วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

‘ภคมน’ จี้มหาดไทยปมโกงสอบท้องถิ่น ถามใครเกี่ยวข้อง ผ่านไป 7 วัน ทำไมสอบล่าช้า และใครจะรับผิดชอบ

 


‘ภคมน’ จี้มหาดไทยปมโกงสอบท้องถิ่น ถามใครเกี่ยวข้อง ผ่านไป 7 วัน ทำไมสอบล่าช้า และใครจะรับผิดชอบ


วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึง อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน โดยภคมนเริ่มต้นที่การทวงสัญญา 7 วันที่ควรมีคำตอบเรื่องความคืบหน้า


“ดิฉันอยากจะแจ้งว่าวันนี้ครบ 7 วัน ที่ทางกระทรวงมหาดไทยขีดเส้นเอาไว้ ว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ถูกจับกันเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 และต้องเรียนท่านรัฐมนตรีว่า หลังจากที่มีการเปิดกระบวนการทุจริตออกมา ทางฝ่ายค้านและกรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ดังนั้น ดิฉันคิดว่าวันนี้ อย่างน้อย ๆ เราคงจะได้พูดกันถึงความคืบหน้าตลอด 7 วันที่ผ่านมา ที่มีกระบวนการสอบสวน สืบหาความจริง”


ภคมนกล่าวว่า วันนี้ขอถามในส่วนของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง โดยมีอยู่ 2 คำถาม คำถามแรก เมื่อวานนี้ มท.4 ให้สัมภาษณ์ว่ากระบวนการตรวจสอบครั้งนี้ต้องใช้เวลา เพราะข้อเท็จจริงกระจัดกระจายและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงอยากสอบถามว่า ‘ผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก’ นั้นหมายถึงอะไร หมายความว่ามีคนในกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตครั้งนี้จำนวนมากใช่หรือไม่


ภคมนถามคำถามที่สองว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น มีรองปลัดกระทรวงซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของปลัดกระทรวงมหาดไทยนั่งเป็นประธาน แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีคลิปเสียงหลุดออกมาเกี่ยวกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง โดยมีข้อความที่พาดพิงถึงคนในครอบครัวของปลัดกระทรวงจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด


วรศิษฎ์ชี้แจงว่า ความคืบหน้าของคณะกรรมการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้น คณะกรรมการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นในเรื่องของการเชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้ว เพื่อรายงานตามลำดับชั้นต่อไป ส่วนกรณีที่กล่าวว่าคนที่เกี่ยวข้องเป็นคนของกระทรวงมหาดไทยและมีความเกี่ยวข้องมากใช่หรือไม่นั้น จากการที่ ป.ป.ช. ได้พบรายชื่อที่เกี่ยวข้องกว่า 3,000 รายชื่อ วันพรุ่งนี้จะครบกำหนดกรอบเวลาที่ได้วางไว้


ส่วนเรื่องกำหนด 7 วัน วรศิษฎ์ชี้แจงว่า กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง มีคำสั่งให้ดำเนินการตั้งแต่วันพฤหัสบดีของสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะครบ 7 วันในวันศุกร์ที่จะถึงนี้


“จริง ๆ แล้วในการนับวัน เรานับตามวันทำการ ก็จะครบวันศุกร์ ซึ่งใกล้เวลาแล้ว จะเป็นวันพรุ่งนี้ที่ครบ ความคืบหน้าผมขออนุญาตไม่พูดในเชิงรายละเอียด เพราะว่าการทำงานของคณะกรรมการต้องเป็นไปอย่างมีอิสระและปราศจากการแทรกแซง”


ในส่วนของคลิปเสียงที่มีรายชื่อของบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้อง คลิปเสียงดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันนี้ จากที่ตนได้ติดตามพบว่า มีการเผยแพร่คลิปดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว ซึ่งหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องก็ได้ส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช. แล้ว เพื่อดำเนินการต่อไป


ส่วนความกังวลที่ว่าการสืบสวนข้อเท็จจริงจะสามารถเชื่อถือได้หรือไม่นั้น หากดูในรายละเอียดจริง ๆ จะเห็นได้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง


ด้านภคมนกล่าวต่อไปว่า จากที่รัฐมนตรีบอกว่าข้อเท็จจริงในวันนี้กระจัดกระจายและมีคนที่เกี่ยวข้องเยอะมาก จึงอยากทราบว่ารัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ออกแบบกระบวนการสอบครั้งนี้ไว้อย่างรัดกุมมาก เพื่อป้องกันปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น


ตนพูดเช่นนี้เพราะ TOR มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องมีการจดบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกระบวนการสอบอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ และมีการบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดในหลายสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการสอบครั้งนี้ เท่ากับว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ออกแบบระบบเพื่อรับมือกับปัญหาข้อเท็จจริงกระจัดกระจายไว้แล้ว


ภคมนกล่าวว่า หลักฐานเหล่านี้น่าจะยังอยู่และช่วยได้อย่างมาก และหากรัฐมนตรีบอกว่ามีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ก็ควรให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมายตาม TOR อยากให้เรียกบุคคลเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วย เพราะหากยิ่งนานก็จะชวนให้ตั้งคำถามว่า ท่านกำลังหาความจริง หรือกำลังทำอะไรบางอย่างที่ประชาชนไม่ทราบ


