนใจกับการพิจารณางบประมาณมากขึ้น และเนื่องจากรัฐบาลได้ปรับลดงบประมาณของหลายหน่วยงานไปแล้วตั้งแต่ต้น การพิจารณาในห้องใหญ่จึงเน้นการอภิปรายเชิงนโยบายเป็นหลัก


อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่คาดว่าชั้นอนุกรรมาธิการอาจไม่จำเป็นต้องตัดงบเพิ่มเติมมากนัก แต่เมื่อเริ่มพิจารณารายละเอียดในสัปดาห์นี้ กลับพบว่าหลายโครงการยังมีราคาสูงผิดปกติ และมีการของบประมาณซ้ำซ้อนกันอยู่จำนวนมาก เช่น ปีนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับงบเพิ่มขึ้นประมาณ 30% โดยส่วนใหญ่เป็นงบสำหรับระบบ Cloud กลางของภาครัฐ มูลค่าราว 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานต่างๆ มาไว้ที่ส่วนกลาง


แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียด กลับพบว่าหลายหน่วยงานยังคงของบเพื่อซื้อหรือเช่า Cloud แยกต่างหาก ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน อนุกรรมาธิการจึงกำหนดให้หน่วยงานที่ของบลักษณะนี้ต้องนำหนังสือรับรองจากกระทรวงดีอีมายืนยันว่าไม่ซ้ำกับระบบ Cloud กลาง และระบบดังกล่าวไม่สามารถรองรับความต้องการของหน่วยงานได้จริง


ศิริกัญญากล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังพบปัญหาในหน่วยงานที่ให้บริการประชาชน เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) งบสวัสดิการที่ควรถึงมือประชาชนถูกปรับลด แต่กลับมีการตั้งงบด้านการบริหารเพิ่มขึ้น เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีโครงการจัดตั้ง Data Center พร้อมรายการจัดซื้อที่มีราคาสูงเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นประตูหนีไฟราคาประมาณ 200,000 บาท ชุดสำรองไฟราคา 800,000 บาท หรือเก้าอี้สำนักงานราคาตัวละ 15,000 บาท ซึ่งรายการเหล่านี้จำเป็นต้องถูกตรวจสอบและพิจารณาปรับลด


แม้อนุกรรมาธิการเพิ่งเริ่มพิจารณารายละเอียดได้เพียงสัปดาห์เดียว แต่ก็พบความผิดปกติจำนวนมาก สะท้อนว่าแม้รัฐบาลจะบอกว่าปรับลดงบประมาณไปมากแล้ว แต่เมื่อพิจารณาในระดับโครงการ ยังพบรายการที่มีราคาสูงเกินจริงอยู่หลายแห่ง” ศิริกัญญากล่าว


ศิริกัญญากล่าวถึงงบกลาง 12,000 ล้านบาทว่า เป็นมาตราแรกๆ ที่ กมธ. ได้มีการพิจารณา ขณะนี้ได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว แต่จะกลับมาพิจารณาอีกครั้งหลังการพิจารณางบประมาณทุกมาตราเสร็จสิ้น กมธ.ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนก็เห็นตรงกันว่าหากพบความซ้ำซ้อนจริง ก็สามารถปรับลดงบประมาณได้ จึงต้องติดตามผลการพิจารณาในช่วงท้ายอีกครั้ง


ขณะที่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แม้กรมโยธาธิการและผังเมืองจะถูกปรับลดงบบางส่วนแล้ว แต่ยังพบข้อสังเกตว่าโครงการที่เหลือมีลักษณะกระจายงานให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ขณะเดียวกันก็เว้นพื้นที่ให้ผู้รับเหมาชั้นรองสามารถเลื่อนชั้นได้ ซึ่งควรตรวจสอบว่ามีความผิดปกติหรือไม่


ศิริกัญญาตั้งข้อสังเกตต่อว่า การที่หลายหน่วยงานมีรายได้นอกงบประมาณอยู่แล้ว แต่ยังขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปิดอบรมปีละประมาณ 200-300 คน เก็บค่าอบรมสูงถึงประมาณ 200,000 บาทต่อคน ทำให้มีรายได้หลายสิบล้านบาทต่อปี แต่ยังของบประมาณจากรัฐเพิ่มเติม


ทั้งที่เคยมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีงบประมาณก่อนแล้ว หลายหลักสูตรมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ผู้เข้าอบรมจำนวนมากกลับไม่ได้เลื่อนตำแหน่งก่อนเกษียณ จึงเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ และยังเป็นการโยกงบประมาณจากหน่วยงานหนึ่งไปสนับสนุนอีกหน่วยงานหนึ่งผ่านการจัดหลักสูตรอีกด้วย


ศิริกัญญากล่าวถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าโครงการนี้เป็นงบผูกพันที่ล่าช้ามาตั้งแต่ระยะแรก เดิมเกิดจากผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางมากจนไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยก็เคยชี้แจงเรื่องนี้ไว้ และล่าสุดยังพบปัญหาสภาพคล่องของบริษัทผู้ควบคุมงาน ทำให้โครงการมีแนวโน้มล่าช้าออกไปอีก


ทั้งที่เดิมตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2569 แต่ปัจจุบันมีความคืบหน้าเพียงประมาณหนึ่งในสาม แม้จะขยายเวลาก่อสร้างออกไปอีกหนึ่งปี ก็ไม่น่าจะแล้วเสร็จทัน ผลกระทบคือหน่วยงานต่างๆ ที่ยังใช้อาคารเดิม จำเป็นต้องของบประมาณมาปรับปรุงอาคารเพิ่มเติมระหว่างรอโครงการใหม่แล้วเสร็จ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนอีก


ศิริกัญญากล่าวต่อถึงกรณีการอนุมัติงบกลางประมาณ 6,500 ล้านบาท สำหรับโครงการน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยระบุว่า ในสถานการณ์ที่งบประมาณมีจำกัดและรัฐบาลต้องโอนงบประมาณมารองรับรายจ่ายจำเป็น กลับยังมีการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ลักษณะนี้ จึงน่ากังวลว่าจะซ้ำรอยโครงการบริหารจัดการน้ำในปี 2568 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยชี้ว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริต และรัฐบาลต้องยกเลิกบางโครงการในเวลาต่อมา


ขณะนี้ร่าง TOR อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น จึงอยากเชิญชวนผู้ที่มีความรู้ช่วยตรวจสอบว่ามีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะหรือเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดหรือไม่ เพราะโครงการนี้เกี่ยวข้องทั้งระบบน้ำบาดาล ระบบโซลาร์เซลล์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอินเวอร์เตอร์ ซึ่งมีความซับซ้อน


ศิริกัญญากล่าวทิ้งท้ายว่า งบประมาณของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมีภาระรายจ่ายจำนวนมาก ทั้งคดีคลองด่าน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ จึงน่าตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงเลือกใช้งบกลางกว่า 6,500 ล้านบาทกับโครงการนี้ ทั้งที่กรมชลประทานเพิ่งถูกตัดงบประมาณไปประมาณ 7,000 ล้านบาท จึงสะท้อนถึงความไม่สอดคล้องในการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณในปีนี้

 

#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #งบ70