และก่อนหน้านี้ เพจ CSI LA ได้มีคลิปเสียงที่พาดพิงถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ทันทีที่คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา นักข่าวได้ไปถามนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อและไร้สาระ ทั้งที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบ และข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้ก็ได้


ภคมนจึงอยากถามว่า คณะกรรมการชุดนี้มีเกณฑ์ให้น้ำหนักพยานหลักฐานอย่างไร หลักฐานแบบใดที่คณะกรรมการเลือกจะหยิบขึ้นมาตรวจสอบ และหลักฐานแบบใดที่จะถูกปัดตก หากเป็นข้อมูลที่ไม่ชอบหรือกระทบต่อคนใกล้ชิดก็จะไม่หยิบมาพิจารณาใช่หรือไม่ แล้วจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่พี่น้องประชาชนส่งมานั้น จะอยู่ในเกณฑ์ที่ท่านหยิบยกขึ้นมาพิจารณา และไม่ถูกตีความว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ


วรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องของ TOR นั้น คณะกรรมการชุดนี้ให้ความสำคัญอยู่แล้ว หากถามว่าใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณาหลักฐาน ก็มีเกณฑ์คือการใช้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏและสามารถพิสูจน์ได้ ณ วันนี้มีข้อมูลส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก การสืบสวนข้อเท็จจริงก็จะดำเนินการตามสิ่งที่สามารถทำได้ภายใต้กรอบระยะเวลา เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏเร็วที่สุด โดยตนต้องการทำให้รอบคอบที่สุด


ภคมนตอบโต้ว่า การที่รัฐมนตรีบอกว่าคณะกรรมการต้องให้ความสำคัญกับบุคคลที่เกี่ยวข้องตาม TOR อยู่แล้ว จึงต้องถามว่าได้เรียกบุคคลเหล่านั้นมาหรือยัง แต่รัฐมนตรีตอบเพียงว่าให้ความสำคัญ และตนไม่ใช่เพียงคนเดียวที่อยากให้เรื่องดังกล่าวได้รับการตรวจสอบอย่างรวดเร็ว แต่สาธารณชนก็ต้องการให้เกิดความรวดเร็วเช่นเดียวกัน จึงอยากฝากไปยังรัฐมนตรีว่า ระยะเวลาในการดำเนินการเป็นสิ่งที่พิสูจน์และชี้วัดได้ว่ารัฐบาลจริงจังกับเรื่องดังกล่าวมากน้อยเพียงใด


สำหรับคำถามสุดท้ายนั้น เหตุการณ์ทุจริตในระบบราชการที่ใหญ่ขนาดนี้ และดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ที่ซ้ำรอยประวัติศาสตร์ของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรัฐมนตรี ในฐานะผู้ผลักดันนโยบาย และในฐานะฝ่ายบริหาร มองเห็นอะไรจากเหตุการณ์นี้ สะท้อนภาพอะไรของประเทศนี้ให้พี่น้องประชาชนได้บ้าง เพราะหากเรารู้ว่ารัฐมนตรีมองเห็นอะไร เราก็จะได้รู้ว่าก้าวต่อไปของการบริหารประเทศจะเป็นอย่างไร และเรื่องทั้งหมดนี้ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ


วรศิษฎ์กล่าวว่า จากคำถามที่ว่าได้เรียกคนที่เกี่ยวข้องตาม TOR เข้ามาหรือยังนั้น ตนไม่ได้มีอำนาจเรียก แต่คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้เรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว ส่วนเรื่องกรอบเวลานั้น สิ่งที่สำคัญกว่ากรอบเวลาคือการวินิจฉัยที่ผิดพลาด และหากถามว่าตนเห็นอะไรจากกระบวนการทุจริตครั้งนี้ ก็ต้องตอบว่าเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ และนายกรัฐมนตรีเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอย่างมาก มีคำสั่งมาอย่างเด็ดขาดให้เอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ และหากถามว่าใครต้องรับผิดชอบ เมื่อข้อเท็จจริงออกมา คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นใคร นั่นคือคนที่ต้องรับผิดชอบ


ภคมนกล่าวปิดท้ายว่า วันนี้คำตอบของรัฐมนตรียังไม่สะท้อนให้เห็นว่ารัฐมนตรีมองว่าการทุจริตในระบบราชการเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ มีช่องโหว่ที่ทำให้คนฉวยโอกาสได้ หากท่านไม่เห็นว่าประเทศนี้มีโครงสร้างบางอย่างที่เป็นปัญหา เราคงไม่เห็นการปฏิรูประบบราชการ หรือการปฏิรูปใดๆ ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ตนตั้งคำถามเช่นนี้เพื่อให้รัฐมนตรีเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องแก้ที่โครงสร้าง ต้องปฏิรูปในภาพใหญ่ มิฉะนั้นเราก็จะต้องแก้ปัญหาแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อไป


อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายวันนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงด่วนถึงความคืบหน้ากรณีทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ได้รับรายงานผลความคืบหน้าของการสืบสวนสอบสวนจากปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ซึ่งถือว่าอยู่ภายใน 7 วัน และยังเปิดเผยผลการสอบสวนว่า พบความไม่โปร่งใส มีความพยายามแก้ไขคะแนน แก้ข้อมูล เพื่อให้คนบางกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกันได้บรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น จากทั้งหมดนี้ มีมูลให้เชื่อได้ว่า ข้าราชการพลเรือนในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมีเหตุอันควรกล่าวหาว่าทำผิดวินัย 5 ราย


#UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #พรรคประชาชน #โกงสอบท้องถิ่น